ตอนที่ 28 — เบื้องหลังความมืดที่ซ่อนเร้น
พิมพ์มาดาถูกโยนเข้าไปในรถยนต์คันหรูอย่างแรงจนศีรษะกระแทกกับเบาะหนังอย่างจัง ร่างกายบอบบางของเธออ่อนปวกเปียกไปด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวด เสียงหัวใจเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก ซองเอกสารในมือถูกกระชับแน่นขึ้นอีกครั้ง ราวกับมันคือเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่จะปกป้องเธอจากอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
“จะพาหนูไปไหน!” เธอตะโกนถามด้วยเสียงสั่นเครือ ดวงตาฉายแววตื่นตระหนกมองไปยังชายฉกรรจ์สองคนที่นั่งประกบเธออยู่ด้านหลัง พวกเขามีสีหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสภาพของเธอเลยแม้แต่น้อย
ชายคนหนึ่งที่นั่งฝั่งซ้ายหันมามองเธอด้วยแววตาเย็นชา “นายท่านสั่งให้พาคุณมา”
“นายท่าน? นายท่านของใคร!” พิมพ์มาดาพยายามข่มความหวาดกลัว ถามกลับไปอย่างไม่ลดละ “พวกคุณเป็นใคร! จับตัวหนูมาทำไม!”
“อย่าถามมาก” ชายอีกคนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง “ยิ่งพูดมาก ยิ่งลำบาก”
รถยนต์พุ่งทะยานไปบนท้องถนนด้วยความเร็วสูง พิมพ์มาดาพยายามมองออกไปนอกหน้าต่าง แต่ภาพเบื้องหน้ากลับพร่าเลือนไปด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ เธอไม่รู้ว่ากำลังจะถูกพาไปยังที่ใด แต่ความรู้สึกไม่ปลอดภัยถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เธอคิดถึงคุณลุงบุญ คิดถึงแผนการที่พวกเขากำลังจะลงมือทำ เธอต้องไปให้ถึงที่นั่น ต้องไปถึงก่อนที่จะสายเกินไป
“ปล่อยหนูนะ! หนูจะไปหาคุณลุงบุญ!” เธอพยายามดิ้นรนอีกครั้ง แต่ก็ถูกชายที่นั่งข้างๆ จับแขนไว้แน่น
“ดิ้นไปก็เปล่าประโยชน์” เขาพูดเสียงเรียบ “พวกเรามีหน้าที่พาคุณไปส่งนายท่านให้ได้”
“นายท่าน... นายท่านที่สั่งให้พวกคุณมาจับตัวหนูไป ใช่คนที่เคยทำร้ายครอบครัวหนูใช่ไหม!” พิมพ์มาดาถามเสียงดัง ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอรู้ว่านี่คือการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ เธอต้องเข้มแข็ง ต้องหาทางเอาชีวิตรอดไปให้ได้
“อย่ามั่ว” ชายคนหนึ่งตอบอย่างไม่ใยดี
รถยนต์เลี้ยวเข้าสู่ย่านที่ดูเงียบสงัด ห่างไกลจากตัวเมือง บ้านเรือนที่เคยเห็นหายไป กลายเป็นทางเดินแคบๆ ที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุมจนมืดครึ้ม พิมพ์มาดาใจคอไม่ดี เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกพาเข้าไปในกับดัก
“เรากำลังจะไปไหนกันแน่!” เธอถามอย่างกระวนกระวาย
“ถึงแล้ว” ชายคนหนึ่งตอบ พลางเปิดประตูรถ พิมพ์มาดามองไปยังเบื้องหน้า ภาพที่เห็นทำให้เธอแทบหยุดหายใจ
เบื้องหน้าคือคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ดูเก่าแก่ทรุดโทรม แต่ยังคงความโอ่อ่าอย่างน่าขนลุก ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐสีเข้ม ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์เลื้อยจนแทบมองไม่เห็นโครงสร้างเดิม หน้าต่างบานใหญ่ถูกปิดสนิท ราวกับไม่มีใครอาศัยอยู่มานาน แสงแดดยามบ่ายแก่ๆ ส่องลอดกิ่งไม้ลงมา ทำให้เกิดเงาดำทมึนทาบทับไปทั่วบริเวณ สร้างบรรยากาศวังเวงวังเววมหาศาล
“ที่นี่...คือที่ไหน” เธอถามเสียงแผ่ว
“บ้านนายท่าน” ชายคนหนึ่งตอบ พลางผลักเธอเบาๆ ให้เดินนำเข้าไป
พิมพ์มาดาค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปในบริเวณคฤหาสน์ หัวใจเต้นแรงขึ้นทุกย่างก้าว เธอรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่อัดอั้นอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ ราวกับมีเรื่องราวมากมายถูกฝังกลบเอาไว้ภายใต้ซากปรักหักพังแห่งกาลเวลา
