ตอนที่ 22 — เปิดอ่านความลับในสมุดบันทึก
"แม่ครับ พราว... ผมอยากให้เรามาคุยกันดีๆ อีกครั้ง" ภาคินเอ่ยขึ้นพลางยื่นสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้มเล่มนั้นให้มารดา คุณนวลอนงค์รับมาด้วยท่าทีลังเล สายตาจับจ้องไปที่สมุดเล่มนั้นราวกับมันเป็นของต้องห้าม แววตาฉายแววไม่ไว้วางใจระคนสงสัย "นี่มันอะไรกันภาคิน"
"เป็นบันทึกของพ่อครับแม่ ผมเจอตอนกำลังเก็บของที่ห้องทำงานท่าน" ภาคินอธิบาย พยายามรักษาน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด "ผมอ่านแล้ว... มันมีบางอย่างที่ผมคิดว่าแม่กับพราวควรจะได้รู้"
พราวน้องสาวของเขาเดินเข้ามาใกล้ ยื่นหน้าเข้ามามองสมุดบันทึกเล่มนั้นอย่างพิจารณา "บันทึกของพ่อ? แล้วมันเกี่ยวกับเรื่องที่ดินนั่นเหรอพี่ภาคิน"
"ผมไม่แน่ใจครับ แต่พ่อได้เขียนเรื่องราวหลายๆ อย่างไว้ในนี้ ผมเชื่อว่ามันอาจจะช่วยให้เราเข้าใจอะไรได้มากขึ้น" ภาคินเงยหน้ามองมารดา "แม่ครับ... เปิดมันอ่านเถอะครับ"
คุณนวลอนงค์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ พลิกเปิดหน้าแรกของสมุดบันทึก ลายมือหวัดๆ ของบิดาปรากฏขึ้นตรงหน้า ทุกตัวอักษรเต็มไปด้วยความทรงจำที่ถูกกลั่นกรองผ่านกาลเวลา คุณนวลอนงค์เริ่มอ่านออกเสียงอย่างช้าๆ คำพูดบางคำติดขัดเมื่อความรู้สึกเอ่อล้นขึ้นมาในลำคอ "วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2545... วันนี้เป็นวันที่ผมรู้สึกมีความสุขที่สุดในชีวิต การได้แต่งงานกับอนงค์ ดวงใจของผม มันเหมือนกับว่าโลกทั้งใบกลายเป็นสีชมพู ผมหวังว่าเราจะมีชีวิตที่มีความสุขด้วยกันตลอดไป"
น้ำตาเริ่มคลอเบ้าของคุณนวลอนงค์ เธอวางสมุดลงชั่วครู่ เช็ดน้ำตาเบาๆ "พ่อ... ไม่เคยพูดอะไรแบบนี้กับฉันเลย"
"อ่านต่อเถอะครับแม่" ภาคินให้กำลังใจ
คุณนวลอนงค์สูดหายใจลึก แล้วอ่านต่อ "วันที่ 15 พฤษภาคม 2550... วันที่ลูกชายคนแรกของผม ภาคิน ลืมตาดูโลก ผมรู้สึกถึงความรักอันยิ่งใหญ่ที่หล่อหลอมครอบครัวของเรา ผมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องครอบครัวนี้ให้ดีที่สุด"
เสียงสะอื้นของคุณนวลอนงค์ดังขึ้น พราวเดินเข้าไปกอดมารดาเบาๆ "แม่คะ... พ่อคงรักแม่กับพวกเรามากจริงๆ"
ภาคินมองภาพมารดาและน้องสาวแล้วรู้สึกใจหาย เขาเองก็รู้สึกถึงความรักที่บิดามีต่อครอบครัวอย่างแท้จริง จากบันทึกเหล่านี้ ถึงแม้จะไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่ดินโดยตรง แต่ความรู้สึกของบิดาที่มีต่อครอบครัวนั้นชัดเจนเหลือเกิน
คุณนวลอนงค์ตัดสินใจอ่านต่อไปอย่างแน่วแน่ เพื่อให้เข้าใจความรู้สึกและความตั้งใจสุดท้ายของสามี "วันที่ 20 กันยายน 2560... อนงค์ ลูกรัก พ่อกำลังจะเขียนเรื่องสำคัญนี้ไว้เป็นหลักฐาน ถึงแม้ว่าร่างกายของพ่อจะอ่อนแอลงทุกวัน แต่จิตใจของพ่อยังเข้มแข็งเสมอ พ่อเป็นห่วงอนาคตของพวกเราทุกคน โดยเฉพาะเรื่องที่ดินแปลงนั้น พ่อได้ตัดสินใจไว้แล้ว และต้องการให้ทุกคนเข้าใจ"
คุณนวลอนงค์หยุดชะงัก สีหน้าเริ่มเคร่งเครียด "เรื่องที่ดิน? พ่อจะพูดถึงเรื่องที่ดินในบันทึกนี้ด้วยเหรอ"
"แม่ครับ... อ่านต่อไปก่อนครับ" ภาคินรีบกล่าว
คุณนวลอนงค์พยักหน้า แล้วอ่านต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือขึ้น "พ่อได้มอบที่ดินแปลงนั้นให้กับอรทัย... ไม่ใช่เพราะรักอรทัยมากกว่าใคร หรือเพราะเห็นว่าอรทัยเป็นคนนอก แต่เพราะพ่อรู้ดีว่าอรทัยต้องการมันมากที่สุดในเวลานี้ อรทัยกำลังลำบาก พ่อไม่อยากให้เธอต้องทนทุกข์ทรมาน และพ่อเชื่อว่าถึงแม้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่อรทัยก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้เสมอ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง คุณนวลอนงค์ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนไม่เชื่อ "อะไรนะ? พ่อ... พ่อยกที่ดินให้... ให้กับอรทัย!?"
