ตอนที่ 7 — เสียงเพลงในใจที่ถูกเรียกหา
เสียงเพลงของเธอเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในหมู่ลูกค้าประจำของร้านอาหาร “เสียงฝัน” ค่ำคืนแล้วค่ำคืนเล่าที่เพลงยืนอยู่บนเวทีเล็กๆ แห่งนั้น สาดแสงไฟที่สลัวลงมาอาบไล้ใบหน้า ดวงตาของเธอทอประกายแห่งความสุขทุกครั้งที่ได้บรรเลงเพลงที่มาจากหัวใจ ป้อง นักร้องนำและหัวหน้าวง เป็นเสมือนพี่ชายที่คอยดูแลและให้กำลังใจเสมอ เขาเป็นคนมีเสน่ห์บนเวที เสียงทุ้มนุ่มของเขาเข้ากับเสียงใสของเพลงได้อย่างลงตัว วงดนตรี “เสียงฝัน” มีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนชื่นชอบในน้ำเสียงที่เป็นธรรมชาติและบทเพลงที่เข้าถึงอารมณ์ของพวกเขา
“เพลง วันนี้คุณรู้สึกเป็นยังไงบ้าง?” ป้องเอ่ยถามขณะที่พวกเขากำลังเก็บอุปกรณ์ดนตรีหลังการแสดงจบลง แสงไฟบนเวทีดับลงแล้ว เหลือเพียงแสงสลัวจากหลอดไฟนีออนหน้าร้าน บรรยากาศหลังเวทีค่อนข้างจะเงียบสงบ มีเพียงเสียงพูดคุยเบาๆ ของลูกค้าที่ยังคงนั่งจิบเครื่องดื่มอยู่ด้านใน
เพลงยิ้มบางๆ ให้กับป้อง “ก็เหมือนทุกวันค่ะพี่ป้อง สบายดี” เธอตอบพลางจัดเก็บกีตาร์คู่ใจใส่กระเป๋า “ดีใจที่คืนนี้มีคนชอบเพลงของเราเยอะเลย”
ป้องหัวเราะเบาๆ “แน่นอนอยู่แล้ว พวกเราสุดยอดจะตายไป โดยเฉพาะเธอ เสียงเธอมันมีพลังพิเศษ ดึงดูดคนได้จริงๆ” เขายื่นมือมาตบไหล่เพลงเบาๆ “อีกหน่อยเราดังแน่ๆ ไม่ต้องห่วง”
“ขอบคุณค่ะพี่ป้อง” เพลงรู้สึกอบอุ่นใจกับคำพูดของป้องเสมอ เขาไม่เหมือนใครที่เคยพบเจอในวงการที่เธอเคยไปสัมผัสมา ป้องดูจริงใจและมีความฝันที่ชัดเจน เขาไม่ได้ต้องการแค่ชื่อเสียง แต่เขารักในเสียงดนตรีอย่างแท้จริง
“แล้ว… มีอะไรในใจเหรอ?” ป้องสังเกตเห็นแววตาของเพลงที่ดูเหม่อลอยเล็กน้อย “ดูเหมือนมีเรื่องอะไรกังวลอยู่นะ”
เพลงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเล่า “ก็… เพลงได้เจอคุณวิทย์อีกครั้งเมื่อวานนี้ค่ะ” เธอเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน “เขามาที่ร้าน”
ป้องเลิกคิ้ว “คุณวิทย์? ผู้จัดการค่าย ‘ดาวประกายโปรโมชั่น’ น่ะเหรอ?”
เพลงพยักหน้า “ค่ะ เขามาหา… บอกว่าอยากจะคุยเรื่องเพลง”
“แล้วเพลงว่าไง?” ป้องถามด้วยความสนใจ เขารู้ดีว่าเพลงเคยมีประวัติกับค่ายนั้นมาก่อน
“เพลงยังไม่ได้คุยอะไรมากค่ะ แค่บอกว่าตอนนี้เพลงทำงานกับพี่ป้องและวง ‘เสียงฝัน’ อยู่” เพลงถอนหายใจเบาๆ “แต่… เขายังคงชวนให้เพลงกลับไปร่วมงานด้วยอยู่ดีค่ะ”
ป้องเงียบไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย “เพลง… พี่เคยเตือนแล้วนะ ผู้คนแบบนั้นน่ะ ถ้าเขาอยากได้อะไร เขาจะพยายามทุกวิถีทาง”
“เพลงรู้ค่ะ” เพลงตอบเสียงเบา “แต่… บางทีเพลงก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าตอนนั้นเพลงไม่ปฏิเสธเขา… ชีวิตเพลงจะเป็นยังไง”
“อย่าคิดแบบนั้นเลยเพลง” ป้องพูดปลอบ “ชีวิตทุกวันนี้ของเธอที่นี่ มันคือของจริง มันคือความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่รัก โดยไม่ต้องแลกกับอะไรที่ไม่ใช่ตัวเอง” เขามองเข้าไปในดวงตาของเพลง “จำได้ไหมว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่? เพราะเธอต้องการทำเพลงในแบบของเธอ ไม่ใช่เพลงที่ถูกปั้นแต่งเพื่อขาย”
คำพูดของป้องทำให้เพลงนึกถึงเหตุผลที่เธอเลือกที่จะมาทำงานกับวง “เสียงฝัน” เธอหนีความวุ่นวายและคำลวงของวงการนั้นมา เธอต้องการเสียงเพลงที่บริสุทธิ์ เสียงเพลงที่มาจากหัวใจของเธอเอง
“ค่ะพี่ป้อง เพลงจำได้” เพลงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น “เพลงเลือกทางนี้แล้ว และเพลงจะเดินหน้าต่อไป”
“ดีมาก” ป้องยิ้มอย่างพอใจ “แล้วถ้าคุณวิทย์เขามาตื๊ออีก เพลงจะทำยังไง?”
