ตอนที่ 2 — เงามืดแห่งอดีตที่ตามหลอกหลอน
วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าสำหรับพิมพ์มาดา ชีวิตในคฤหาสน์หลังใหญ่เต็มไปด้วยความกดดันและงานหนักราวกับทาส หล่อนต้องตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อช่วยแม่บ้านทำงานบ้านทุกอย่าง ล้างจาน ซักผ้า รีดผ้า กวาดบ้าน ถูบ้าน และงานอื่นๆ อีกมากมายที่ป้าบุญมีมอบหมายให้ งานเหล่านี้หนักหนาสาหัสจนไหล่เล็กๆ ของเธอแทบจะแบกรับไม่ไหว
"นี่พิมพ์มาดา! ทำไมถึงล้างจานไม่สะอาดแบบนี้! มีคราบติดอยู่เต็มไปหมดเลยนะ!" เสียงแหลมของป้าบุญมีดังขึ้นอีกครั้งขณะที่พิมพ์มากำลังจัดจานที่ล้างเสร็จแล้วเข้าตู้
พิมพ์มาดาหน้าซีดเผือด รีบหยิบจานใบนั้นมาดู "หนูขอโทษค่ะป้า"
"ขอโทษแล้วมันจะหายเหรอ! ตั้งใจทำงานหน่อยสิ! ฉันจ้างแม่บ้านมาตั้งหลายคนแล้ว ยังต้องให้เธอมาทำอะไรไร้สาระแบบนี้อีก!" ป้าบุญมีตวาดเสียงดัง น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจ "จำไว้เลยนะ ว่าเธอมาอยู่ที่นี่ กินอยู่ที่นี่ ก็ต้องทำงานใช้เขาให้คุ้ม ไม่งั้นก็ไสหัวไป!"
พิมพ์มาดาก้มหน้างุด น้ำตาคลอหน่วย หล่อนรู้สึกเหมือนถูกเหยียดหยามซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ไม่กล้าโต้ตอบใดๆ ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป
"ใจเย็นๆ ครับป้า" เสียงของแทนดังขึ้นจากด้านหลัง ป้าบุญมีหันไปมองลูกชายด้วยสีหน้าอึ้งเล็กน้อย "ผมว่าพิมพ์มาดาเขาก็พยายามเต็มที่แล้วนะครับ เขาเพิ่งจะมาอยู่ที่นี่ ยังไม่คุ้นเคยอะไรมากนัก"
"แกก็เข้าข้างมันอีกแล้วนะ แทน! มันมาอยู่ที่นี่ก็ต้องทำงานหนัก ถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีสิทธิ์มากินมานอนที่นี่!" ป้าบุญมีพูดเสียงเข้ม
"ครับๆ ผมเข้าใจ" แทนถอนหายใจเล็กน้อย "แต่ผมแค่อยากให้ป้าใจเย็นลงหน่อย ผมจะช่วยดูเอง พิมพ์มาดา มานี่สิ เดี๋ยวผมจะสอนให้"
แทนเดินเข้ามาหาพิมพ์มาดา ดึงจานใบนั้นไปจากมือ "ดูนะ เวลาล้างต้องขัดตรงนี้ให้สะอาดก่อน แล้วก็ล้างน้ำเปล่าให้หมดจดแบบนี้" เขาลงมือสาธิตให้ดูอย่างใจเย็น พิมพ์มาดาได้แต่มองตามอย่างเงียบๆ
"ขอบคุณค่ะคุณแทน" พิมพ์มาดาเอ่ยเสียงเบา
"ไม่เป็นไร" แทนยิ้มให้เธอ "ต่อไปถ้าไม่เข้าใจตรงไหน ถามพี่ได้นะ"
ป้าบุญมีมองดูเหตุการณ์ด้วยสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เธอเดินจากไป ปล่อยให้แทนกับพิมพ์มาดาอยู่กันตามลำพัง
"ป้าบุญมีเขาเป็นอย่างนี้แหละ" แทนพูดพลางหันมามองพิมพ์มาดา "อย่าไปใส่ใจคำพูดเขามากนะ"
"แต่หนูทำผิดจริงๆ นี่คะ" พิมพ์มาดาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ทุกคนก็เคยทำผิดพลาดกันได้ทั้งนั้นแหละ" แทนปลอบ "สำคัญที่ว่าเราจะเรียนรู้จากมันหรือเปล่า"
พิมพ์มาดาเงยหน้ามองแทน ดวงตาของเขาฉายแววอบอุ่นและเข้าใจ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด
"ขอบคุณมากนะคะคุณแทน"
"ไม่ต้องขอบคุณหรอก" แทนยิ้ม "ว่าแต่... นอกจากงานบ้านแล้ว มีอะไรที่อยากทำอีกไหม"
พิมพ์มาดาอึ้งไปเล็กน้อย "หมายถึงอะไรคะ"
"ก็... มีความฝัน หรือเป้าหมายอะไรไหม" แทนถาม "ถ้ามี พี่อาจจะพอช่วยแนะนำอะไรได้บ้าง"
พิมพ์มาดาเงียบไปครู่หนึ่ง เธอนึกถึงภาพที่เคยเห็นในหนังสือเรียน ภาพของสถาปนิกที่ออกแบบตึกสวยๆ ภาพของนักเขียนที่สร้างสรรค์เรื่องราวที่น่าประทับใจ "หนู... หนูอยากเรียนหนังสือค่ะ" เธอตอบเสียงเบา "อยากเป็นนักออกแบบ"
"นักออกแบบเหรอ" แทนพยักหน้า "น่าสนใจนะ"
"แต่หนูคงไม่มีโอกาส" พิมพ์มาดาพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ "หนูไม่มีเงิน ไม่มีเส้นสาย"
