เมื่อลมหนาวพัดผ่านคราบน้ำตา

ตอนที่ 25 / 42

ตอนที่ 25 — การหลบหนีที่ต้องแลกด้วยทุกสิ่ง

เสียงดังโครมครามที่ดังมาจากด้านนอก ทำให้พิมพ์มาดาและธนากรรู้ทันทีว่าพวกเขากำลังตกอยู่ในอันตราย พวกเขาหันไปมองหน้ากันด้วยความกังวล “เราต้องรีบไปจากที่นี่” ธนากรกระซิบบอก “เราได้สิ่งที่ต้องการแล้ว” พิมพ์มาดารีบเก็บเอกสารทั้งหมดใส่ซองอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทั้งสองคนจะรีบวิ่งไปยังช่องหน้าต่างที่พวกเขาเข้ามา “ถอยไป!” เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหว กระสุนเฉี่ยวไปโดนขอบหน้าต่าง ทำให้เศษปูนร่วงกราวลงมา พิมพ์มาดาตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เธอมองไปที่ธนากรที่พยายามผลักเธอให้ปีนออกไปก่อน “ไปเถอะพิมพ์! อย่าหันหลังกลับ!” “แต่คุณล่ะคะ!” พิมพ์มาดาร้องถาม น้ำตาเริ่มไหลริน “ถ้าคุณเป็นอะไรไป ฉันจะอยู่ยังไง!” “ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า” ธนากรอ้างด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พยายามเก็บซ่อนความเจ็บปวดที่แล่นริ้วไปทั่วแผ่นหลัง “ฉันจะตามเธอไปแน่ๆ รีบไปก่อนที่พวกเขาจะมาถึงตัวเรา!” พิมพ์มาดาลังเลอยู่ชั่วครู่ เธอมองใบหน้าของธนากรที่ซีดเผือด แต่แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว การตัดสินใจครั้งนี้ยากลำบากยิ่งกว่าสิ่งใดในชีวิต เธอรู้ดีว่าหากเธอไม่ไปในตอนนี้ โอกาสที่จะหลุดพ้นจากเงื้อมมือของประเสริฐและพวกพ้องก็จะหมดไป เธอสูดลมหายใจลึก รวบรวมสติทั้งหมดที่มี พลางมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว “คุณต้องระวังตัวนะคะ” เธอพูดเสียงสั่นเครือ “ถ้าคุณทำได้...หาทางมาหาฉันที่...” เธอหยุดชะงัก พลางนึกถึงสถานที่ปลอดภัยที่เธอเคยพูดกับธนากรไว้ในตอนแรก “ที่บ้านต้นน้ำนะ เขาจะรู้ว่าต้องทำยังไง” ธนากรรีบพยักหน้า “ฉันรู้แล้ว ไปเถอะ! อย่าเสียเวลา!” พิมพ์มาดากระโดดออกไปทางหน้าต่างอย่างรวดเร็ว เธอลงสู่พื้นดินด้านนอกอย่างทุลักทุเล ก่อนจะวิ่งสุดชีวิตไปยังทิศทางที่รถของธนากรจอดทิ้งไว้ เธอได้ยินเสียงฝีเท้าคนวิ่งตามมาติดๆ เสียงตะโกนด่าทอ และเสียงปืนที่ดังเป็นระยะ “จับตัวมันไว้! อย่าให้มันหนีไปได้!” พิมพ์มาดาหันกลับไปมอง เห็นเงาร่างของธนากรกำลังปะทะกับกลุ่มคนชุดดำที่บุกเข้ามาในบ้านร้าง เขาต่อสู้ด้วยความกล้าหาญอย่างไม่น่าเชื่อ เธออยากจะหันกลับไปช่วย แต่ก็รู้ดีว่านั่นจะเป็นการทำให้ทุกอย่างยิ่งแย่ลง เธอต้องเชื่อใจธนากร และต้องทำตามแผนที่วางไว้ให้สำเร็จ เธอวิ่งไปที่รถ เปิดประตูออกอย่างรวดเร็ว มือไม้สั่นเทาขณะที่พยายามสตาร์ทเครื่องยนต์ หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก “ขอร้องล่ะ...สตาร์ทติดเถอะนะ!” เธอภาวนาในใจ เครื่องยนต์คำรามติดขึ้นอย่างนุ่มนวลราวกับได้ยินเสียงอ้อนวอน พิมพ์มาดารีบเหยียบคันเร่ง รถพุ่งทะยานออกไปจากบริเวณบ้านร้างอย่างรวดเร็ว เธอเหลือบมองกระจกหลัง เห็นเงาร่างของกลุ่มคนกำลังล้อมกรอบธนากรเอาไว้ พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น เธอปิดตาลงชั่วครู่ สูดลมหายใจลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ “สู้ๆ นะคะ คุณธนากร” เธอพึมพำกับตัวเอง “ฉันจะรอคุณ” เธอขับรถไปตามเส้นทางที่มืดมิด มือยังคงกำพวงมาลัยแน่น