เมื่อลมหนาวพัดผ่านคราบน้ำตา

ตอนที่ 22 / 42

ตอนที่ 22 — ความร่วมมือลับและแผนการกลับคืน

“คุณลุงคะ” พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้นมา น้ำเสียงยังคงสั่นเครือ แต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน ดวงตาของเธอฉายแววเด็ดเดี่ยว จ้องมองไปยังคุณลุงประเสริฐที่นั่งอยู่ตรงหน้า “พิมพ์ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายครอบครัวของเราอีกต่อไปแล้วค่ะ พิมพ์จะสู้เพื่อความยุติธรรมให้ถึงที่สุด” คุณลุงประเสริฐพยักหน้าช้าๆ ความเหนื่อยล้าปรากฏบนใบหน้า แต่ในดวงตาของเขากลับมีความหวังฉายชัดขึ้นมา “ดีมาก พิมพ์ นี่แหละจิตใจที่ฉันอยากเห็น” เขาถอนหายใจยาว “แต่การต่อสู้ครั้งนี้มันไม่ง่ายนะลูก พวกนั้นมีอำนาจและอิทธิพลมากกว่าที่เราคิด” “พิมพ์รู้ค่ะ” พิมพ์มาดากล่าวต่อ “แต่พิมพ์ไม่กลัวอีกแล้วค่ะ ตั้งแต่วันที่พิมพ์รู้ความจริงทั้งหมด พิมพ์ก็รู้สึกเหมือนมีพลังบางอย่างเกิดขึ้นในตัว พลังที่มาจากความแค้น ความเสียใจ และความรักที่พิมพ์มีต่อพ่อกับแม่” “แล้วพิมพ์มีแผนอะไรในใจหรือยัง” คุณลุงประเสริฐถามอย่างใคร่รู้ พิมพ์มาดาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า “พิมพ์คิดว่าเราควรจะเริ่มรวบรวมหลักฐานให้ได้มากที่สุดค่ะ คุณลุงพอจะจำได้ไหมคะว่าคุณพ่อของพิมพ์เคยเก็บเอกสารสำคัญอะไรไว้บ้าง” “เอกสารสำคัญน่ะมีเยอะแยะเลย” คุณลุงประเสริฐตอบ “แต่ที่แน่ๆ ที่ดินผืนนั้นที่ถูกยึดไป มันมีเอกสารสิทธิ์ตัวจริงอยู่ที่บ้านเก่าของพ่อกับแม่เรา” “บ้านเก่าของพ่อกับแม่” พิมพ์มาดาทวนคำ “แล้วตอนนี้บ้านหลังนั้นอยู่ที่ไหนคะ” “อยู่ที่นอกเมืองไปทางเหนือหน่อยน่ะ” คุณลุงประเสริฐอธิบาย “แต่ตอนนี้มันปล่อยทิ้งร้างมานานแล้ว เกรงว่าสภาพคงทรุดโทรมไปมาก” “ไม่เป็นไรค่ะคุณลุง” พิมพ์มาดากล่าวอย่างมั่นใจ “พิมพ์จะไปเองค่ะ ไปตามหาเอกสารพวกนั้นมาให้ได้” “ไม่ได้นะลูก” คุณลุงประเสริฐค้านทันที “มันอันตรายเกินไป บ้านหลังนั้นอาจจะมีคนคอยเฝ้าอยู่ก็ได้” “แต่ถ้าเราไม่ไปเอาเอกสารพวกนั้นมา เราจะพิสูจน์ความจริงได้อย่างไรคะ” พิมพ์มาดาเถียงเสียงแข็ง “ใจเย็นๆ ก่อนลูก” คุณลุงประเสริฐพยายามปลอบ “เราต้องมีแผนที่ดีกว่านี้” ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ คุณลุงประเสริฐและพิมพ์มาดามองหน้ากันด้วยความระแวง “ใครมาตอนนี้” คุณลุงประเสริฐพึมพำก่อนจะลุกไปเปิดประตู เมื่อประตูเปิดออก ปรากฏร่างของชายหนุ่มผู้คุ้นเคย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น “ธนากร!” พิมพ์มาดาอุทานด้วยความแปลกใจ “ผมขอโทษที่มารบกวนดึกๆ นะครับคุณอา” ธนากรกล่าวกับคุณลุงประเสริฐ “พอดีผมได้ยินว่าพิมพ์มาดาอยู่ที่นี่ ผมเลยแวะมาหา” “เข้ามาสิ” คุณลุงประเสริฐเชื้อเชิญ “เรากำลังคุยเรื่องสำคัญกันอยู่พอดี” เมื่อธนากรเข้ามาในห้อง เขาก็สังเกตเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของทั้งสองคน “มีอะไรรึเปล่าครับ” เขาถามด้วยความเป็นห่วง พิมพ์มาดาตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ธนากรฟัง ตั้งแต่ต้นจนจบ เธอเล่าถึงความจริงอันเจ็บปวดเกี่ยวกับพ่อแม่ของเธอ การถูกยึดทรัพย์สิน และแผนการร้ายของตระกูลที่เธอเพิ่งล่วงรู้ ธนากรฟังอย่างตั้งใจ สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากสงสัยเป็นจริงจังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อฟังเรื่องราวที่พิมพ์มาดาเล่าจนจบ เขาก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองพิมพ์มาดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ “ผมเสียใจด้วยจริงๆ นะพิมพ์” ธนากรกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้ม “ผมไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องมันจะซับซ้อนขนาดนี้” “แล้วคุณล่ะธนากร” คุณลุงประเสริฐถาม “รู้เรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน” “ผมรู้เพียงคร่าวๆ ครับคุณอา” ธนากรตอบ “แต่ผมไม่เคยเชื่อเรื่องที่เขาเล่ากันมาเลย ผมเชื่อว่าคุณพ่อของพิมพ์มาดาเป็นคนดี” “ดีมาก” คุณลุงประเสริฐกล่าว “ถ้าอย่างนั้นเราก็เป็นพวกเดียวกัน” “พิมพ์คิดว่าเราต้องตามหาเอกสารสิทธิ์ที่บ้านเก่าของพ่อกับแม่ให้เจอค่ะ” พิมพ์มาดาบอกธนากร “คุณลุงเป็นห่วงความปลอดภัยของพิมพ์ ท่านเลยไม่ให้พิมพ์ไปคนเดียว” ธนากรพยักหน้าเห็นด้วย “ผมเข้าใจครับ” เขาหันไปมองพิมพ์มาดา “ถ้าพิมพ์มาดาต้องการ ผมยินดีจะไปเป็นเพื่อนครับ ผมพอจะรู้วิธีเข้าถึงบ้านหลังนั้นอย่างปลอดภัย” “จริงเหรอคะ” พิมพ์มาดาถามอย่างดีใจ “แน่นอนครับ” ธนากรยิ้ม “ผมถือว่าพิมพ์มาดาเป็นเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ผมไม่ยอมให้เธอต้องเผชิญหน้ากับอันตรายคนเดียวแน่” คุณลุงประเสริฐมองธนากรด้วยความรู้สึกขอบคุณ “ขอบใจมากนะธนากร ฉันไว้ใจนาย” “ผมจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยพิมพ์มาดาครับคุณอา” ธนากรตอบรับด้วยความมั่นใจ แผนการกลับคืนกำลังจะเริ่มต้นขึ้น พิมพ์มาดาไม่ได้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไป การมีธนากรอยู่เคียงข้าง ทำให้เธอรู้สึกมีพลังและกำลังใจมากขึ้นกว่าเดิม แม้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอุปสรรคและความไม่แน่นอน แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวของเธอ “พรุ่งนี้เช้าเราจะออกเดินทางกัน” ธนากรกล่าว “ผมจะเตรียมรถให้พร้อม และจะพาพิมพ์มาดาไปที่บ้านหลังนั้นอย่างปลอดภัยที่สุด” “ขอบคุณมากค่ะธนากร” พิมพ์มาดากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “พิมพ์ไม่รู้จะขอบคุณคุณยังไงดี” “ไม่ต้องขอบคุณอะไรหรอกพิมพ์” ธนากรตอบ “แค่พิมพ์มาดาเข้มแข็งและเดินหน้าต่อไป ผมก็มีความสุขแล้ว” ค่ำคืนนั้น พิมพ์มาดาแทบจะไม่ได้นอนหลับ เธอคิดถึงเรื่องราวในอดีต ภาพใบหน้าของพ่อแม่ปรากฏขึ้นในความฝัน ความทรงจำที่เคยถูกกลบฝังด้วยความเจ็บปวด กลับผุดขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ มันไม่ได้มาพร้อมกับความอ่อนแอ แต่กลับกลายเป็นพลังผลักดันให้เธอต้องลุกขึ้นสู้ เช้าวันต่อมา ท้องฟ้าสดใส อากาศเย็นสบาย เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการเดินทางที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ธนากรขับรถมารับพิมพ์มาดาที่บ้านของคุณลุงประเสริฐ “พร้อมแล้วหรือยัง” ธนากรเอ่ยถามขณะยื่นมือมาช่วยพิมพ์มาดาขึ้นรถ “พร้อมแล้วค่ะ” พิมพ์มาดาตอบรับด้วยรอยยิ้มที่มั่นใจ คุณลุงประเสริฐยืนมองทั้งสองคนด้วยความห่วงใย “ดูแลตัวเองให้ดีนะทั้งสองคน” “ไม่ต้องห่วงครับคุณอา” ธนากล่าว “ผมจะดูแลพิมพ์มาดาให้ดีที่สุด” รถยนต์ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปจากบ้าน ทิ้งความกังวลและความไม่แน่นอนไว้เบื้องหลัง แต่ในใจของพิมพ์มาดาเต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ความจริง เธอรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้มีความหมายมากกว่าที่ใครจะคาดคิด มันคือการเดินทางเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีและต่อสู้เพื่อความยุติธรรมที่ถูกพรากไป

4,860 ตัวอักษร