เมื่อความลับถูกเปิดเผย

ตอนที่ 28 / 40

ตอนที่ 28 — แสงแห่งความหวังเริ่มทอประกาย

รังสีวางสายโทรศัพท์ ใบหน้าฉายแววกังวลแต่ก็มีความหวังแฝงอยู่ การสนทนากับคุณสมเกียรติเมื่อครู่ทำให้เขาได้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเบื้องหลังการวางแผนของคุณวิทย์มากขึ้น รวมถึงรายละเอียดของเอกสารสัญญาปลอมที่ถูกนำมาใช้เพื่อหลอกลวงพวงแก้วและชาญณรงค์ เขาได้รู้ว่าคุณวิทย์ไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่มีผู้ร่วมขบวนการอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นคนที่เขาคาดไม่ถึง รังสีเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้ม เขารู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุดของการคลี่คลายความจริงทั้งหมด ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจนำพาไปสู่หายนะที่ไม่อาจแก้ไขได้ "เป็นยังไงบ้างคะรังสี" พวงแก้วเอ่ยถาม เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยจากการรอคอยคำตอบ "คุณสมเกียรติให้ความร่วมมือดีมากครับ" รังสีหันไปสบตาพวงแก้ว "เขาเล่ารายละเอียดทุกอย่างให้ผมฟังเกี่ยวกับแผนของคุณวิทย์ รวมถึงคนที่ช่วยคุณวิทย์อีกคนหนึ่ง" "ใครคะ" ชาญณรงค์ถามแทรก เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้น ราวกับต้องการฟังทุกถ้อยคำอย่างใกล้ชิด "คุณสมเกียรติบอกว่า เป็นคุณชัยยศครับ" รังสีตอบ ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉย แต่ดวงตาฉายแววประหลาดใจระคนไม่เชื่อ "คุณชัยยศ! เป็นไปไม่ได้" พวงแก้วอุทานเสียงหลง เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเอง "พี่ชัยยศเป็นคนดีจะตายไป เขาไม่ทำเรื่องแบบนี้แน่นอน" "ผมก็เคยคิดแบบนั้นครับคุณพวงแก้ว" รังสีถอนหายใจ "แต่จากคำให้การของคุณสมเกียรติ และหลักฐานบางอย่างที่เชื่อมโยงกัน มันชี้ไปที่คุณชัยยศจริงๆ เขาเป็นคนคอยช่วยคุณวิทย์จัดการเรื่องเอกสารสัญญาปลอมทั้งหมด รวมถึงการโอนเงินบางส่วนที่ผิดกฎหมาย" ชาญณรงค์ขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด "แต่คุณชัยยศมีผลประโยชน์อะไรกับการทำแบบนี้ เขาเป็นหุ้นส่วนกับวิทย์ไม่ใช่เหรอ" "นั่นแหละครับประเด็น" รังสีว่า "คุณสมเกียรติบอกว่า คุณชัยยศกำลังมีปัญหาทางการเงินอย่างหนัก และคุณวิทย์ได้ยื่นข้อเสนอที่เขาปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งก็คือการแบ่งผลประโยชน์ก้อนใหญ่จากการหลอกลวงเรา" "เรื่องนี้มันเหลือเชื่อเกินไป" พวงแก้วยังคงส่ายหน้าปฏิเสธ "พี่ชัยยศกับคุณวิทย์เป็นเพื่อนรักกันมานาน เขาจะหักหลังเราได้ยังไง" "ความโลภมันบังตาคนได้ครับคุณพวงแก้ว" รังสีกล่าวเสียงเรียบ "และคุณสมเกียรติก็ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีลับของคุณวิทย์ ซึ่งเป็นที่ที่คุณชัยยศมักจะใช้ในการรับเงินส่วนแบ่ง" "แล้วเราจะทำยังไงต่อไปคะ" พวงแก้วถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เธอรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า "ผมจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดที่มีตอนนี้ ส่งให้ทางตำรวจพิจารณาประกอบคำให้การของคุณสมเกียรติครับ" รังสีตอบอย่างมั่นคง "เราต้องจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่คุณวิทย์และคุณชัยยศจะไหวตัวทัน" "แล้วเราจะเชื่อคำให้การของคุณสมเกียรติได้มากแค่ไหนคะ" ชาญณรงค์ถามด้วยความกังวล "คุณสมเกียรติไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทนเลยครับ นอกจากความสบายใจที่ได้เปิดเผยความจริง" รังสีอธิบาย "เขาบอกว่ารู้สึกผิดมาตลอดที่ไม่กล้าพูดอะไรออกไปในตอนแรก เพราะกลัวคุณวิทย์จะทำอันตรายกับครอบครัวของเขา แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่าเรื่องมันบานปลายเกินกว่าจะปล่อยไว้ได้แล้ว" "งั้นเราต้องรีบไปสถานีตำรวจเลยไหมคะ" พวงแก้วถาม "ผมคิดว่าเราควรจะกลับไปเตรียมเอกสารที่จำเป็นก่อนครับ" รังสีกล่าว "ผมต้องการหลักฐานการเงินทั้งหมดที่เรามี เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด" ทั้งสามคนพยักหน้าเห็นด้วย บรรยากาศภายในรถกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง แต่คราวนี้มีความหวังเข้ามาแทนที่ความสิ้นหวังที่เคยปกคลุมอยู่ รังสีขับรถกลับไปยังบ้านของพวงแก้วด้วยความตั้งใจแน่วแน่ เขาจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ความยุติธรรมกลับคืนมาสู่ครอบครัวนี้ เมื่อมาถึงบ้าน รังสีกับชาญณรงค์ช่วยกันค้นหาเอกสารทางการเงินทั้งหมดในห้องทำงานของชาญณรงค์ พวงแก้วยืนมองพวกเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังระคนกังวล เธอหยิบรูปถ่ายเก่าๆ ที่วางอยู่บนชั้นขึ้นมาดู เป็นรูปของเธอ ชาญณรงค์ และรังสีในวัยเด็ก รอยยิ้มที่เคยสดใสบนใบหน้าของเธอในอดีต ดูเหมือนจะเลือนหายไปตามกาลเวลาและความเจ็บปวดที่ผ่านมา "ถ้าตอนนั้นเราไม่ไว้ใจคุณวิทย์มากเกินไป เรื่องคงไม่เป็นแบบนี้" ชาญณรงค์พึมพำขณะกำลังค้นหาเอกสาร "มันผ่านไปแล้วนะคะพี่" พวงแก้วว่า "ตอนนี้เราต้องเดินหน้าต่อไป" รังสีหยิบกองเอกสารที่รวบรวมได้ขึ้นมาดู เขาตรวจสอบทุกตัวเลข ทุกรายละเอียดอย่างรอบคอบ "เอกสารพวกนี้เพียงพอที่จะใช้เป็นหลักฐานเบื้องต้นได้ครับ" "เราจะจัดการกับคุณชัยยศยังไงคะ" พวงแก้วถาม "เรื่องนี้ต้องให้เป็นหน้าที่ของตำรวจครับ" รังสีตอบ "เราจะให้ข้อมูลทั้งหมดที่มี และปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทำงาน" คืนนั้น รังสีกลับไปยังห้องพักของเขา เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเรียบเรียงข้อมูลและเอกสารทั้งหมด เตรียมพร้อมสำหรับการยื่นเรื่องต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันรุ่งขึ้น เขาคิดถึงใบหน้าของพวงแก้วและชาญณรงค์ ความหวังที่ฉายชัดในแววตาของพวกเขา ทำให้เขารู้สึกถึงความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม รุ่งเช้าที่สถานีตำรวจ อากาศค่อนข้างเย็นสบาย แต่บรรยากาศภายในห้องทำงานของสารวัตรวิชาญกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด รังสี พวงแก้ว และชาญณรงค์นั่งอยู่ตรงข้ามกับสารวัตรวิชาญ ซึ่งกำลังพิจารณาเอกสารที่รังสีนำมาให้ "จากหลักฐานที่คุณให้มา และคำให้การของคุณสมเกียรติ" สารวัตรวิชาญกล่าวพลางเลื่อนแฟ้มเอกสารไปมา "เรามีข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากพอที่จะดำเนินคดีกับคุณวิทย์ และคุณชัยยศได้" "คุณชัยยศก็มีส่วนรู้เห็นด้วยจริงๆ สินะคะ" พวงแก้วถาม เสียงของเธอสั่นเครือ "จากเอกสารสัญญาปลอม การโอนเงินที่ผิดปกติ และคำให้การของคุณสมเกียรติ" สารวัตรวิชาญพยักหน้า "ชี้ชัดว่าคุณชัยยศมีส่วนเกี่ยวข้องในการวางแผนครั้งนี้" "เราจะจับตัวพวกเขาได้เมื่อไหร่คะ" ชาญณรงค์ถาม "เราจะออกหมายเรียกให้คุณวิทย์และคุณชัยยศเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา และให้การชี้แจง" สารวัตรวิชาญตอบ "หากทั้งสองท่านไม่ให้ความร่วมมือ เราจะดำเนินการออกหมายจับต่อไป" "ขอบคุณมากครับสารวัตร" รังสีกล่าว "ผมหวังว่าเรื่องนี้จะจบลงโดยเร็ว" "เราจะพยายามอย่างเต็มที่ครับ" สารวัตรวิชาญตอบ "แต่กระบวนการทางกฎหมายอาจต้องใช้เวลาสักหน่อย" เมื่อออกจากสถานีตำรวจ ทั้งสามคนรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก แม้ว่าคดียังไม่สิ้นสุด แต่การได้เห็นกระบวนการยุติธรรมเริ่มต้นขึ้น ก็เป็นเหมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ "เรากลับบ้านกันเถอะค่ะ" พวงแก้วว่า "ฉันอยากพักผ่อน" "หลังจากนี้ เราต้องเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นด้วยนะครับ" รังสีเตือน "เรารู้ค่ะ" ชาญณรงค์ตอบ "เราจะผ่านมันไปด้วยกัน" ตลอดทางกลับบ้าน บทสนทนาเงียบหายไป มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และบรรยากาศแห่งความหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของทุกคน รังสีมองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพของเมืองที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เขานึกถึงชีวิตที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง เขาหวังว่าความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผยออกมา จะนำพามาซึ่งการเยียวยา แทนที่จะเป็นบาดแผลที่ลึกกว่าเดิม

5,470 ตัวอักษร