ตอนที่ 9 — รอยร้าวในความสัมพันธ์
สองสัปดาห์ผ่านไปนับตั้งแต่พิมพ์มาดาเข้ามาดูแลบริษัท 'สุนทรวัฒนา' ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเด็กสาวที่เคยถูกกดขี่ให้ทำงานหนักราวกับทาส ตอนนี้เธอได้กลายเป็นผู้บริหารที่ต้องรับผิดชอบงานมากมาย การเรียนรู้ระบบงานต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการศึกษาข้อมูล แผนงาน และการพูดคุยกับหัวหน้าแผนกต่างๆ
ธามยังคงเป็นที่ปรึกษาและผู้ให้กำลังใจที่ดีเสมอ เขาคอยช่วยเหลือเธอในเรื่องที่ซับซ้อน และให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น บ่อยครั้งที่พวกเขาต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานกว่าปกติในการหารือเรื่องงาน บางครั้งก็เลยไปถึงการทานอาหารเย็นด้วยกัน
"วันนี้คุณพิมพ์มาดา ดูสดใสกว่าทุกวันนะครับ" ธามทักทายเมื่อพบพิมพ์มาดาที่ห้องทำงานของเธอ บ่ายวันหนึ่ง
พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร ยิ้มกว้าง "ก็... วันนี้มีข่าวดีเรื่องการอนุมัติโครงการใหม่ที่ดิฉันเสนอไปค่ะ"
"เยี่ยมเลยครับ! ผมรู้อยู่แล้วว่าคุณทำได้" ธามกล่าวชื่นชม "คุณพ่อของคุณคงจะภูมิใจในตัวคุณมากนะครับ"
"หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นค่ะ" พิมพ์มาดาตอบ พลางนึกถึงใบหน้าของบิดาที่เธอจำแทบไม่ได้
"แล้วคุณป้าบุญมีล่ะครับ ท่านว่าอย่างไรบ้าง?" ธามถาม
พิมพ์มาดาถอนหายใจเล็กน้อย "ท่านก็... ดูเหมือนจะยังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ค่ะ ท่านบอกว่าโครงการนี้มันเสี่ยงเกินไป"
"ผมไม่แปลกใจเลยครับ" ธามกล่าว "ท่านอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลง หรืออาจจะกังวลเรื่องผลกระทบต่อธุรกิจเดิม"
"แต่ดิฉันเชื่อมั่นในโครงการนี้ค่ะ" พิมพ์มาดาพูดอย่างหนักแน่น "ดิฉันได้ศึกษาข้อมูลมาอย่างละเอียดแล้ว และมั่นใจว่ามันจะสร้างผลกำไรให้กับบริษัทได้อย่างมหาศาล"
"ดีครับ" ธามยิ้ม "ผมเชื่อในวิจารณญาณของคุณ"
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ป้าบุญมีก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน "พิมพ์มาดา! ฉันเห็นรายงานเรื่องโครงการใหม่แล้วนะ ฉันไม่เห็นด้วยเด็ดขาด!"
"แต่ป้าคะ..." พิมพ์มาดาพยายามจะอธิบาย
"ไม่มีแต่!" ป้าบุญมีขัดจังหวะ "โครงการนี้มันเสี่ยงเกินไป เธอไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน จะเอาอะไรมามั่นใจได้ว่ามันจะสำเร็จ! ฉันไม่ยอมให้เธอเอาเงินของบริษัทไปละลายเล่นเด็ดขาด!"
"คุณบุญมีครับ" ธามกล่าวอย่างใจเย็น "ผมคิดว่าเราควรจะรับฟังเหตุผลของคุณพิมพ์มาดาก่อนนะครับ เธอได้ศึกษาข้อมูลมาอย่างดีแล้ว"
"แล้วแกเป็นใคร มาสั่งสอนฉัน?" ป้าบุญมีหันไปตวาดธาม "แกก็เป็นแค่ทนายความที่หวังจะฮุบสมบัติของหลานฉันเหมือนกันนั่นแหละ!"
"คุณป้าบุญมีคะ!" พิมพ์มาดาอุทานด้วยความตกใจ "คุณธามเขามาช่วยเหลือหนูนะคะ"
"ช่วยเหลือ?" ป้าบุญมีหัวเราะเยาะ "ช่วยเหลือให้เธอหลงผิดจนบริษัทล่มจมรึไง! ฉันบอกแล้วไงว่าเธอไม่มีความสามารถพอ! เธอควรจะอยู่เฉยๆ แล้วให้ฉันเป็นคนจัดการทุกอย่าง!"
"แต่หนูมีสิทธิ์ตัดสินใจค่ะ!" พิมพ์มาดาตะเบ็งเสียงตอบ เธอรู้สึกโกรธและผิดหวังในตัวป้าบุญมีเป็นอย่างมาก "หนูเป็นทายาทของที่นี่ และหนูก็มีหน้าที่ต้องทำให้บริษัทเติบโตต่อไป!"
"ปากดีนักนะ!" ป้าบุญมีชี้หน้าพิมพ์มาดา "ถ้าบริษัทล่มจมขึ้นมา เธอจะรับผิดชอบไหวรึเปล่า!"
"ถ้าล่มจมจริงๆ หนูจะรับผิดชอบเองค่ะ!" พิมพ์มาดาตอบเสียงดัง
ธามมองสถานการณ์อย่างหนักใจ เขาพยายามจะเข้าไปไกล่เกลี่ย แต่ดูเหมือนว่าความขัดแย้งระหว่างพิมพ์มาดาและป้าบุญมีจะรุนแรงเกินกว่าที่จะควบคุมได้
"พอแล้วค่ะ!" พิมพ์มาดาพูดเสียงสั่นเครือ "หนูไม่อยากจะทะเลาะกับป้าอีกแล้ว" เธอหันไปหาธาม "คุณธามคะ ดิฉันขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้ต้องมาเจอเรื่องวุ่นวายแบบนี้"
"ไม่เป็นไรครับคุณพิมพ์มาดา" ธามกล่าวอย่างอ่อนโยน "ผมเข้าใจดี"
ป้าบุญมีมองพิมพ์มาดาด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบและความอึดอัด
พิมพ์มาดาก้มหน้าลงมองเอกสารบนโต๊ะ น้ำตาเริ่มรินไหลลงมา เธอรู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกิน ทั้งจากภาระงานที่หนักอึ้ง และจากความสัมพันธ์ที่แตกร้าวกับป้าบุญมี
"คุณพิมพ์มาดาครับ" ธามเข้ามาประคองไหล่เธอ "ไม่ต้องเสียใจนะครับ ผมอยู่ตรงนี้แล้ว"
พิมพ์มาดามองธามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ เธอรู้ว่าต่อจากนี้ไป ชีวิตของเธอจะไม่ง่ายเลย แต่การมีธามอยู่เคียงข้าง ก็ทำให้เธอรู้สึกว่ายังมีแสงสว่างปลายอุโมงค์อยู่บ้าง แม้ว่ารอยร้าวในครอบครัวที่เธอเพิ่งจะได้สัมผัส จะทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยก็ตาม.
3,432 ตัวอักษร