ตอนที่ 9 — การตัดสินใจที่ต้องเด็ดขาด
หลังจากรู้ความจริงทั้งหมดจากบันทึกของภรรยา วินัยก็รู้สึกถึงความรับผิดชอบที่มากขึ้น เขาไม่อาจปล่อยให้ภาคินต้องเผชิญหน้ากับอันตรายเพียงลำพังได้อีกต่อไป
“ภาคิน” วินัยเรียกชื่อลูกชาย “พ่อจะช่วยแก”
ภาคินมองหน้าพ่อด้วยความประหลาดใจ “พ่อจะช่วยผมได้ยังไงครับพ่อ?”
“พ่อจะไปคุยกับคนคนนั้น” วินัยพูดเสียงหนักแน่น “พ่อจะขอให้เขาปล่อยแก”
“ไม่ได้นะครับพ่อ!” ภาคินรีบห้าม “มันอันตรายเกินไปครับพ่อ พวกนั้นไม่ใช่คนดีๆ นะครับ”
“พ่อไม่กลัว” วินัยตอบ “พ่อจะไปคนเดียว พ่อจะบอกเขาว่าพ่อพร้อมจะรับผิดแทนแกทุกอย่าง”
“พ่อครับ!” ภาคินร้องเสียงหลง “พ่อจะทำแบบนั้นไม่ได้นะครับ! ถ้าพ่อไป คนที่อันตรายจริงๆ ก็คือพ่อ!”
น่านที่นั่งฟังอยู่ก็รีบเข้ามาจับแขนพ่อ “พ่อคะ อย่าทำแบบนั้นเลยนะคะ น่านกลัว”
วินัยมองหน้าลูกทั้งสองคน เขาเห็นความกังวลและความกลัวในดวงตาของพวกเขา เขาเข้าใจว่าพวกเขากลัว แต่เขาก็ไม่อาจเพิกเฉยต่อชะตากรรมของลูกชายได้
“พ่อไม่สามารถปล่อยให้แกต้องแบกรับภาระนี้ต่อไปได้ภาคิน” วินัยพูด “พ่อเสียแม่แกไปเพราะเรื่องนี้แล้ว พ่อไม่ต้องการเสียแกไปอีกคน”
“แต่พ่อครับ” ภาคินพยายามอธิบาย “ผมพอจะมีหนทางของผมอยู่แล้วครับ คนที่ผมทำงานให้...เขาบอกว่าถ้าผมทำงานให้เขาอีกสักครั้งหนึ่ง เขาจะปล่อยผมเป็นอิสระ”
วินัยขมวดคิ้ว “ทำงานให้เขา? ทำงานอะไร?”
“ผมต้องไปส่งของให้เขาครับพ่อ” ภาคินอธิบาย “ของบางอย่างที่...ที่มันอาจจะไม่ถูกกฎหมาย ผมไม่รู้รายละเอียดแน่ชัด แต่เขาบอกว่าถ้าผมทำสำเร็จ เขาจะให้ผมเป็นอิสระ และจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผมอีก”
“แล้วแกจะทำยังไง?” วินัยถาม
“ผมคิดว่าผมจะลองดูครับพ่อ” ภาคินตอบ “ผมไม่อยากให้พ่อต้องลำบากไปด้วย”
“ไม่ได้!” วินัยยืนกราน “พ่อไม่ยอมให้แกไปทำเรื่องเสี่ยงแบบนั้นเด็ดขาด”
“แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะพ่อ?” น่านถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
วินัยเงียบไปครู่หนึ่ง เขาเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังวิวทิวทัศน์เบื้องหน้า ความคิดต่างๆ วิ่งวนอยู่ในหัว
“เราต้องหาทางให้ภาคินเป็นอิสระจริงๆ” วินัยพูด “ไม่ใช่แค่การทำงานตามคำสั่งของพวกนั้น”
“แต่เราจะทำได้ยังไงคะพ่อ?” น่านถาม
“พ่อจะลองติดต่อคนรู้จักของแม่” วินัยพูด “คนที่เราเคยช่วยไว้เมื่อก่อน คนที่แม่ได้ฝากฝังภาคินไว้”
ภาคินเงยหน้าขึ้น “พ่อหมายถึงใครครับ?”
