เส้นทางฝันสู่เวทีดาว

ตอนที่ 5 / 46

ตอนที่ 5 — เศษฝันในเมืองหลวง

เพลงเดินออกมาจากตึก “ดาวประกายโปรโมชั่น” อย่างไร้จุดหมาย ซองเอกสารในมือของเธอหนักอึ้งราวกับมีหินถ่วงอยู่ข้างใน แสงแดดของกรุงเทพฯ ยามบ่ายสาดส่องลงมา แต่กลับไม่สามารถให้ความอบอุ่นแก่หัวใจที่กำลังหนาวเหน็บของเธอได้เลย ภาพใบหน้าของคุณวิทย์ที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและเหยียดหยาม ยังคงติดตาตรึงใจ เสียงพูดของเขาที่บอกว่า “โอกาสที่เสี่ยจะปั้นเพลงให้ดัง มันก็คงจะหมดไปแล้ว” ดังก้องอยู่ในหู ราวกับจะตอกย้ำความล้มเหลวของเธอ เธอไม่รู้จะไปที่ไหน ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร แม่ของเธออยู่ที่บ้านต่างจังหวัด ไม่เคยอยากให้เธอมาเผชิญโลกที่เธอไม่คุ้นเคย และเธอก็ไม่อยากทำให้แม่เป็นห่วงไปมากกว่านี้ เพื่อนที่เคยรู้จักในกรุงเทพฯ ก็มีไม่มากนัก ส่วนใหญ่ก็เป็นคนรู้จักผิวเผิน และเธอไม่แน่ใจว่าจะมีใครสักคนที่จะเข้าใจความรู้สึกของเธอในตอนนี้ เพลงเดินไปเรื่อยๆ ผ่านผู้คนมากมายที่รีบร้อนไปตามเส้นทางของตนเอง แต่ละคนล้วนมีจุดหมายปลายทางที่ชัดเจน ต่างจากเธอที่ตอนนี้เหมือนเรือน้อยที่อับปางกลางทะเล ไม่มีหางเสือ ไม่มีทิศทาง ไม่มีแม้แต่แสงดาวนำทาง “ไม่นะ… ฉันจะไม่ยอมแพ้” เพลงพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแหบพร่า “ฉันมาถึงกรุงเทพฯ เพื่อตามหาความฝันของฉัน ฉันจะยอมให้ใครมาทำลายมันง่ายๆ ไม่ได้” เธอเดินไปหยุดยืนอยู่ริมถนน มองดูรถราที่วิ่งขวักไขว่ ภาพตึกสูงระฟ้าที่เคยทำให้เธอตื่นตาตื่นใจ บัดนี้กลับดูน่ากลัวและเย็นชาเสียจนเกินไป กรุงเทพฯ ที่เคยเป็นความหวัง กลับกลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยกับดักและความผิดหวัง ทันใดนั้นเอง เสียงเพลงที่คุ้นหูดังแว่วมาแต่ไกล เป็นเพลงที่เธอเคยชอบร้องสมัยอยู่บ้านนอก เป็นเพลงที่เธอใช้ส่งประกวดจนชนะเลิศในงานวัด เสียงเพลงนั้นมาจากร้านอาหารเล็กๆ ริมทาง เพลงเดินเข้าไปใกล้ๆ มองเข้าไปในร้าน ร้านอาหารนั้นมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่เต็มไปด้วยผู้คน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนวัยทำงาน และมีวงดนตรีเล็กๆ เล่นสดอยู่บนเวทีเล็กๆ ที่มุมหนึ่งของร้าน นักร้องนำเป็นหญิงสาววัยรุ่นหน้าตาคมคาย กำลังร้องเพลงด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง เพลงยืนมองอยู่นานด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ประหลาด เมื่อวงดนตรีเล่นจบเพลง นักร้องนำก็กล่าวขอบคุณผู้ชมด้วยรอยยิ้มกว้าง “ขอบคุณมากครับ ขอบคุณที่ให้กำลังใจเรานะครับ” เพลงตัดสินใจเดินเข้าไปในร้าน เธอเข้าไปหาชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าวงดนตรี “ขอโทษนะคะ” ชายหนุ่มหันมามองเธอด้วยสีหน้าแปลกใจ “ครับ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ” “คือ… ผมเห็นวงดนตรีของคุณเล่นสด