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในบ้าน ความรู้สึกวังเวงยิ่งทวีคูณ เฟอร์นิเจอร์เก่าแก่ที่เคยหรูหรา บัดนี้ถูกคลุมด้วยผ้าขาวบางๆ ฝุ่นหนาเกาะอยู่ตามข้าวของทุกชิ้น อากาศภายในเย็นเฉียบ ทั้งที่ภายนอกยังคงมีความอบอุ่นของฤดูหนาวอยู่บ้าง
“เชิญคุณพิมพ์มาดารอตรงนี้ก่อน” ชายคนหนึ่งบอก พลางผายมือไปยังโซฟาตัวเก่าที่ตั้งอยู่กลางโถงกว้าง
พิมพ์มาดาเดินไปนั่งลงบนโซฟาอย่างช้าๆ เธอวางซองเอกสารไว้บนตัก กระชับมันให้แน่นอีกครั้ง พยายามสำรวจรอบตัวอย่างระมัดระวัง ทุกสิ่งทุกอย่างดูเก่าแก่และเต็มไปด้วยความลับ เธอสงสัยว่าใครคือ “นายท่าน” คนนี้ และทำไมเขาถึงต้องการตัวเธอ
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินด้านใน ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิท เดินออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยเงา ทำให้มองเห็นเพียงโครงหน้าและแววตาที่คมกริบ เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพิมพ์มาดา
“ในที่สุดเราก็ได้เจอกันเสียที คุณพิมพ์มาดา” เสียงทุ้มต่ำกังวานก้องไปทั่วห้องโถง
พิมพ์มาดามองหน้าเขาอย่างพิจารณา เธอไม่เคยเห็นชายผู้นี้มาก่อน แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด “คุณคือใครคะ”
“ฉันคือคนที่คุณควรจะรู้จัก” เขาพูดพลางเดินอ้อมมานั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามเธอ “คนที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของครอบครัวคุณ”
“ครอบครัวหนู...” พิมพ์มาดาอุทานเบาๆ “คุณรู้เรื่องอะไรบ้าง”
“ฉันรู้ทุกอย่าง” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “รู้ว่าพ่อของคุณโกงเงินของฉันไปเท่าไหร่ รู้ว่าแม่ของคุณทำให้ชีวิตฉันต้องพังพินาศไปมากแค่ไหน”
“ไม่จริง! พ่อแม่หนูไม่เคยทำอะไรแบบนั้น!” พิมพ์มาดารีบปฏิเสธอย่างหัวเสีย “พวกท่านเป็นคนดี!”
ชายผู้นั้นหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เย็นยะเยือก “คนดี? คนดีอย่างนั้นหรือ? ที่ทิ้งภาระหนี้สินไว้ให้ฉันก้อนโตจนเกือบจะล้มละลาย?”
“คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ” พิมพ์มาดาพยายามอธิบาย “พ่อแม่หนูเสียชีวิตไปแล้ว พวกท่านไม่ได้ทิ้งหนี้สินอะไรไว้ให้เลย”
“นั่นเป็นเพราะพวกเขาสร้างหลักฐานปลอมขึ้นมา” ชายผู้นั้นพูดพลางยื่นมือออกมา “แต่ฉันมีหลักฐานอีกชุดหนึ่ง ที่จะพิสูจน์ว่าใครคือคนโกงตัวจริง”
พิมพ์มาดาอึ้งไป เธอไม่รู้ว่าชายผู้นี้กำลังพูดถึงหลักฐานอะไร แต่เธอก็แน่ใจว่าสิ่งที่เธอถืออยู่ในมือคือความจริงทั้งหมด
“ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดถึงอะไร” เธอตอบเสียงหนักแน่น “แต่สิ่งที่หนูมีคือความจริง”
“ความจริง?” เขาเลิกคิ้ว “ความจริงที่พ่อของคุณพยายามปิดบังไว้? ความจริงที่แม่ของคุณพยายามจะทำลาย?”
“คุณพ่อคุณแม่ของหนูเสียชีวิตไปนานแล้วค่ะ” พิมพ์มาดาพูดเสียงสั่นเครือ “ท่านไม่เคยทำร้ายใคร”
“นั่นคือสิ่งที่คุณถูกสอนมา” ชายผู้นั้นพูดพลางลุกขึ้นยืน “แต่ฉันจะทำให้คุณเห็นเอง ว่าใครกันแน่คือผู้ที่สมควรได้รับความยุติธรรม”
เขาเดินหันหลังให้เธอ และหายลับเข้าไปในเงามืด ทิ้งพิมพ์มาดาไว้เพียงลำพังกับความสับสนและหวาดกลัว เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปจะเป็นอย่างไร แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน
4,724 ตัวอักษร