เหงื่อไหลซึมทั่วแผ่นหลัง ถนนที่เคยคุ้นเคยในยามกลางวัน บัดนี้กลับดูน่ากลัวและเงียบเหงาในยามค่ำคืน เธอไม่รู้ว่ามีใครกำลังสะกดรอยตามเธออยู่หรือไม่ ความหวาดระแวงเกาะกินหัวใจทุกขณะ “เราต้องไปถึงบ้านต้นน้ำให้เร็วที่สุด” เธอคิด “ต้องแน่ใจว่าปลอดภัยก่อน” เธอขับรถต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่หยุดพัก แม้จะรู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย แต่ภาพของธนากรที่กำลังต่อสู้กับกลุ่มคนร้ายยังคงติดตา ทำให้เธอไม่สามารถหยุดพักได้ เธอต้องมีชีวิตรอดเพื่อนำหลักฐานที่ได้ไปเปิดโปงความจริง และเพื่อรอคอยธนากร ตลอดเส้นทาง เธอพยายามนึกถึงคำพูดของธนากรที่บอกว่าเขาจะตามเธอไปให้ได้ เขาเป็นคนเดียวที่เข้าใจเธอในวันที่ไม่มีใครสนใจ เขาเป็นคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเธอในยามที่เธอสิ้นหวังที่สุด ความรู้สึกขอบคุณ ผสมปนเปกับความกังวล ทำให้จิตใจของเธอสับสนไปหมด เมื่อใกล้จะถึงจุดหมาย พิมพ์มาดาชะลอความเร็วรถลง เธอต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะไม่รู้ว่าอันตรายจะมาจากทิศทางใด เธอขับรถเข้าสู่ถนนสายเล็กๆ ที่คดเคี้ยว สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ที่บดบังแสงจันทร์ ทำให้บรรยากาศยิ่งดูมืดมนและน่าขนลุก “ใกล้แล้วสินะ” เธอพึมพำขณะที่มองเห็นแสงไฟสลัวๆ จากบ้านต้นน้ำอยู่ลิบๆ เธอขับรถเข้าไปจอดในโรงรถอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะรีบลงจากรถ และวิ่งเข้าไปในตัวบ้าน ทันทีที่ประตูบ้านปิดลง เสียงสะอื้นก็ระเบิดออกมา เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้น สอดเอกสารที่ได้มาไว้ในอ้อมกอดราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า “คุณธนากร...” เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม “คุณต้องปลอดภัยนะคะ” เธอนั่งอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินเข้ามาในบ้าน “พิมพ์มาดา?” เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้น พิมพ์มาดารีบเงยหน้าขึ้นมอง เห็นคุณลุงบุญยืนมองเธอด้วยความเป็นห่วง “คุณลุง!” เธอร้องเรียก ก่อนจะรีบเข้าไปกอด “หนู...หนูได้มาแล้วค่ะ” คุณลุงบุญพยุงเธอขึ้น “ใจเย็นๆ นะลูก เกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงมาที่นี่คนเดียว?” พิมพ์มาดาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้คุณลุงบุญฟังอย่างละเอียด ตั้งแต่การตัดสินใจบุกเข้าไปในบ้านร้าง การเผชิญหน้ากับประเสริฐ และการหลบหนีออกมาพร้อมกับธนากร “แล้วคุณธนากรไปไหน?” คุณลุงบุญถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เขา...เขาอยู่ที่นั่นค่ะ” พิมพ์มาดาตอบเสียงสั่น “เขาช่วยให้หนูหนีออกมาได้” คุณลุงบุญถอนหายใจอย่างหนัก “ประเสริฐมันคงไม่ปล่อยง่ายๆ แน่” “แต่เรามีเอกสารพวกนี้แล้วนะคะ” พิมพ์มาดาชูซองเอกสารขึ้น “เราจะใช้มันเปิดโปงเขาได้!” “ดีมาก” คุณลุงบุญกล่าว “แต่เราต้องรอให้ทุกอย่างพร้อมก่อน และต้องแน่ใจว่าปลอดภัยจริงๆ” พิมพ์มาดารู้ดีว่าการต่อสู้ยังไม่จบลง เธอได้หลักฐานสำคัญมาอยู่ในมือแล้ว แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงของธนากร เธอหวังเพียงว่าเขาจะปลอดภัย และจะกลับมาหาเธอตามที่เขาได้สัญญาไว้

4,504 ตัวอักษร