แล้ว… ผมเองก็เป็นนักร้องเหมือนกัน” เพลงพูดอย่างติดขัด “ผมอยากจะลอง… สมัครเป็นนักร้องที่นี่ครับ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น “จริงเหรอครับ ไม่ทราบว่าคุณ… ชื่ออะไรครับ” “ผมชื่อเพลงครับ” “ผมชื่อป้องครับ เป็นมือกีตาร์และหัวหน้าวง ‘เสียงฝัน’” ป้องยื่นมือมาจับมือกับเพลง “ยินดีที่ได้รู้จักครับ เพลง… มีผลงานการแสดงสด หรือเคยอัดเสียงไว้บ้างไหมครับ” “ผม… เคยประกวดร้องเพลงตามเวทีต่างๆ ครับ แล้วก็… เคยได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ในวงการครับ” เพลงพยายามอธิบายอย่างเต็มที่ ป้องพยักหน้า “น่าสนใจครับ งั้น… ลองร้องให้ผมฟังสดๆ สักเพลงได้ไหมครับ” เพลงรู้สึกตื่นเต้น เธอพยักหน้ารับทันที “ได้ค่ะ!” เพลงเดินขึ้นไปบนเวทีเล็กๆ ที่ว่างอยู่ เธอสูดหายใจลึกๆ พยายามรวบรวมสติและความมั่นใจที่เหลืออยู่ เสียงดนตรีบรรเลงขึ้น เพลงหลับตาลง และเริ่มร้องเพลงที่เธอคุ้นเคย เสียงของเธอเต็มไปด้วยพลังและความรู้สึก เธอถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงออกมาได้อย่างกินใจ แม้จะเป็นเพียงการแสดงสดๆ ในร้านอาหารเล็กๆ แต่เพลงก็ตั้งใจร้องอย่างเต็มที่ราวกับกำลังยืนอยู่บนเวทีคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เมื่อเพลงร้องจบ ป้องและนักดนตรีคนอื่นๆ ก็ปรบมือให้ด้วยความชื่นชม “สุดยอดเลยครับ! เสียงคุณเพลงนี่… มีพลังมากจริงๆ” ป้องเอ่ยชมด้วยแววตาเป็นประกาย “ผมว่าเราเข้ากันได้นะ” “แล้ว… ผมจะได้เริ่มงานเลยไหมครับ” เพลงถามด้วยความหวัง ป้องยิ้ม “แน่นอนครับ แต่ว่า… เรายังไม่มีค่าตอบแทนเป็นตัวเงินที่สูงมากนักนะครับ ที่นี่เราเน้นเรื่องการแสดงสด การฝึกฝน และการสร้างฐานแฟนคลับก่อน ถ้าคุณเพลงโอเค… เราก็ยินดีต้อนรับครับ” เพลงลังเลไปเล็กน้อย เธอเพิ่งถูกคุณวิทย์ไล่ออกมา และกำลังต้องการเงินประทังชีวิต แต่นี่อาจจะเป็นหนทางเดียวที่เธอจะยังคงได้ทำในสิ่งที่รัก ได้ฝึกฝนตัวเอง และได้เริ่มต้นใหม่ “ตกลงค่ะ” เธอตอบ “เพลงยินดีครับ” “เยี่ยมเลย!” ป้องยิ้มกว้าง “งั้น… พรุ่งนี้เจอกันที่นี่ตอนเย็นนะครับ” เพลงรู้สึกเหมือนมีแสงสว่างส่องเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่เส้นทางที่หรูหรา หรือจะทำให้เธอโด่งดังในชั่วข้ามคืน แต่มันคือโอกาสที่เธอจะได้ยืนหยัดด้วยตัวเอง ได้ร้องเพลงที่เธอรัก และได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง เธอเดินออกจากร้านอาหารด้วยรอยยิ้มที่บางเบา แต่เต็มไปด้วยความหวัง เธอรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้ายังคงยากลำบาก แต่การได้เจอวง “เสียงฝัน” และคุณป้อง ทำให้เธอรู้สึกว่ายังมีโอกาสอยู่เสมอ ความฝันที่จะเป็นนักร้องชื่อดัง อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าที่คิด แต่เพลงจะไม่ยอมให้มันเลือนหายไปง่ายๆ อย่างแน่นอน

3,990 ตัวอักษร