“เพลงจะบอกเขาตรงๆ ค่ะ ว่าเพลงพอใจกับชีวิตตอนนี้แล้ว” เพลงตอบอย่างมั่นใจ “เพลงจะไม่กลับไปเป็นหุ่นเชิดของใครอีกแล้ว”
“ดีเลย” ป้องตบไหล่เธออีกครั้ง “พี่เชื่อใจเธอ”
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เสียงเพลงของเพลงและวง “เสียงฝัน” ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าประจำ บรรยากาศในร้านอาหารเล็กๆ แห่งนั้นอบอุ่นและเป็นกันเอง ลูกค้าหลายคนกลายเป็นเพื่อนของพวกเขาไปแล้ว เพลงรู้สึกมีความสุขกับชีวิตในทุกๆ วัน เธอได้ร้องเพลงที่รัก ได้อยู่กับเพื่อนร่วมวงที่น่ารัก และที่สำคัญที่สุด เธอได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่
แต่แล้ววันหนึ่ง ขณะที่เพลงกำลังจะเดินขึ้นเวทีเพื่อเริ่มการแสดง โทรศัพท์ในกระเป๋าของเธอก็ดังขึ้น เมื่อเห็นเบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอ หัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นมาทันที
“สวัสดีค่ะ” เธอรับสายด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้เป็นปกติ
“เพลง… เป็นไงบ้าง?” เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยดังมาจากปลายสาย
เพลงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “คุณวิทย์…”
“พี่โทรมาถามว่า… คิดทบทวนเรื่องที่พี่เคยคุยด้วยแล้วหรือยัง?” เสียงของคุณวิทย์ยังคงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความคาดหวัง
เพลงมองไปยังป้องที่กำลังยืนส่งสัญญาณให้เธอขึ้นเวทีอยู่ เพลงนึกถึงคำพูดของป้อง “ถ้าเขาอยากได้อะไร เขาจะพยายามทุกวิถีทาง” และคำตอบของเธอเอง “เพลงจะบอกเขาตรงๆ ค่ะ ว่าเพลงพอใจกับชีวิตตอนนี้แล้ว”
“เพลง… ได้ทบทวนแล้วค่ะ” เพลงกล่าวเสียงดังฟังชัด “และเพลงตัดสินใจแล้วว่า… เพลงไม่ต้องการรับข้อเสนอของคุณวิทย์ค่ะ”
ปลายสายเงียบไปนานจนเพลงคิดว่าเขาคงวางสายไปแล้ว
“แน่ใจนะเพลง?” คุณวิทย์ถามในที่สุด น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ฟังดูเย็นชาลงกว่าเดิม
“แน่ใจค่ะ” เพลงตอบอย่างหนักแน่น “เพลงมีความสุขกับที่นี่ค่ะ เพลงได้ทำในสิ่งที่เพลงรักจริงๆ”
“เธอคิดว่าการอยู่ที่นี่มันจะดีไปตลอดรึไง? วงเล็กๆ ในร้านอาหารแบบนี้ มันจะพาเธอไปถึงไหนได้?” คุณวิทย์พูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจะกดดัน “พี่ให้โอกาสเธอที่จะก้าวไปสู่อีกระดับนะ โอกาสที่หาไม่ได้ง่ายๆ”
“เพลงขอโทษค่ะ” เพลงเอ่ย “แต่เพลงเชื่อว่า… ความสุขที่แท้จริงมันอยู่ที่ใจของเราค่ะ ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงเงินทอง”
“งั้นก็แล้วแต่เธอ” คุณวิทย์พูดตัดบท “แต่จำไว้นะเพลง โอกาสดีๆ ไม่ได้มีมาบ่อยๆ ถ้าเธอเปลี่ยนใจ… ก็ติดต่อพี่มาได้เสมอ”
สิ้นเสียงของคุณวิทย์ เพลงก็รีบกดวางสาย เธอรู้สึกโล่งใจที่ได้ปฏิเสธเขาไปอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ป้องเดินเข้ามาหาเธอ สีหน้าของเขาดูเป็นห่วง “ใครโทรมาเหรอเพลง?”
เพลงส่ายหน้า “ไม่มีอะไรค่ะพี่ป้อง แค่… คนรู้จักเก่า”
“ดูเธอไม่ค่อยสบายใจนะ” ป้องพูดขณะที่ยื่นไมโครโฟนให้เธอ “มีอะไรก็บอกพี่ได้นะ”
เพลงมองหน้าป้อง แล้วยิ้มให้ “ขอบคุณค่ะพี่ป้อง” เธอรับไมโครโฟนมา “เพลงพร้อมแล้วค่ะ”
คืนนั้น เพลงร้องเพลงอย่างเต็มที่ เธอสาดพลังเสียงทั้งหมดที่มีออกไป ราวกับจะบอกให้โลกใบนี้รู้ว่า เธอคือใคร และเธอต้องการอะไร เสียงเพลงของเธอในค่ำคืนนั้นดังยิ่งกว่าทุกคืนที่ผ่านมา มันไม่ใช่เพียงแค่เสียงร้อง แต่มันคือเสียงเพลงที่มาจากหัวใจ เสียงเพลงที่ประกาศอิสรภาพของตัวเอง
5,161 ตัวอักษร