ตอนที่ 34 — วันแห่งการตัดสินใจและความเปลี่ยนแปลง
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว มะปรางใช้เวลาในช่วงที่รอการตัดสินคดีความอย่างใจจดใจจ่อ ทุกย่างก้าวของเธอเต็มไปด้วยความหวัง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความกังวลฉายชัดอยู่ภายในใจ ยิ่งใกล้วันที่ศาลจะนัดฟังคำตัดสิน ความกดดันก็ยิ่งถาโถมเข้ามา เธอพยายามรวบรวมสติ ควบคุมความรู้สึกไม่ให้ตื่นตระหนกไปมากกว่านี้ เธอรู้ดีว่าผลการตัดสินครั้งนี้จะส่งผลต่ออนาคตของเธอ ลูกน้อยในครรภ์ และอนาคตของไร่ข้าวโพดอันเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ
"คุณมะปรางครับ วันนี้ผมได้รับแจ้งจากทางศาลมาว่า จะมีการนัดฟังคำพิพากษาในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ครับ" ทนายชูชาติเอ่ยขึ้นขณะที่เขากำลังเดินเข้ามาในบ้านไร่ของมะปราง ท่าทางของเขาสุขุมตามปกติ แต่แววตาฉายประกายแห่งความหวัง
มะปรางที่กำลังนั่งให้นมลูกน้อยพลางป้อนข้าวบดอย่างเบามือ ชะงักไปเล็กน้อย "จริงหรือคะทนาย" เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย "อีกสามวันก็จะได้รู้ผลแล้วหรือคะ"
"ครับ" ทนายชูชาติพยักหน้า "ผมเองก็หวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี หลังจากที่เราได้หลักฐานสำคัญและพยานที่น่าเชื่อถือมาสนับสนุนคดีของเรา"
"หนูภาวนาทุกวันเลยค่ะทนาย" มะปรางตอบเสียงเครือ "ภาวนาให้ความยุติธรรมมีอยู่จริง และขอให้สิ่งที่พ่อกับแม่เคยลำบากสร้างมา ไม่ต้องมาพังทลายลงไปกับตา" เธอเช็ดน้ำตาที่คลอเบ้าเบาๆ "โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ตอนนี้หนูมีอีกชีวิตหนึ่งที่ต้องดูแล" เธอกล่าวพร้อมกับลูบท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อย
ลุงบุญที่นั่งอยู่ใกล้ๆ รีบเข้ามาตบไหล่มะปรางเบาๆ "ไม่ต้องห่วงนะมะปราง ป้ากับลุงอยู่ตรงนี้เสมอ เราจะสู้ไปด้วยกัน"
"ขอบคุณค่ะลุง" มะปรางยิ้มให้ผู้ใหญ่ทั้งสอง "แค่มีกำลังใจจากทุกคน ก็ทำให้หนูมีแรงสู้ขึ้นเยอะเลยค่ะ"
ในช่วงเวลาที่รอคอยการตัดสิน มะปรางก็ยังคงใช้ชีวิตตามปกติเท่าที่จะทำได้ เธอดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด ออกไปตรวจดูไร่ข้าวโพดที่เริ่มจะออกรวงอย่างมีความหวัง พร้อมกับลุงบุญและคนงานบางส่วนที่ยังคงภักดีต่อเธอ การปรากฏตัวของเธอในไร่ข้าวโพดทุกวันเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจถึงความมุ่งมั่นและความเป็นเจ้าของที่แท้จริง
"นี่ลุงบุญ ดูสิคะ ข้าวโพดต้นนี้ออกฝักใหญ่กว่าต้นอื่นเลยนะ" มะปรางชี้ไปยังต้นข้าวโพดที่สมบูรณ์แข็งแรง "ถ้าอากาศยังเป็นแบบนี้ต่อไปอีกหน่อย เราคงได้ผลผลิตที่ดีแน่ๆ"
"ใช่แล้วหลานเอ๋ย" ลุงบุญตอบพลางยิ้ม "เห็นแล้วชื่นใจจริงๆ ดูท่าว่าเจ้าพวกนายทุนคงจะฝันสลายไปเสียแล้วล่ะ"
"หนูก็หวังอย่างนั้นค่ะ" มะปรางกล่าว "แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ทีเดียวค่ะ"
