สายใยรักของแม่ในไร่ข้าวโพด

ตอนที่ 6 / 48

ตอนที่ 6 — พันธนาการที่มองไม่เห็น

แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอนของมะปราง แต่วันนี้ แสงนั้นกลับไม่ได้นำมาซึ่งความสดใสเหมือนเช่นเคย หากแต่เป็นเงาของความกังวลที่ทาบทับอยู่บนใบหน้าของเธอ เมื่อคืนที่ผ่านมา มะปรางแทบจะไม่ได้นอนเลย เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่านเอกสารเก่าๆ ที่พบจากกล่องไม้ใบนั้น เอกสารเหล่านั้นไม่ได้มีเพียงโฉนดที่ดิน แต่ยังมีบันทึกส่วนตัวของพ่อเธอด้วย บันทึกเหล่านั้นเล่าถึงประวัติความเป็นมาของไร่ข้าวโพดแห่งนี้ การต่อสู้ดิ้นรนของครอบครัว และหนี้สินที่พ่อของเธอพยายามปลดเปลื้องอยู่ ยิ่งอ่านมากเท่าไหร่ มะปรางก็ยิ่งรู้สึกถึงภาระอันหนักอึ้งที่ตกทอดมาสู่เธอ เธอรู้สึกผิดที่ในตอนแรก เธอเคยคิดจะขายไร่นี้ทิ้งเพื่อหนีปัญหา แต่เมื่อได้อ่านบันทึกของพ่อ เธอก็รู้สึกว่าเธอต้องพยายามรักษาผืนดินผืนนี้ไว้ให้ได้ "มะปราง… ตื่นรึยัง" เสียงของนทีกระซิบถาม ขณะที่เขาเปิดประตูเข้ามาในห้อง "ฉันเตรียมข้าวเช้าไว้ให้แล้วนะ" มะปรางลุกขึ้นนั่งบนเตียง ดวงตาของเธอดูอิดโรย "ตื่นแล้วจ้ะ" เธอตอบเสียงเบา "ขอบคุณนะ" ขณะที่ทั้งสองกำลังทานอาหารเช้าร่วมกัน นทีก็เอ่ยขึ้น "มะปราง… ฉันอยากจะบอกอะไรบางอย่าง" มะปรางเงยหน้าขึ้นมองเขา "ว่าไงเหรอ?" "เรื่อง… เรื่องเงิน" นทีอึกอัก "ฉัน… ฉันอาจจะพอมีเงินเก็บอยู่บ้างนะ" "เงินเก็บ?" มะปรางเลิกคิ้ว "เท่าไหร่เหรอ?" "ก็… ไม่เยอะหรอก" นทีอ้ำอึ้ง "แต่… ฉันคิดว่ามันอาจจะพอช่วยเราได้บ้างนะ สำหรับค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี" มะปรางมองหน้านทีด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ เธอไม่เคยรู้เลยว่านทีมีเงินเก็บอยู่บ้าง เขาเป็นคนที่ไม่เคยพูดถึงเรื่องเงินทองเลย "นที… ฉัน… ฉันขอบคุณมากนะ" "ไม่ต้องพูดอย่างนั้น" นทียิ้ม "เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ" คำว่า "ครอบครัว" ที่หลุดออกจากปากของนที ทำให้หัวใจของมะปรางพองโต แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงความหนักอึ้งที่เพิ่มขึ้น เมื่อคิดถึงอนาคตของพวกเขา หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ทั้งสองก็รีบเดินทางไปยังสำนักงานทนายความที่อำเภอ มะปรางนำเอกสารทุกฉบับที่พบในกล่องไม้ รวมถึงเอกสารการประมูลของวิชัยที่เธอได้มาเมื่อวาน ยื่นให้กับทนายความ ทนายความหนุ่ม นามว่า คุณวินัย เป็นชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้ม เขาใช้เวลาสักครู่ในการพิจารณาเอกสารทั้งหมด สีหน้าของเขาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม "คุณมะปรางครับ" คุณวินัยเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เอกสารพวกนี้มีประโยชน์มากจริงๆ โดยเฉพาะบันทึกของคุณพ่อคุณ ที่แสดงให้เห็นถึงเจตนาที่ชัดเจนในการปกป้องที่ดินผืนนี้" "แล้ว… มันจะช่วยเราได้จริงๆ ใช่ไหมคะ" มะปรางถามด้วยความหวัง "ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ครับ" คุณวินัยตอบ "แต่ต้องบอกก่อนว่า คดีนี้จะไม่ง่ายอย่างที่คิดนะครับ ฝั่งคุณวิชัยเองก็มีหลักฐานที่เป็นเอกสารการประมูลที่ถูกต้องตามกฎหมายเช่นกัน" "แล้วเราจะทำยังไงดีคะ" มะปรางเริ่มรู้สึกใจเสียอีกครั้ง "เราต้องหาทางพิสูจน์ว่าเอกสารการประมูลนั้นมีข้อพิรุธบางอย่าง" คุณวินัยอธิบาย "ผมจะลองตรวจสอบกระบวนการประมูลย้อนหลังทั้งหมด และจะหาพยานที่เกี่ยวข้องมาให้การ" "แต่… เราจะไปเอาเงินที่ไหนมาเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้" นทีถามด้วยน้ำเสียงกังวล คุณวินัยยิ้ม "เรื่องนั้น… ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมจะช่วยคุณมะปรางไปก่อน