“พ่อไม่แน่ใจว่าเขาจะยังจำแม่แกได้อยู่ไหม” วินัยตอบ “แต่พ่อจะลองดู”
วินัยเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือของภรรยาขึ้นมา เขาค้นหาเบอร์โทรศัพท์ที่เขาไม่คุ้นเคย เขาพบเบอร์หนึ่งที่บันทึกไว้ว่า ‘คุณสมชาย’
วินัยตัดสินใจโทรออก เขากลั้นหายใจรอ
“สวัสดีครับ” เสียงทุ้มห้าวตอบรับปลายสาย
“สวัสดีครับ ผมวินัยครับ” วินัยพูด “ผมเป็นสามีของคุณรัตนาภรณ์ครับ”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประมวลผล
“คุณรัตนาภรณ์...” เสียงของคุณสมชายแผ่วเบาลง “ผมจำคุณได้ครับ คุณวินัย มีอะไรให้ผมช่วยเหลือครับ”
วินัยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้คุณสมชายฟัง เขาเล่าถึงความเสียสละของภรรยา เล่าถึงสถานการณ์ของภาคิน และขอให้คุณสมชายช่วยเหลือ
คุณสมชายรับฟังอย่างตั้งใจ เมื่อวินัยเล่าจบ เขาก็เงียบไปพักหนึ่ง
“ผมจำคุณรัตนาภรณ์ได้ดีครับ” คุณสมชายพูดในที่สุด “เธอเป็นผู้มีพระคุณกับผมมาก ผมติดค้างบุญคุณเธอเสมอ”
“ผมขอร้องคุณสมชาย ช่วยเหลือลูกชายของผมด้วยครับ” วินัยอ้อนวอน
“ผมจะทำอย่างเต็มที่ครับคุณวินัย” คุณสมชายตอบ “ผมจะลองตรวจสอบเรื่องนี้ดู และจะหาทางช่วยเหลือภาคินเอง”
“ขอบคุณมากครับคุณสมชาย” วินัยพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง
หลังจากวางสายจากคุณสมชาย วินัยก็หันมามองหน้าภาคินและน่าน
“เราต้องรอ” วินัยพูด “เราต้องเชื่อใจคุณสมชาย”
“แล้วถ้า...ถ้ามันไม่ได้ผลล่ะครับพ่อ?” ภาคินถาม
“เราจะมีแผนสำรอง” วินัยตอบ “พ่อจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายครอบครัวของเราได้อีก”
วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ทุกคนต่างรอคอยข่าวคราวจากคุณสมชาย ภาคินรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้างที่อย่างน้อยก็มีคนพยายามช่วยเหลือเขา แต่ความกังวลก็ยังคงอยู่
หลายวันต่อมา โทรศัพท์ของคุณสมชายก็ดังขึ้น วินัยรีบรับสายทันที
“คุณวินัยครับ” คุณสมชายพูด “ผมได้ข้อมูลมาแล้ว คนที่ภาคินไปทำงานให้ เป็นแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่”
วินัยหน้าซีดเผือด “แล้ว...”
“ผมได้จัดการเรื่องนี้ให้แล้วครับ” คุณสมชายพูด “ผมได้ส่งคนไปจัดการพวกนั้น และช่วยพาภาคินออกมาแล้ว ภาคินปลอดภัยดีครับ”
วินัยแทบจะปล่อยโฮออกมาด้วยความโล่งใจ “ขอบคุณมากครับคุณสมชาย ขอบคุณจริงๆ”
“ไม่เป็นไรครับคุณวินัย” คุณสมชายตอบ “ผมทำเพื่อคุณรัตนาภรณ์”
เมื่อวางสาย วินัยก็รีบไปหาภาคิน
“ภาคิน! แกปลอดภัยแล้ว!” วินัยตะโกนบอกลูกชาย
ภาคินมองพ่อด้วยความงุนงง “พ่อครับ หมายความว่ายังไงครับ?”
วินัยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ภาคินฟัง ภาคินถึงกับทรุดตัวลงนั่งด้วยความดีใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนเข้ามาช่วยเหลือเขาเช่นนี้
“พ่อครับ ผม...” ภาคินพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่คำพูดก็ติดอยู่ในลำคอ
วินัยเดินเข้าไปกอดลูกชาย “แกปลอดภัยแล้วลูก พ่อดีใจเหลือเกิน”
น่านเองก็ดีใจมาก เธอโผเข้ากอดพี่ชายและพ่อของเธอ น้ำตาแห่งความสุขไหลรินออกมา
ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นมานานได้ถูกเปิดเผย ความเข้าใจผิดได้ถูกคลี่คลาย ครอบครัวนี้ต้องผ่านความเจ็บปวดมามากมาย แต่สุดท้ายแล้ว ความรักและความเข้าใจก็สามารถเยียวยาทุกสิ่งทุกอย่างได้
4,133 ตัวอักษร