เมื่อลมหนาวพัดผ่านคราบน้ำตา

ตอนที่ 4 / 42

ตอนที่ 4 — ความช่วยเหลือที่มาอย่างไม่คาดฝัน

พิมพ์มาดาชะงักกึก หัวใจหล่อนเต้นรัวด้วยความเหนื่อยอ่อนจนแทบจะล้มทั้งยืน แต่เสียงตะคอกของป้าบุญมีก็ยังคงดังไล่หลังมาไม่หยุดหย่อน "จะยืนบื้ออยู่ทำไม! ไปเอาผ้ามาให้เร็วเข้า! เดี๋ยวแดดก็ร่มแล้ว จะได้รีดผ้าไม่ทัน!" หล่อนสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมแรงที่เหลืออยู่ ก้าวขาอันสั่นเทาไปยังราวตากผ้าที่อยู่ท้ายสวน ท่ามกลางแดดบ่ายที่เริ่มคล้อยต่ำลง แสงสีทองสาดส่องลงมาอาบทั่วผืนผ้าที่แขวนอยู่ พิมพ์มาดาค่อยๆ ปลดผ้าแต่ละชิ้นลงมา กลิ่นอายของความสดชื่นหลังฝนตกผสมผสานกับกลิ่นอับของผ้าที่ตากไว้ ก่อให้เกิดความรู้สึกที่ซับซ้อน ยากจะบรรยาย หล่อนพยายามไม่คิดถึงความเหน็ดเหนื่อยที่เกาะกินไปทั่วร่างกาย คิดเพียงว่าต้องทำงานนี้ให้เสร็จ จะได้ไม่ต้องถูกตำหนิอีก ขณะที่กำลังจะเก็บผ้าชิ้นสุดท้าย หล่อนก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากทางด้านหลัง ไม่คิดอะไรมาก หล่อนหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนอย่างรวดเร็ว "มาแล้วค่ะป้าบุญมี! กำลังจะไปรีดต่อเดี๋ยวนี้เองค่ะ" แต่เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าหล่อนก็ซีดเผือดลงเล็กน้อย ชายหนุ่มแปลกหน้าคนนี้มีรูปหน้าที่คมคาย ดวงตาสีเข้มฉายแววอ่อนโยน ทว่าท่าทางของเขากลับดูระแวดระวัง ราวกับกำลังสังเกตการณ์บางสิ่งบางอย่าง "ขอโทษครับ ผมคงไม่ใช่คนที่คุณกำลังรออยู่" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความสุภาพ "ผมชื่อธามครับ พอดีว่าผมมาติดต่อธุระกับคุณลุงของคุณ" พิมพ์มาดาอึ้งไปอีกครั้ง เธอไม่เคยเห็นหน้าชายหนุ่มคนนี้มาก่อน และไม่เคยมีใครมาติดต่อธุระกับคุณลุงของเธอเลยนับตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ "คุณ... คุณธามเหรอคะ?" หล่อนถามเสียงตะกุกตะกัก "ไม่ทราบว่าคุณลุงของดิฉัน ท่านจะรับแขกหรือเปล่าคะ ตอนนี้ท่านคงจะกำลังพักผ่อนอยู่" ธามยิ้มบางๆ "ผมเข้าใจครับ แต่ผมคิดว่าเรื่องที่ผมมาคงสำคัญพอสมควร ผมเลยอยากจะขอพบท่านสักครู่ ไม่ทราบว่าพอจะช่วยบอกท่านให้หน่อยได้ไหมครับ" ก่อนที่พิมพ์มาดาจะได้ตอบอะไร เสียงป้าบุญมีก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง "ใครน่ะ! มายืนมุงอะไรกันอยู่ตรงนี้! พิมพ์มาดา! รีบเอาผ้าไปเก็บในบ้านได้แล้ว! เดี๋ยวจะเปียกฝน!" พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนโดนตบหน้า หล่อนหันไปมองธามด้วยความรู้สึกขอโทษ "ขออภัยด้วยนะคะ ดิฉันต้องขอตัวก่อนค่ะ" หล่อนรีบเก็บผ้าที่เหลือใส่ตะกร้าแล้ววิ่งไปที่บ้าน โดยไม่สนใจสายตาของธามที่มองตามหล่อนมา เมื่อเข้าไปในบ้าน หล่อนก็รีบจัดการเรื่องผ้าให้เรียบร้อยทันที ท่าทางของป้าบุญมีที่จ้องมองมาอย่างจับผิด ทำให้หล่อนรู้สึกอึดอัดเป็นพิเศษ "ไปได้แล้ว! อย่ามัวยืนเฉยอยู่ตรงนั้น! ไปหาอะไรให้คุณธามเขาทานสิ! ดูสิ หน้าตาดูดีเชียว คงเป็นญาติห่างๆ ของทางฝ่ายคุณแม่แน่ๆ เลย" ป้าบุญมีออกคำสั่งเสียงดัง พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "แต่... แต่ดิฉันไม่ทราบว่าคุณธามท่านชอบทานอะไรนะคะ" "เรื่องแค่นั้นก็ไม่รู้! โง่จริง! ไปถามเขาสิ! อย่าให้ฉันต้องด่าอีกรอบ!" ป้าบุญมีผลักหล่อนเบาๆ ที่ไหล่ หล่อนจำใจเดินออกจากห้องครัวไปหาธามที่ยังคงยืนรออยู่ตรงระเบียง "คุณธามคะ" หล่อนเรียกเสียงเบา "ไม่ทราบว่าคุณธามพอจะ... เอ่อ... มีอะไรที่อยากจะทานเป็นพิเศษไหมคะ?" ธามหันมามองหล่อนด้วยแววตาที่อ่อนลง "ขอบคุณครับคุณพิมพ์มาดา แต่ผมไม่ได้หิวอะไรเป็นพิเศษครับ ผมมาที่นี่เพื่อเรื่องงานจริงๆ" "เรื่องงาน?" พิมพ์มาดาเอ่ยทวน "คุณลุงของดิฉันท่าน... ท่านไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้เลยค่ะ" "อาจจะเพราะผมไม่ได้คาดคิดว่าจะได้พบคุณพิมพ์มาดาด้วยตัวเอง" ธามตอบ "ผมเป็นทนายความครับ ผมมาเพื่อแจ้งเรื่องมรดกบางส่วนของคุณพ่อคุณพิมพ์มาดาครับ" คำว่า "มรดก" ทำให้พิมพ์มาดาแทบยืนไม่อยู่ หล่อนไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีสิ่งนี้ หล่อนคิดถึงพ่อแม่ที่จากไปอย่างกะทันหัน ไม่เคยมีใครพูดถึงเรื่องสมบัติใดๆ "มรดก... จากคุณพ่อคุณแม่เหรอคะ?" หล่อนถามเสียงสั่นเครือ "ใช่ครับ" ธามพยักหน้า "ผมทราบดีว่าคุณอาบุญมีอาจจะไม่ได้แจ้งเรื่องนี้กับคุณพิมพ์มาดา แต่ตามเจตนารมณ์ของคุณพ่อคุณแม่คุณแล้ว ท่านได้ทิ้งทรัพย์สินบางส่วนไว้ให้คุณพิมพ์มาดา และผมมีหน้าที่ต้องมาแจ้งให้คุณทราบครับ" พิมพ์มาดาแทบจะทรุดลงไปกับพื้น ดวงตาหล่อนเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนดีใจ "จริงหรือคะ? ดิฉัน... ดิฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย" "ผมเข้าใจครับ" ธามกล่าวอย่างเห็นใจ "ผมจึงอยากขออนุญาตพบคุณอาบุญมีเพื่อดำเนินการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อย และหลังจากนั้น ผมจะขอเวลาพูดคุยกับคุณพิมพ์มาดาเป็นการส่วนตัวสักครู่ได้ไหมครับ เพื่อชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด" ขณะที่พิมพ์มากำลังจะตอบ พ่อเลี้ยงเจริญก็เดินออกมาจากห้องทำงานด้วยท่าทางเคร่งขรึม "ใครมาหา? คุณธามนี่เอง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ" พ่อเลี้ยงเจริญเอ่ยทักทายธามด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "สวัสดีครับคุณอา" ธามโค้งคำนับ "ผมมาด้วยเรื่องเอกสารของคุณพิมพ์มาดาครับ" พ่อเลี้ยงเจริญมองธามด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "อ้อ เรื่องนั้นเอง เข้ามาก่อนสิ" ท่านผายมือเชิญธามเข้าไปในบ้าน พิมพ์มาดารู้สึกโล่งใจที่พ่อเลี้ยงเจริญเป็นคนรับหน้าธามแทนเธอ หล่อนจึงถือโอกาสหลบเข้าไปในครัวเพื่อทำงานต่อ แต่ในใจของหล่อนกลับเต็มไปด้วยคำถามและความหวังเล็กๆ ที่ผุดขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด หลังจากนั้นไม่นาน ป้าบุญมีก็เดินออกมาจากห้องทำงานด้วยใบหน้าบึ้งตึง "พิมพ์มาดา! ออกมานี่เดี๋ยวนี้!" หล่อนรีบวิ่งออกไปหา "มีอะไรคะป้า?" "คุณธามเขาบอกว่า พ่อแม่แกทิ้งทรัพย์สินไว้ให้แกเยอะแยะเลยนะ! แต่! เงินทั้งหมดจะต้องผ่านมือฉันก่อน! แกจะไม่ได้ใช้เงินนั้นจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ! แล้วก็! งานทุกอย่างในบ้านก็ยังคงต้องทำเหมือนเดิม! ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงทั้งนั้น! เข้าใจไหม!" ป้าบุญมีตอกย้ำเสียงดัง พิมพ์มาดาถึงกับอึ้งไป น้ำตาหล่อนคลอเบ้า ความหวังที่เพิ่งก่อตัวขึ้นมาก็พลันมลายหายไปสิ้น "แต่... ป้าคะ..." "ไม่มีแต่! ทำตามที่ฉันสั่งก็พอ! ถ้าแกทำตัวดีๆ ฉันอาจจะแบ่งให้แกใช้บ้างเล็กน้อย แต่ถ้าแกดื้อ! แกไม่ได้อะไรเลย!" ป้าบุญมีตวาดเสียงดัง ก่อนจะหันไปพูดกับธามต่อด้วยน้ำเสียงที่ประจบประแจง "ขอบคุณมากนะคะคุณทนายที่มาแจ้งเรื่องนี้ให้ดิฉันทราบ ถ้ามีอะไรต้องให้ดิฉันช่วยอีก ก็บอกได้เลยนะคะ" ธามมองพิมพ์มาดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ ก่อนจะหันไปตอบป้าบุญมี "ครับคุณอา ผมจะรีบดำเนินการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อยครับ" เมื่อธามเตรียมจะกลับ พิมพ์มาดาได้แต่ยืนมองด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไป ทั้งดีใจที่อย่างน้อยก็มีคนรับรู้ถึงทรัพย์สินของพ่อแม่เธอ และเสียใจที่มันยังคงอยู่ในกำมือของป้าบุญมีเช่นเคย หล่อนไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่หล่อนรู้คือ ความหวังริบหรี่ที่เพิ่งเกิดขึ้น กำลังจะถูกกลืนหายไปกับความมืดมิดของชีวิตเธออีกครั้ง

5,255 ตัวอักษร