ตอนที่ 2 — ในห้องผ่าตัดและความห่วงใยที่ซ่อนเร้น
บรรยากาศในห้องผ่าตัดเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและเงียบสงัด แสงไฟสีขาวสว่างจ้าสาดส่องลงมายังเตียงผ่าตัด บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนสวมชุดปลอดเชื้อสีเขียวและสีฟ้าเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบและแม่นยำ คุณหมอพัทธดนย์ยืนอยู่ข้างเตียง มือของเขากำลังบรรจงใช้เครื่องมือผ่าตัดอย่างชำนาญ ดวงตาของเขามุ่งมั่น จดจ่ออยู่กับทุกการเคลื่อนไหว แพรดาวที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างๆ รู้สึกถึงความตึงเครียดที่แผ่กระจายไปทั่ว แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกทึ่งในความสง่างามและความเป็นมืออาชีพของคุณหมอพัทธดนย์
"คุณพัทธดนย์ครับ เลือดออกเยอะกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย" เสียงของพยาบาลผู้ช่วยดังขึ้น
คุณหมอพัทธดนย์ตอบรับอย่างใจเย็น "ใช้เครื่องมือจี้ห้ามเลือดตรงจุดนั้นหน่อยครับ"
แพรดาวมองการทำงานของคุณหมออย่างไม่กระพริบตา เธอเห็นทุกการตัดสินใจที่เฉียบขาด ทุกการเคลื่อนไหวที่แม่นยำ เธอสัมผัสได้ถึงความกดดัน แต่คุณหมอกลับสามารถจัดการกับมันได้อย่างไร้ที่ติ
"เสร็จแล้วครับคุณหมอ" พยาบาลแจ้ง
"ดีมาก" คุณหมอพัทธดนย์ผ่อนลมหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมามองแพรดาว เขาเห็นแววตาของเธอที่เต็มไปด้วยความทึ่งและประหลาดใจ "เป็นไงบ้าง คุณแพรดาว พอจะเห็นภาพแล้วใช่ไหม"
แพรดาวรีบพยักหน้า "ค่ะคุณหมอ หนูเห็นเลยค่ะว่าการทำงานในห้องผ่าตัดมันละเอียดอ่อนและต้องใช้สมาธิมากจริงๆ"
"นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง" คุณหมอพัทธดนย์กล่าว "อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการทำงานเป็นทีม ทุกคนต้องเชื่อใจและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน"
"หนูเข้าใจค่ะ" แพรดาวตอบ "หนูเห็นคุณหมอสั่งการทุกคนด้วยความนิ่ง และทุกคนก็ทำตามอย่างเข้าใจ"
"นั่นเป็นเพราะเราทำงานด้วยกันมานาน" เขาอธิบาย "แต่กับคุณ ผมเชื่อว่าคุณจะเรียนรู้มันได้เร็ว"
การผ่าตัดดำเนินต่อไปอีกครู่หนึ่ง จนกระทั่งเสร็จสิ้น คุณหมอพัทธดนย์เช็ดเหงื่อที่ไหลลงมาที่หน้าผากออกด้วยหลังมือ "เรียบร้อยดีครับ" เขาประกาศ
เสียงปรบมือเบาๆ ดังขึ้นในห้องผ่าตัด เป็นสัญญาณว่าการผ่าตัดสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
หลังจากการผ่าตัดเสร็จสิ้น คุณหมอพัทธดนย์เดินออกจากห้องผ่าตัดด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย แพรดาวเดินตามเขาออกมา "คุณหมอคะ หนูขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ"
"ว่ามาเลยครับ" เขาตอบพลางถอดหน้ากากอนามัยออก
"ตอนที่คุณหมอผ่าตัด มีช่วงหนึ่งที่เลือดออกเยอะมาก หนูแอบใจไม่ดีเลยค่ะ" แพรดาวสารภาพ "แต่คุณหมอกลับนิ่งมาก หนูสงสัยว่าคุณหมอไม่เคยรู้สึกกดดันหรือกลัวเลยเหรอคะ"
คุณหมอพัทธดนย์หยุดเดินและหันมาเผชิญหน้ากับเธอ "ใครบอกว่าผมไม่รู้สึกกดดัน" เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ความกดดันมันมีอยู่เสมอครับ โดยเฉพาะเมื่อชีวิตของผู้ป่วยอยู่ในมือของเรา แต่หน้าที่ของหมอคือต้องควบคุมความรู้สึกเหล่านั้นให้ได้ ต้องคิดวิเคราะห์อย่างมีสติ และตัดสินใจอย่างเด็ดขาด"
"แล้วคุณหมอทำยังไงคะถึงควบคุมมันได้" แพรดาารถามด้วยความสงสัย
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า "ผมมองไปที่เป้าหมายครับ คือการทำให้ผู้ป่วยปลอดภัยและกลับมามีสุขภาพแข็งแรงเหมือนเดิม เมื่อเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน ความกลัวและความกดดันก็จะถูกลดทอนลงไป"
แพรดาวพยักหน้าช้าๆ เธอรู้สึกว่าคำตอบของคุณหมอพัทธดนย์นั้นลึกซึ้งและมีความหมาย เธอเริ่มเข้าใจถึงสิ่งที่ทำให้เขาเป็นหมอที่เก่งและเป็นที่นับถือ
"ขอบคุณค่ะคุณหมอ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ
