ตอนที่ 20 — การเผชิญหน้าครั้งสำคัญ
รุ่งเช้าวันใหม่ ท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆหมอก มะปรางตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นกว่าทุกวัน เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงมายังแปลงข้าวโพดที่กำลังเติบโต เธอรีบจัดการธุระส่วนตัวและเตรียมอาหารเช้าอย่างรวดเร็ว วันนี้เป็นอีกวันที่สำคัญ เธอต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
ไม่นานนัก รถกระบะคันคุ้นเคยของปลัดบุญส่งก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน มะปรางรีบเดินออกไปต้อนรับ
"อรุณสวัสดิ์ครับคุณมะปราง" ปลัดบุญส่งกล่าวด้วยรอยยิ้ม "เป็นยังไงบ้างครับ หลังจากการมาของทนายวิวัฒน์"
"อรุณสวัสดิ์ค่ะปลัด" มะปรางยิ้มรับ "ตอนนี้สถานการณ์ดีขึ้นมากค่ะ ดิฉันมีข่าวดีจะแจ้งให้ปลัดทราบ"
"โอ้โห น่าสนใจครับ" ปลัดบุญส่งพยักหน้า "เชิญข้างในก่อนครับ"
ทั้งสองเดินเข้าไปในบ้าน และมะปรางก็เล่าเรื่องราวการค้นพบจุดอ่อนของนายทุนใหญ่ให้ปลัดบุญส่งฟังอย่างละเอียด ตั้งแต่การตรวจสอบเอกสารของทนายวิวัฒน์ ไปจนถึงการได้พยานหลักฐานจากคุณตาบุญมี
"ยอดเยี่ยมเลยครับคุณมะปราง" ปลัดบุญส่งกล่าวชื่นชม "ผมรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องผ่านมันไปได้ ด้วยความเข้มแข็งและความมุ่งมั่นของคุณ"
"แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่จบง่ายๆ หรอกค่ะปลัด" มะปรางกล่าวเสริม "ดิฉันได้รับแจ้งจากทนายวิวัฒน์ว่า นายทุนใหญ่กำลังจะเดินทางมาที่นี่ในวันนี้ เพื่อขอเจรจาต่อรองกับดิฉันอีกครั้ง"
"มาเจรจาอีกครั้งเหรอครับ" ปลัดบุญส่งเลิกคิ้ว "หลังจากที่รู้ว่าเรามีหลักฐานใหม่"
"ค่ะ" มะปรางพยักหน้า "ดิฉันคิดว่าเขาคงอยากจะกดดันดิฉันให้ยอมขายที่ดินไปเสียก่อน ที่เขาจะเสียเปรียบไปมากกว่านี้"
"คุณมะปรางครับ ผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณในวันนี้" ปลัดบุญส่งกล่าวอย่างหนักแน่น "ผมจะคอยเป็นพยานให้คุณ หากมีการข่มขู่หรือใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น"
"ขอบคุณมากค่ะปลัด" มะปรางรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาทันที การมีปลัดบุญส่งอยู่เคียงข้าง ทำให้เธอรู้สึกมั่นใจมากขึ้น
เวลาผ่านไปไม่นานนัก รถเก๋งสีดำคันหรู ก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าไร่ข้าวโพด ประตูรถเปิดออก และชายวัยกลางคน รูปร่างท้วม สวมสูทราคาแพง ก้าวลงมาอย่างสง่างาม เขาคือท่านประจักษ์ นายทุนใหญ่ที่หมายตาที่ดินผืนนี้
มะปรางเดินออกไปเผชิญหน้ากับท่านประจักษ์ พร้อมกับปลัดบุญส่งที่ยืนอยู่เคียงข้าง
"สวัสดีครับคุณมะปราง" ท่านประจักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะทำให้ดูเป็นมิตร แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเย็นชา "ผมได้ยินมาว่า คุณมีปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์ที่ดิน"
"สวัสดีค่ะท่านประจักษ์" มะปรางตอบอย่างสุภาพ แต่สายตาไม่หลบเลี่ยง "ดิฉันไม่มีปัญหาอะไรค่ะ เพียงแต่กำลังรอการชี้แจงจากท่านเกี่ยวกับข้อผิดพลาดบางประการในเอกสาร"
ท่านประจักษ์หัวเราะเบาๆ "ข้อผิดพลาดอย่างนั้นหรือครับ ผมไม่เห็นจะมีข้อผิดพลาดอะไรเลย เอกสารทุกอย่างถูกต้องสมบูรณ์ดี"
"ถ้าอย่างนั้น ท่านประจักษ์คงจะยังไม่ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับผู้เช่ารายย่อยที่เคยครอบครองที่ดินบางส่วนในแปลงนี้สินะคะ" มะปรางกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
