สายใยรักของแม่ในไร่ข้าวโพด

ตอนที่ 32 / 48

ตอนที่ 32 — การเผชิญหน้าในห้องพิจารณา

เช้าวันรุ่งขึ้น มะปราง ลุงบุญ และทนายชูชาติ เดินทางไปยังศาลจังหวัดด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความหวัง แต่ก็แฝงด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า มะปรางสวมชุดสีขาวสะอาดตา ดวงตาของเธอสุกใสกว่าที่เคยเป็น การได้หลักฐานสำคัญ และพยานปากสำคัญอย่างคุณสมชาย มาสนับสนุน ทำให้เธอมั่นใจมากขึ้นว่าความยุติธรรมจะเข้าข้างเธอ "คุณมะปราง ไม่ต้องกังวลนะครับ ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี" ทนายชูชาติปลอบใจ ขณะที่ทั้งสามคนเดินเข้าไปในอาคารศาลที่ดูโอ่อ่าและเคร่งขรึม "หนูพยายามจะไม่คิดมากค่ะท่านทนาย แต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้" มะปรางตอบ เสียงของเธอยังคงสั่นเล็กน้อย "เป็นเรื่องปกติครับ" ลุงบุญเสริม "แต่จำไว้นะหลานยาย เรามีไพ่ตายอยู่ในมือแล้ว" เมื่อเข้าไปในห้องพิจารณาคดี บรรยากาศก็ยิ่งทวีความตึงเครียดขึ้นไปอีก ฝ่ายตรงข้ามของมะปราง คือ นายทุนเจ้าเล่ห์ที่เคยพยายามเข้ามาซื้อที่ดินของเธอ พร้อมด้วยทนายความส่วนตัวของเขาที่ดูท่าทางเฉียบแหลม มะปรางมองไปยังใบหน้าของนายทุนคนนั้นด้วยความรู้สึกที่ปะปนกัน ทั้งความโกรธ ความแค้น และความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้ ทนายชูชาติเริ่มการแถลงการณ์ของฝ่ายโจทก์อย่างฉะฉาน เขาอธิบายที่มาที่ไปของคดี พร้อมทั้งนำเสนอหลักฐานสำคัญที่ได้มาจากวิชัย และคำให้การของวิชัยที่ยืนยันว่าสัญญาซื้อขายและเอกสารการกู้ยืมเงินนั้นเป็นของปลอม "ท่านครับ" ทนายชูชาติกล่าวต่อหน้าผู้พิพากษา "เอกสารสัญญาซื้อขายฉบับนี้ มีลายเซ็นของคุณมะปราง ซึ่งได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นการปลอมแปลงขึ้นมาทั้งสิ้น ไม่เพียงเท่านั้น การกู้ยืมเงินจำนวนหนึ่งที่อ้างว่าคุณมะปรางได้ทำไว้กับทางธนาคาร ก็ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงเอกสารที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นหลักฐานเท็จ" นายทุนคู่กรณีเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น เขาพยายามซักค้าน แต่ทนายชูชาติก็สวนกลับด้วยหลักฐานที่มีน้ำหนัก จนทำให้ทนายของฝ่ายตรงข้ามต้องชะงักไป "และที่สำคัญที่สุดครับท่าน" ทนายชูชาติกล่าวเน้นเสียง "เรามีพยานปากสำคัญที่จะยืนยันความบริสุทธิ์ของคุณมะปรางได้ นั่นคือคุณวิชัย ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกบีบบังคับให้มีส่วนรู้เห็นในแผนการนี้ และเขาจะให้การในชั้นศาลถึงเบื้องหลังทั้งหมด" วิชัยถูกเรียกขึ้นมาเบิกความ เขายอมรับสารภาพทุกอย่างด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ แต่หนักแน่น เขาเล่าถึงการถูกนายทุนคนนั้นข่มขู่และหลอกลวงให้ร่วมมือ พร้อมทั้งอธิบายถึงวิธีการที่พวกมันสร้างหลักฐานปลอมขึ้นมา "ผม...