"ไม่เป็นไร" เขายิ้ม "คุณก็มีความสามารถในการสังเกตและเรียนรู้ได้ดี ผมเชื่อว่าอีกไม่นาน คุณก็จะก้าวข้ามความกลัวนั้นไปได้"
ในระหว่างวัน แพรดาวได้มีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับคุณหมอพัทธดนย์มากขึ้น เธอได้เห็นการทำงานของเขาในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การตรวจรักษาคนไข้ทั่วไป การให้คำปรึกษา ไปจนถึงการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เธอสังเกตเห็นว่าคุณหมอพัทธดนย์มีความอดทนสูงมาก เขาไม่เคยแสดงความหงุดหงิดหรือโมโห แม้จะเจอคนไข้ที่เอาแต่ใจ หรือญาติที่เต็มไปด้วยความกังวล
เย็นวันนั้น ขณะที่คุณหมอพัทธดนย์กำลังตรวจคนไข้รายหนึ่งอยู่ในห้องตรวจ แพรดาวก็เดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มประวัติ
"คุณหมอคะ คนไข้รายนี้มีอาการแพ้ยาบางชนิดค่ะ หนูเห็นจากในประวัติ" เธอแจ้ง
คุณหมอพัทธดนย์เงยหน้าขึ้นมองเธอ "ดีมากที่คุณสังเกตเห็น" เขากล่าว "บางทีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้แหละ ที่อาจนำไปสู่อันตรายที่คาดไม่ถึง"
เขาก้มลงดูประวัติในแฟ้ม "ขอบคุณที่แจ้งนะ คุณแพรดาว"
"ไม่เป็นไรค่ะ" เธอยิ้ม "หนูตั้งใจว่าจะช่วยคุณหมอให้มากที่สุด"
ขณะที่กำลังจะเดินออกจากห้องไป คุณหมอพัทธดนย์ก็เรียกเธอไว้ "เดี๋ยวก่อน"
แพรดาวหันกลับมา "คะคุณหมอ"
"คุณทานข้าวเย็นแล้วหรือยัง" เขาถาม
เธอส่ายหน้า "ยังเลยค่ะ กำลังจะกลับบ้านไปทาน"
"ถ้าอย่างนั้น..." เขาลังเลเล็กน้อย "คุณอยากจะทานข้าวเย็นกับผมที่โรงอาหารไหม ผมว่าจะลงไปหาอะไรทานเหมือนกัน"
แพรดาวตาโตด้วยความประหลาดใจ "เอ่อ... ได้ค่ะคุณหมอ"
บรรยากาศในโรงอาหารค่อนข้างคึกคัก แต่ก็มีมุมที่ค่อนข้างเงียบสงบ พวกเขาทั้งคู่เลือกนั่งที่โต๊ะมุมหนึ่ง คุณหมอพัทธดนย์สั่งอาหารง่ายๆ ส่วนแพรดาวเลือกอาหารจานโปรดของเธอ
"วันนี้คุณทำงานได้ดีนะ" คุณหมอพัทธดนย์เริ่มบทสนทนา "ผมเห็นความตั้งใจของคุณ"
"ขอบคุณค่ะคุณหมอ" แพรดาวตอบ "จริงๆ หนูรู้สึกโชคดีมากที่ได้มาทำงานที่นี่ และได้เจอคุณหมอ"
"ผมก็ดีใจที่ได้เจอคุณเช่นกัน" เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม "คุณนำพาพลังงานดีๆ มาที่นี่"
แพรดาวรู้สึกแก้มร้อนผ่าวกับคำชมของเขา "คุณหมอเองก็... คุณหมอใจดีมากค่ะ"
"ผมแค่ทำหน้าที่ของผม" เขาว่า "การดูแลผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด"
"แต่คุณหมอดูแลหนูด้วย" แพรดาวพูดอย่างไม่รู้ตัว "ดูแลเหมือนหนูเป็นคนในครอบครัว"
คุณหมอพัทธดนย์ชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่ได้คาดคิดว่าแพรดาวจะพูดออกมาตรงๆ แบบนี้ "ผมก็แค่... อยากให้คุณรู้สึกสบายใจและเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่" เขาตอบอย่างอ้อมแอ้ม
แพรดาวมองเข้าไปในดวงตาของคุณหมอ เธอรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่มากกว่าความเป็นมืออาชีพระหว่างพวกเขา สายตาของคุณหมอที่มองมาที่เธอ มันมีความอ่อนโยนและความห่วงใยแฝงอยู่ ซึ่งเธอไม่เคยเห็นในสายตาของใครมาก่อน
"คุณหมอคะ" เธอเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ถ้าหนูมีอะไรที่ไม่เข้าใจ หรือทำอะไรผิดพลาดไป คุณหมอช่วยบอกหนูตรงๆ นะคะ"
"แน่นอน" เขาพยักหน้า "ถ้ามีอะไร ผมจะบอกคุณเสมอ"
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ของคุณหมอพัทธดนย์ก็ดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดู ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
"มีเคสฉุกเฉินที่ห้องฉุกเฉิน" เขาบอกแพรดาว "ผมต้องไปแล้ว"
"ค่ะคุณหมอ" แพรดาวเข้าใจดี "หนูไปส่งนะคะ"
ทั้งคู่รีบลุกขึ้นและเดินออกจากโรงอาหารอย่างรวดเร็ว คุณหมอพัทธดนย์วิ่งนำหน้าไปก่อน โดยที่แพรดาวยังคงเดินตามหลังเขาไปอย่างรวดเร็ว สายตาของเธอจับจ้องไปที่แผ่นหลังของคุณหมอ เธอนึกถึงคำพูดของเขาเกี่ยวกับความกดดันและความรับผิดชอบในอาชีพแพทย์ และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นห่วง
5,335 ตัวอักษร