สีหน้าของท่านประจักษ์เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "ผู้เช่ารายย่อยอย่างนั้นหรือครับ ที่ดินแปลงนี้เป็นของผมมานานแล้ว ไม่มีใครมีสิทธิ์ในที่ดินส่วนนี้"
"ถ้าอย่างนั้น ดิฉันคงต้องขอให้ท่านประจักษ์ตรวจสอบเอกสารอีกครั้งนะคะ" มะปรางยื่นเอกสารสำเนาบันทึกการเช่า และคำยืนยันจากคุณตาบุญมีให้ท่านประจักษ์ดู "เอกสารเหล่านี้ ยืนยันว่าที่ดินส่วนหนึ่งในแปลงนี้ เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เช่ารายย่อยมาก่อน"
ท่านประจักษ์รับเอกสารไปดู สีหน้าของเขาเริ่มเคร่งเครียดขึ้น "เอกสารพวกนี้... มันไม่ถูกต้อง"
"ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการค่ะ" ปลัดบุญส่งกล่าวเสริม "ผมได้ตรวจสอบแล้ว เอกสารเหล่านี้มีน้ำหนักทางกฎหมาย และการอ้างสิทธิ์ของท่านประจักษ์ที่ว่าที่ดินแปลงนี้ทั้งหมดเป็นของท่านโดยไม่มีข้อโต้แย้ง เป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง"
ท่านประจักษ์เงียบไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธที่พยายามเก็บงำไว้ "เรื่องนี้... เป็นเรื่องเข้าใจผิดของคุณมะปราง"
"ดิฉันไม่ได้เข้าใจผิดค่ะ ท่านประจักษ์" มะปรางกล่าวอย่างหนักแน่น "และถ้าท่านประจักษ์ยังยืนยันที่จะอ้างสิทธิ์ในที่ดินส่วนนี้ ดิฉันก็คงต้องให้ทนายความจัดการเรื่องนี้ตามกฎหมาย"
"คุณมะปราง อย่าเพิ่งทำอะไรที่มันจะทำให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้เลย" ท่านประจักษ์พยายามกลับมาใช้ไม้อ่อน "ผมเองก็ไม่อยากให้เรื่องมันยุ่งยาก ผมพร้อมที่จะเจรจาต่อรองกับคุณ"
"เจรจาต่อรองอย่างไรคะ" มะปรางถาม
"ผมจะเสนอซื้อที่ดินส่วนที่คุณมีสิทธิ์อยู่ โดยให้ราคาสูงกว่าราคาตลาด" ท่านประจักษ์กล่าว "คุณจะได้เงินก้อนโตไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ และไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้สินอีกต่อไป"
มะปรางมองหน้าปลัดบุญส่ง ปลัดบุญส่งพยักหน้าให้เล็กน้อย เป็นสัญญาณว่าเธอสามารถพูดคุยต่อไปได้
"ดิฉันขอบคุณสำหรับข้อเสนอค่ะท่านประจักษ์" มะปรางกล่าว "แต่สำหรับดิฉัน ที่ดินผืนนี้มีคุณค่ามากกว่าเงินทอง มันคือความทรงจำของพ่อแม่ และคืออนาคตของลูกในท้องของดิฉัน"
"คุณกำลังตัดสินใจพลาดนะครับคุณมะปราง" ท่านประจักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยการข่มขู่ "คุณไม่รู้หรอกว่าคุณกำลังต่อกรอยู่กับใคร"
"ดิฉันรู้ค่ะท่านประจักษ์" มะปรางตอบอย่างไม่หวั่นไหว "และดิฉันก็พร้อมที่จะต่อสู้ เพื่อปกป้องสิ่งที่ดิฉันรัก"
ท่านประจักษ์มองมะปรางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขารู้ว่าการเจรจาในครั้งนี้ไม่เป็นผล เขาจึงกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา "คุณจะเสียใจกับการตัดสินใจของคุณนะครับคุณมะปราง"
พูดจบ ท่านประจักษ์ก็เดินกลับขึ้นรถ และขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้มะปรางกับปลัดบุญส่งยืนมองตามหลังไปด้วยกัน
"คุณมะปรางครับ คุณทำได้ดีมาก" ปลัดบุญส่งกล่าวชื่นชม "คุณแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความเด็ดเดี่ยวของคุณ"
"ดิฉันยังต้องขอบคุณปลัดมากนะคะ ที่มาเป็นกำลังใจให้ดิฉัน" มะปรางกล่าว "ถ้าไม่มีปลัด ดิฉันคงจะรู้สึกหวาดกลัวมากกว่านี้"
"เราจะจับตาดูความเคลื่อนไหวของท่านประจักษ์ต่อไปครับ" ปลัดบุญส่งกล่าว "และหากมีอะไรเกิดขึ้น ผมจะรีบแจ้งให้คุณทราบทันที"
มะปรางพยักหน้า เธอรู้ว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่แท้จริง เธอมองไปยังผืนไร่ข้าวโพด และรู้สึกถึงพลังที่หล่อเลี้ยงเธออยู่ภายใน
4,933 ตัวอักษร