"แม่ครับ... ผมก็เพิ่งจะรู้จากบันทึกนี้เหมือนกัน" ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "พ่อเขียนไว้ชัดเจนเลยครับว่า 'พ่อได้มอบที่ดินแปลงนั้นให้กับอรทัย'"
พราวนิ่งอึ้งไป ใบหน้าซีดเผือด เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าสิ่งที่พ่อคิดจะซับซ้อนและละเอียดอ่อนถึงขนาดนี้ "แล้ว... แล้วทำไมพ่อไม่บอกพวกเราเลยคะ"
"พ่ออาจจะคิดว่าด้วยความรักและความผูกพันที่มีต่อกัน เราจะเข้าใจและยอมรับการตัดสินใจของพ่อได้" ภาคินคาดเดา "แต่ผมคิดว่าพ่ออาจจะประเมินความรู้สึกของเราต่ำไปหน่อย"
คุณนวลอนงค์พับสมุดบันทึกลง สีหน้าเต็มไปด้วยความขัดแย้ง เธอหันไปมองหน้าภาคินและพราวสลับกัน "นี่มัน... เป็นไปไม่ได้ พ่อไม่เคยรักอรทัยมากเท่าเรานะ"
"แม่ครับ... จากที่พ่อเขียน มันไม่ใช่เรื่องของความรักที่มากกว่า" ภาคินพยายามอธิบาย "แต่เป็นเรื่องของความเห็นอกเห็นใจ และการช่วยเหลือคนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือจริงๆ พ่ออาจจะเห็นบางอย่างในตัวอรทัยที่เราอาจจะมองข้ามไป"
"แต่... แต่นั่นคือสมบัติของครอบครัวเรานะภาคิน!" คุณนวลอนงค์ยังคงยืนยันในความคิดเดิม "มันเป็นมรดกตกทอด มันต้องอยู่กับลูกหลานสิ ไม่ใช่คนนอก!"
"แม่ครับ... พ่อเขียนไว้ในนี้ว่า 'ถึงแม้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่อรทัยก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้เสมอ'" ภาคินยกประโยคที่บิดาเขียนมากล่าว "นั่นแสดงว่าพ่อมองอรทัยเป็นเหมือนคนในครอบครัวจริงๆ นะครับ"
พราวที่นั่งเงียบมานาน เอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่สั่นเครือ "แล้ว... แล้วถ้าเราไม่ยอมล่ะคะพี่ภาคิน ถ้าเรายืนยันว่าที่ดินเป็นของเรา"
ภาคินส่ายหน้า "ผมไม่แน่ใจว่าเราจะทำได้ ผมคิดว่าพ่อได้ทำพินัยกรรมหรือการมอบที่ดินนี้อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ไม่อย่างนั้นทนายคงไม่แจ้งว่าที่ดินเป็นของอรทัย"
คุณนวลอนงค์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอกุมขมับอย่างอ่อนแรง "ฉันไม่เข้าใจ... ทำไมพ่อต้องทำแบบนี้ด้วย"
"ผมว่า... เราลองอ่านบันทึกของพ่อต่อไปอีกหน่อยนะครับแม่" ภาคินหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาอีกครั้ง "เผื่อจะมีอะไรที่ช่วยให้เราเข้าใจเจตนาของพ่อได้มากขึ้น"
คุณนวลอนงค์พยักหน้าอย่างอ่อนแรง เธอหยิบสมุดบันทึกคืนมา แล้วพลิกเปิดหน้าถัดไป สายตาของเธอเริ่มไล่อ่านถ้อยคำที่พ่อของเธอได้ทิ้งไว้ให้เป็นเครื่องเตือนใจ และเป็นบทสรุปของความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้
4,511 ตัวอักษร