ผมถูกบังคับครับท่าน" วิชัยกล่าว "พวกมันข่มขู่ว่าถ้าผมไม่ทำตาม พวกมันจะเอาเรื่องส่วนตัวของผมไปเปิดเผย ผมไม่มีทางเลือกจริงๆ ผมขอโทษคุณมะปรางจากใจจริง" เสียงซุบซิบดังขึ้นในห้องพิจารณาคดี แววตาของหลายคนจับจ้องไปยังนายทุนคู่กรณีที่เริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก เมื่อถึงคิวของทนายฝ่ายตรงข้าม เขาก็พยายามซักค้านวิชัยอย่างหนักหน่วง แต่คำให้การของวิชัยนั้นชัดเจน และมีหลักฐานเอกสารสนับสนุน จนไม่สามารถหักล้างได้ "คุณวิชัยครับ" ทนายฝ่ายตรงข้ามถามเสียงเข้ม "คุณแน่ใจได้อย่างไรว่าคุณได้ยินและเห็นทั้งหมด? คุณอาจจะเข้าใจผิด หรือจำผิดก็ได้" "ผมแน่ใจครับ" วิชัยตอบเสียงหนักแน่น "ผมจำได้ทุกอย่าง ผมเห็นพวกมันอัดคลิปเสียง และเห็นพวกมันปลอมลายเซ็น ผมไม่มีทางจำผิดแน่นอน" หลังจากนั้น ทนายชูชาติก็ได้เรียกคุณสมชาย พยานอีกปากหนึ่งขึ้นมาเบิกความ คุณสมชายเป็นชายวัยกลางคน รูปร่างผอมสูง ใบหน้าดูซื่อสัตย์ เขาขึ้นมาบนแท่นพยานด้วยความมั่นใจ "คุณสมชายครับ" ทนายชูชาติถาม "คุณอยู่ในเหตุการณ์ที่นายทุนคนนี้ กับพวกของคุณวิชัย ทำการอัดคลิปเสียง และเตรียมเอกสารปลอมใช่หรือไม่ครับ" "ใช่ครับท่านทนาย" คุณสมชายตอบเสียงดังฟังชัด "ผมไปช่วยคุณวิชัยขนของในวันนั้นพอดี และบังเอิญได้ยินเสียงพวกมันคุยกัน ผมเห็นพวกมันเอาเทปมาตัดต่อ แล้วก็เห็นพวกมันใช้เครื่องมือในการปลอมลายเซ็นของคุณลุงคุณป้าด้วย" "คุณได้ยินพวกมันพูดอะไรบ้างครับ" "ผมได้ยินพวกมันพูดกันว่า จะต้องทำทุกอย่างให้ได้ที่ดินของคุณมะปรางมาให้เร็วที่สุด พวกมันพูดถึงการสร้างหนี้สินปลอม และการทำให้คุณมะปรางเสียชื่อเสียง" คุณสมชายเล่าต่อ "พวกมันบอกว่า ถ้าคุณมะปรางไม่มีเงินจ่ายหนี้ ก็จะต้องจำใจขายที่ดินให้" คำให้การของคุณสมชาย เป็นเหมือนหมัดเด็ดที่ทำให้แผนการของนายทุนพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าของนายทุนซีดเผือด เขาพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ถูกทนายของเขาห้ามไว้ ผู้พิพากษาพยักหน้ารับฟังทุกการเบิกความอย่างตั้งใจ ท่านมองไปยังเอกสารหลักฐานต่างๆ และประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ "ก่อนที่จะมีการตัดสิน" ทนายชูชาติกล่าวเสริม "ผมขออนุญาตนำเสนอหลักฐานชิ้นสุดท้ายครับ" เขายื่นแผ่นซีดีให้กับเจ้าหน้าที่ศาล "นี่คือคลิปเสียงต้นฉบับที่บันทึกไว้โดยคุณวิชัยครับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนาอันมุ่งร้ายของจำเลย และการบีบบังคับคุณวิชัยให้ร่วมมือ" เมื่อเปิดคลิปเสียงขึ้น เสียงของนายทุนคนนั้นก็ดังขึ้นมาในห้องพิจารณาคดี เป็นเสียงที่แสดงถึงความทะเยอทะยานและความโหดเหี้ยมอย่างชัดเจน "แกต้องทำตามที่ฉันบอกนะวิชัย ถ้าไม่ทำ ฉันจะทำให้แกเดือดร้อนไปตลอดชีวิต" "แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันจะสำเร็จนะครับ" เสียงวิชัยตอบ "ไม่ต้องห่วง มันต้องสำเร็จแน่ๆ ฉันวางแผนมาอย่างดีแล้ว" เสียงนั้นทำให้ทุกคนในห้องพิจารณาคดีตกตะลึง นายทุนคู่กรณีนั่งนิ่งไปราวกับถูกสาป มะปรางมองไปยังนายทุนคนนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารระคนสมเพช เธอมองว่าเขาเป็นเพียงคนที่น่าสงสารที่ถูกความโลภครอบงำจนทำเรื่องเลวร้ายลงไป ผู้พิพากษาพิจารณาหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียดถี่ถ้วน ท่านมองไปยังมะปรางที่กำลังตั้งครรภ์ด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความเห็นใจ "การพิจารณาคดีในวันนี้ ถือเป็นที่สิ้นสุด" ผู้พิพากษาประกาศ "ศาลจะพิจารณาหลักฐานทั้งหมด และจะนัดวันตัดสินอีกครั้งหนึ่ง" มะปรางลุกออกจากที่นั่งด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง เธอหันไปขอบคุณทนายชูชาติ ลุงบุญ และวิชัยอย่างสุดซึ้ง "ขอบคุณมากค่ะทุกคน" เธอกล่าว "หนูรู้สึกดีขึ้นมากจริงๆ" "เราใกล้จะชนะแล้วครับคุณมะปราง" ทนายชูชาติยิ้มให้ "เชื่อมั่นในความถูกต้องนะครับ"

4,783 ตัวอักษร