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์หรูของเสี่ยวิทย์ บรรยากาศกลับตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด เสี่ยวิทย์กำลังนั่งจิบวิสกี้แก้วโปรดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"ท่านประธานครับ" ลูกน้องคนสนิทเอ่ยขึ้นอย่างระแวง "ผมได้ข่าวมาว่า วันศุกร์นี้ศาลจะนัดฟังคำพิพากษาคดีของคุณมะปรางแล้วครับ"
เสี่ยวิทย์เงยหน้าขึ้นมองลูกน้องด้วยสายตาเย็นชา "เรื่องนั้นข้ารู้แล้ว" เสียงของเขาแหบพร่า "แล้วผลเป็นไงบ้าง"
"ยังไม่มีใครทราบแน่ชัดครับท่านประธาน แต่จากข่าวที่ออกมา ดูเหมือนว่าทางฝั่งคุณมะปรางจะมีพยานหลักฐานที่แน่นหนาพอสมควรครับ"
เสี่ยวิทย์วางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะเสียงดัง "พยานบ้าบออะไรกัน! คนอย่างมะปราง มันจะไปหาหลักฐานอะไรมาสู้กับข้าได้" เขาตะคอก "ไอ้ทนายชูชาติ กับ ไอ้คุณชาย ที่มันเป็นพยานนั่นน่ะ มันจะไปทำอะไรข้าได้"
"แต่ท่านประธานครับ..." ลูกน้องคนสนิทเอ่ยอย่างลังเล "หลักฐานเรื่องสัญญาที่ถูกปลอมแปลง และคำให้การของคุณสมชายที่ยืนยันว่าท่านมีการบีบบังคับให้พ่อของคุณมะปรางเซ็นสัญญาโดยไม่เป็นธรรม... ข่าวว่ามันค่อนข้างจะหนักหนาสาหัสเลยทีเดียวครับ"
เสี่ยวิทย์กัดฟันกรอด "เรื่องนั้นมันเป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว ใครจะไปพิสูจน์ได้ว่าสัญญาฉบับจริงเป็นอย่างไร"
"แต่คุณสมชายให้การยืนยันชัดเจนนะครับท่านประธาน ว่าท่านเห็นคุณมะนาว (พ่อของมะปราง) ถูกบีบบังคับจริง และท่านก็มีเอกสารบางอย่างที่อาจจะเป็นประโยชน์..."
"พอ! อย่าให้ข้าได้ยินคำว่า 'อาจจะเป็นประโยชน์' อีก" เสี่ยวิทย์ตวาดเสียงดัง "เรื่องนี้มันต้องมีทางออก ข้าจะไม่ยอมเสียที่ดินแปลงนั้นไปเด็ดขาด มันเป็นทำเลทองของข้า!"
เขาหันไปสั่งการลูกน้องคนสนิทด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้น "แกไปสืบเรื่องพวกนั้นให้ละเอียดกว่านี้ ข้าต้องการรู้ว่าไอ้ทนายกับไอ้พยานนั่น มันมีแผนอะไรกันแน่ และไปหาทางสกัดดาวรุ่งมันก่อนวันตัดสิน ถ้าจำเป็น... ก็ใช้วิธีที่เคยใช้"
ลูกน้องคนสนิทหน้าซีดเผือด แต่ก็รับคำสั่งมาอย่างจำใจ
คืนวันก่อนวันพิพากษา มะปรางนอนไม่หลับ เธอลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังไร่ข้าวโพดที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาภายใต้แสงจันทร์นวลผ่อง เธอจินตนาการถึงอนาคตที่สดใส หากเธอชนะคดี เธอจะพัฒนาไร่ข้าวโพดแห่งนี้ให้ดีที่สุด จะสร้างชีวิตที่ดีให้กับลูกน้อย และจะทำให้พ่อแม่ของเธอภูมิใจ
"พ่อคะ แม่คะ หนูจะทำดีที่สุดค่ะ" เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินลงมาอย่างเงียบงัน "ขอให้พรุ่งนี้... เป็นวันของเรานะคะ"
เธอสูดหายใจลึกๆ พยายามสงบจิตใจ เธอกำหมัดแน่น แม้จะกลัว แต่ความรักที่มีต่อลูกน้อย และความมุ่งมั่นที่จะรักษาทุกสิ่งทุกอย่างไว้ ก็เป็นแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
4,044 ตัวอักษร