"อย่าเพิ่งหมดหวังนะ" แทนพูด "บางที โอกาสก็อาจจะมาในรูปแบบที่เราคาดไม่ถึงก็ได้"
ทั้งสองพูดคุยกันต่ออีกสักพัก ก่อนที่แทนจะขอตัวไปทำงาน พิมพ์มาดาเฝ้ามองเขาจากไป ด้วยความรู้สึกขอบคุณที่เขามอบให้
วันเวลาผ่านไปอีกครั้ง พิมพ์มาดาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด แม้จะถูกป้าบุญมีกดขี่และใช้งานหนักเพียงใด เธอก็พยายามอดทน หล่อนใช้เวลาว่างศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองเท่าที่โอกาสจะอำนวย อาศัยหนังสือเก่าๆ ที่หาได้ในบ้าน และข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตในร้านหนังสือใกล้บ้านที่แทนเคยพาไป
แต่แล้ววันหนึ่ง ความสงบสุขที่เปราะบางของเธอก็ถูกสั่นคลอน เมื่อมีจดหมายฉบับหนึ่งมาถึงบ้าน
"นี่! พิมพ์มาดา! จดหมายนี้นายมาถึงแล้ว!" ป้าบุญมีตะโกนเรียกพิมพ์มาดามาจากหน้าประตูบ้าน ใบหน้าของหล่อนแสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
พิมพ์มาดารีบเดินไปรับจดหมายมาเปิดอ่าน พอได้อ่านเนื้อความด้านใน ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ
"นี่มันเรื่องอะไรกัน!" ป้าบุญมีตวาดเสียงดัง "เขาบอกว่า... พ่อของเธอเป็นหนี้ฉันเยอะมาก! แล้วทรัพย์สินทั้งหมดของพ่อก็ถูกยึดไปแล้ว! เหลือแต่เธอที่เป็นมรดกตกทอด! นี่มันหมายความว่ายังไง!"
พิมพ์มาดายืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ "หนู... หนูไม่รู้เรื่องเลยค่ะป้า"
"ไม่รู้เรื่องเหรอ! แล้วไอ้จดหมายที่ส่งมานี่มันคืออะไร! มันบอกว่าเธอต้องชดใช้หนี้ให้ฉัน! ชดใช้ไปจนกว่าจะหมด!" ป้าบุญมีเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ "ฉันเลี้ยงดูเธอมาขนาดนี้ เธอต้องทำงานใช้หนี้ฉันให้หมด!"
"แต่หนู..." พิมพ์มาดาพยายามจะพูด
"ไม่มีแต่! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอจะไม่มีสิทธิ์ไปเรียนที่ไหนทั้งนั้น! จะทำงานใช้หนี้ฉันให้หนักกว่าเดิม! เข้าใจไหม!" ป้าบุญมีตวาดอย่างเกรี้ยวกราด
พิมพ์มาดาสะอื้นไห้ เธอรู้สึกเหมือนถูกกระชากให้จมดิ่งลงสู่ความมืดมิดอีกครั้ง ความลับในอดีตของครอบครัวที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน ได้กลายเป็นโซ่ตรวนที่มัดเธอไว้แน่นหนา
"ไม่! หนูไม่ยอม!" พิมพ์มาดาตะโกนสุดเสียง "หนูจะไปเรียน! หนูจะไม่ยอมทำงานใช้หนี้บ้าๆ นี่เด็ดขาด!"
"แกบังอาจมาสั่งฉันเหรอ!" ป้าบุญมีสะบัดหน้าหนี "ถ้าแกไม่ยอมทำตาม ฉันจะไล่แกออกไปจากบ้านนี้! ไปตายเอาดาบหน้าเลย!"
แทนที่เดินผ่านมาได้ยินบทสนทนาทั้งหมด เขารีบเข้ามาห้าม "ป้าครับ ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ"
"แกอย่ามายุ่ง! เรื่องนี้เป็นเรื่องของฉันกับพิมพ์มาดา!" ป้าบุญมีพูดเสียงแข็ง
"แต่ผมว่าเราควรคุยกันดีๆ ก่อนนะครับ" แทนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "การที่พ่อของพิมพ์มาดาเป็นหนี้ป้า มันเป็นเรื่องของพ่อเขา ไม่ใช่เรื่องของพิมพ์มาดา"
"แต่พิมพ์มาดาคือทายาท! เธอต้องรับผิดชอบ!" ป้าบุญมีเถียง
"ถ้าจะพูดถึงความรับผิดชอบ ป้าก็ควรจะคิดถึงคนที่ป้าดูแลอยู่ด้วยนะครับ" แทนพูด "การที่พิมพ์มาดาต้องมาทำงานหนักขนาดนี้ ผมว่าก็ถือว่าเป็นการชดใช้ในระดับหนึ่งแล้วนะครับ"
ป้าบุญมีอึ้งไปเล็กน้อยกับคำพูดของแทน แต่ก็ยังคงความโมโหไว้ "แก! แกเข้าข้างมันอีกแล้ว!"
"ผมไม่ได้เข้าข้างใครทั้งนั้นครับ" แทนพูด "ผมแค่อยากให้เรื่องนี้มันจบลงด้วยดี"
พิมพ์มาดาได้แต่มองเหตุการณ์ด้วยความรู้สึกสับสนและเจ็บปวด ความลับในอดีตของครอบครัวได้กลายเป็นพายุที่พัดพาความหวังของเธอให้พังทลายลงไปอีกครั้ง
5,033 ตัวอักษร