ในส่วนของค่าทนายความเบื้องต้น ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายอื่นๆ… เราค่อยๆ หาทางกันไปนะครับ" มะปรางมองคุณวินัยด้วยความซาบซึ้งใจ "ขอบคุณมากค่ะคุณวินัย" หลังจากออกจากสำนักงานทนายความ มะปรางและนทีก็นั่งรถกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งความหวัง ความกังวล และความไม่แน่นอน "เรายังมีหวังนะมะปราง" นทีพูด ขณะที่เขากุมมือของเธอไว้ "ฉันรู้" มะปรางตอบ "แต่ฉันก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้เลย" "ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอเสมอ" นทีพูด "เราจะสู้ไปด้วยกัน" ขณะที่รถของทั้งสองกำลังวิ่งผ่านตัวอำเภอ มะปรางก็เหลือบไปเห็นรถยนต์คันหรูสีดำจอดอยู่หน้าร้านกาแฟร้านหนึ่ง เธอจำได้ทันทีว่าเป็นรถของวิชัย "นที… จอดรถตรงนั้นหน่อย" มะปรางบอก "ทำไมเหรอ?" "ฉัน… ฉันอยากจะเข้าไปคุยกับเขาหน่อย" มะปรางพูด ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "แน่ใจนะมะปราง?" นทีถามด้วยความเป็นห่วง "เขาอาจจะ… " "ฉันแน่ใจ" มะปรางตัดบท "ฉันอยากจะให้เขารู้ว่า เราจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ" มะปรางลงจากรถ และเดินตรงไปยังร้านกาแฟที่วิชัยกำลังนั่งอยู่ เธอเปิดประตูเข้าไป ภาพที่เห็นคือวิชัยกำลังนั่งดื่มกาแฟอย่างสบายอารมณ์ เมื่อเขาเห็นมะปราง เขาก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย "อ้าว… คุณมะปราง มาทำอะไรที่นี่ครับ" วิชัยทักทายด้วยน้ำเสียงที่ยังคงความสุภาพ แต่แฝงไปด้วยความกวนเล็กน้อย มะปรางเดินเข้าไปยืนเผชิญหน้ากับวิชัย "ฉันมาบอกคุณว่า ฉันจะไม่ขายที่ดินแปลงนี้ให้คุณเด็ดขาด" วิชัยยกกาแฟขึ้นจิบ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะ "ผมก็ไม่เคยบังคับคุณนี่ครับ" "และฉันก็รู้เรื่องแผนการของคุณแล้ว" มะปรางพูดเสียงแข็ง "เรื่องการประมูลที่ดินของฉัน" ใบหน้าของวิชัยฉายแววตกใจเล็กน้อย แต่เขาก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "ผมไม่เข้าใจที่คุณพูดนะครับ" "ไม่ต้องมาทำเป็นไม่เข้าใจ" มะปรางพูด "ฉันมีเอกสารทุกอย่างอยู่ที่ฉัน คุณคิดว่าคุณจะทำอะไรกับฉันก็ได้อย่างนั้นเหรอ?" วิชัยหัวเราะเบาๆ "คุณมะปรางครับ คุณกำลังเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง ผมแค่ทำตามกระบวนการที่ถูกต้องเท่านั้นเอง ถ้าคุณไม่พร้อมที่จะขาย ผมก็คงทำอะไรไม่ได้" "คุณกำลังโกหก!" มะปรางตะคอกเสียงดัง "ใจเย็นๆ ครับคุณมะปราง" วิชัยพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาลง "ผมแนะนำคุณไปแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าถ้าจนตรอกจริงๆ เมื่อไหร่ ก็มาคุยกับผมได้เสมอ" มะปรางมองวิชัยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขยะแขยง เธอรู้ดีว่าเขาเป็นคนอันตรายแค่ไหน เธอหันหลังเดินออกจากร้านกาแฟไปทันที โดยไม่สนใจเสียงเรียกของวิชัยที่ดังตามหลังมา เมื่อมะปรางกลับมาที่รถ นทีก็นั่งรอเธออยู่ด้วยสีหน้าเป็นห่วง "เป็นไงบ้าง" "เขา… เขาบอกว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด" มะปรางตอบเสียงสั่นเครือ "แต่ฉันรู้ว่าเขาโกหก" "ไม่เป็นไรนะมะปราง" นทีบีบมือเธอ "อย่างน้อยที่สุด เราก็รู้แล้วว่าเขาคิดอะไรอยู่" มะปรางพยักหน้า เธอกำมือของนทีแน่น เธอยังคงรู้สึกหวาดกลัว แต่ก็มีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องไร่ข้าวโพดแห่งนี้ และชีวิตน้อยๆ ในท้องของเธอ มากกว่าความกลัวเหล่านั้นแล้ว สายใยบางๆ ที่มองไม่เห็น แต่ผูกพันมะปรางไว้กับผืนดินแห่งนี้ และผูกพันเธอกับนที กำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีอุปสรรคถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน

5,018 ตัวอักษร