ความตายที่พรากเราจากกัน

ตอนที่ 8 / 50

ตอนที่ 8 — ความหลังที่ถูกขุดคุ้ย

หลังจากวันที่มีการลงนามในเอกสารการแบ่งทรัพย์สิน บรรยากาศในบ้านหลังใหญ่ก็ยิ่งทวีความอึดอัดมากขึ้นไปอีก ภาคินถอนตัวออกห่างจากการพบปะพูดคุยกับแม่และน้องสาว เขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่บริษัท หรือไม่ก็ออกไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงจนดึกดื่น กลับมาถึงบ้านเมื่อทุกคนเข้านอนไปแล้ว ท่าทีของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดฉุนเฉียว และมักจะหาเรื่องทะเลาะกับพิชญาอยู่เสมอ "พี่ภาคินคะ" พิชญารู้สึกเหนื่อยล้ากับการต้องเผชิญหน้ากับพี่ชายทุกวัน "เราคุยกันดีๆ ได้ไหมคะ ทำไมต้องทำเสียงดังใส่หนูตลอดเวลา" "คุยดีๆ เหรอ" ภาคินหัวเราะเยาะ "แกคิดว่ามันยังคุยดีๆ กันได้อีกเหรอพิชญา" "หมายความว่าไงคะ" พิชญามองพี่ชายด้วยความไม่เข้าใจ "ก็หมายความว่า... เราต่างก็รู้ดีว่าแม่กำลังทำอะไรอยู่" ภาคินพูดเสียงลอดไรฟัน "แม่กำลังพยายามควบคุมทุกอย่าง" "หนูไม่เข้าใจค่ะ" พิชญาส่ายหน้า "แม่แค่เสียใจ" "เสียใจ? หรือกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง" ภาคินเดินเข้ามาประชิดตัวน้องสาว ดวงตาของเขามีประกายแห่งความไม่ไว้วางใจ "แกไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอที่แม่ทำแบบนั้นกับเรา" "หนู... หนูไม่รู้จะรู้สึกยังไง" พิชญาสารภาพ "หนูแค่รู้สึกว่าเราควรรักษาครอบครัวของเราไว้" "รักษาครอบครัว?" ภาคินแค่นเสียง "มันจะเหลืออะไรให้รักษาล่ะพิชญา ถ้าเราปล่อยให้คนคนเดียวเข้ามาทำลายทุกอย่าง" "พี่ภาคินคะ พูดแบบนี้ได้ยังไงคะ" พิชญาเริ่มรู้สึกโกรธ "คุณแม่ก็คือคุณแม่นะ" "คุณแม่ที่กำลังจะเอาทุกอย่างไปจากเราน่ะเหรอ" ภาคินก้าวถอยหลังไปเล็กน้อย สีหน้าของเขาดูเหนื่อยล้ากว่าเดิม "แกไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้" "หนูไม่เคยคิดแบบนั้นเลยค่ะ" พิชญาสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามควบคุมอารมณ์ "เรื่องมรดก มันก็เป็นไปตามที่คุณพ่อได้วางแผนไว้แล้ว" "วางแผน? หรือถูกบีบบังคับ?" ภาคินถามเสียงดัง "แกไม่เห็นอะไรเลยใช่ไหมพิชญา" "พี่ภาคินคะ ใจเย็นๆ ค่ะ" พิชญาพยายามประคองสถานการณ์ "ถ้าพี่มีอะไรไม่สบายใจ หรือคิดว่ามีอะไรไม่ถูกต้อง ทำไมพี่ไม่ลองคุยกับคุณแม่ตรงๆ ดูก่อนล่ะคะ" "คุยตรงๆ? แกคิดว่าแม่จะยอมรับฟังเหรอ" ภาคินหัวเราะอย่างขมขื่น "แม่ปิดกั้นตัวเองมาตลอด นับตั้งแต่พ่อจากไป แม่ไม่เคยเปิดใจให้ใครเลย" "หนูก็เห็นค่ะว่าแม่เสียใจมาก" พิชญากล่าว "แต่เราก็ต้องพยายามเข้าหาแม่นะคะ" "เข้าหา? เข้าหาคนที่กำลังจะสูบเลือดสูบเนื้อเราเหรอ" ภาคินพูดอย่างประชดประชัน "แกมันก็เหมือนแม่นั่นแหละพิชญา มองโลกในแง่ดีเกินไป" "พี่ภาคินคะ ทำไมพี่ถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้" พิชญารู้สึกเจ็บปวดที่เห็นพี่ชายที่เธอเคยรักและเคารพ เปลี่ยนเป็นคนที่มีอคติและมองโลกในแง่ร้าย "หนูคิดถึงพี่ภาคินคนเดิมจังเลยค่ะ" ภาคินเงียบไปครู่หนึ่ง เขามองหน้าน้องสาวด้วยสายตาที่อ่อนลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงความขุ่นเคืองอยู่ "พี่ก็คิดถึงวันเก่าๆ เหมือนกันพิชญา" เขาถอนหายใจ "แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว" ในขณะเดียวกัน วิภาเองก็ไม่ได้มีความสุขไปกว่าลูกๆ ของเธอเลย การจากไปของวิชัยได้ทิ้งช่องว่างอันใหญ่หลวงไว้ในชีวิตของเธอ เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะเข้มแข็งเพื่อลูกๆ แต่การจัดการกับเรื่องมรดกและการเผชิญหน้ากับความรู้สึกผิดและความสงสัยของภาคิน มันก็บั่นทอนจิตใจของเธอไม่น้อย คืนหนึ่ง ขณะที่วิภากำลังนั่งมองรูปถ่ายเก่าๆ ของวิชัยที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง เธอก็นึกถึงบทสนทนาที่เธอมีกับสามีเมื่อไม่นานก่อนที่เขาจะจากไป "คุณวิชัยคะ" วิภาเอ่ยขึ้นขณะที่ทั้งคู่นั่งจิบชากันยามบ่าย "ดิฉันกังวลเรื่องภาคินกับพิชญาเหลือเกินค่ะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเราไปก่อน พวกเขาจะอยู่กันยังไง" วิชัยวางมือลงบนมือของภรรยา "ไม่ต้องห่วงหรอกที่รัก ผมได้จัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ผมมั่นใจว่าลูกๆ ของเราจะดูแลกันและกันได้" "แต่ภาคินดูจะวู่วามเกินไปหน่อยนะคะ ส่วนพิชญาก็อ่อนแอเกินไป" วิภาแสดงความกังวล "ทุกคนมีข้อดีข้อเสียในตัวเอง" วิชัยยิ้ม "หน้าที่ของเราคือการมอบเครื่องมือที่จำเป็นให้พวกเขา และเชื่อมั่นในตัวพวกเขา" "แล้วเรื่องทรัพย์สินล่ะคะ คุณวิชัยจะแบ่งให้พวกเขาอย่างไร" วิภาถาม "ผมได้คิดไว้แล้ว" วิชัยตอบ "หุ้นของบริษัท ผมจะให้ภาคินเป็นหลัก เพราะเขาดูมีความสนใจในธุรกิจของเรามากกว่า ส่วนพิชญา ผมจะให้ที่ดินและเงินสดส่วนหนึ่ง เพื่อให้เธอมีอิสระในการเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง ส่วนบ้านหลังนี้ ผมอยากให้เป็นของคุณวิภา เป็นที่พักพิง เป็นความมั่นคงของคุณ" วิภายิ้ม "คุณวิชัยนี่ช่างคิดถึงอนาคตของเราจริงๆ" "แน่นอน" วิชัยตอบ "ผมอยากให้ครอบครัวของเรามั่นคง และมีความสุขตลอดไป" ความคิดถึงคำพูดของวิชัย ทำให้วิภาเริ่มรู้สึกผิดต่อภาคิน เขาอาจจะคิดว่าเธอพยายามจะโกงเขา หรือเอาเปรียบเขา แต่จริงๆ แล้วเธอเพียงแค่ทำตามเจตนารมณ์สุดท้ายของสามี แต่แล้ว เธอก็ةระลึกถึงอีกเรื่องหนึ่งที่วิชัยเคยพูดไว้กับเธออย่างจริงจัง "วิภา" วิชัยเคยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะฝากคุณไว้" "คะ คุณวิชัย" วิภารับฟัง "เรื่องหุ้นบริษัท... ผมได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับมันมากจริงๆ" วิชัยถอนหายใจ "ผมอยากให้มันเติบโตต่อไป และผมก็เชื่อมั่นในตัวภาคิน แต่... บางครั้งผมก็กังวลว่าเขาอาจจะยังไม่พร้อมที่จะรับภาระทั้งหมด" "แล้วคุณวิชัยจะทำอย่างไรคะ" วิภาถาม "ผมอาจจะต้อง... แบ่งสัดส่วนให้คุณมีอำนาจในการตัดสินใจบางอย่าง เพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจจะดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง" วิชัยพูดอย่างลังเล "ผมจะปรึกษาทนายความเรื่องนี้อีกครั้ง" วิภาจำได้ว่าหลังจากนั้น วิชัยก็ได้ไปพูดคุยกับทนายความ และในพินัยกรรมฉบับสุดท้าย สัดส่วนของหุ้นที่มอบให้วิภาก็มีจำนวนที่มากกว่าที่เธอเคยคิดไว้ ความทรงจำนี้ทำให้วิภาใจสั่น เธอไม่แน่ใจว่าการกระทำของเธอในวันนั้น ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของวิชัยหรือไม่ หรือเธอแค่กำลังใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ ขณะที่เธอกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น "แม่คะ" เป็นเสียงของพิชญา วิภาผงกศีรษะ "เข้ามาสิลูก" พิชยาเดินเข้ามาในห้องนอนของแม่ด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย "แม่คะ หนู... หนูเป็นห่วงแม่ค่ะ" วิภามองหน้าลูกสาว "แม่สบายดี" "หนูรู้ว่าแม่กำลังเสียใจ" พิชญานั่งลงข้างเตียง "แต่หนูก็เป็นห่วงพี่ภาคินด้วยค่ะ เขาดูเปลี่ยนไปมาก" วิภาถอนหายใจยาว "แม่ก็เป็นห่วงเขาเหมือนกัน" "แม่คะ" พิชญากลั้นน้ำตา "เรื่องมรดก... หนูอยากให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี หนูไม่อยากให้ครอบครัวของเราแตกแยก" วิภาเอื้อมมือไปลูบผมลูกสาวเบาๆ "แม่รู้ลูก แม่ก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น" "แล้ว... แล้วทำไมแม่ถึง... " พิชญาชะงักเล็กน้อย "ทำไมแม่ถึงไม่ยอมให้พี่ภาคินดูรายละเอียดหุ้นบริษัทให้ละเอียดกว่านี้คะ" วิภาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงแผ่ว "เพราะแม่... แม่มีเหตุผลของแม่" พิชญามองหน้าแม่ด้วยความสับสน เธอไม่เข้าใจว่าแม่กำลังคิดอะไรอยู่ แต่เธอก็รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างแม่และพี่ชายของเธอกำลังอยู่ในภาวะที่เปราะบางอย่างยิ่ง

5,376 ตัวอักษร