ตอนที่ 12 — คำขาดของอดีตและความรู้สึกที่แตกสลาย
อรเดินลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ ของตลาดสด กลิ่นอายของอาหารสดและความจอแจของผู้คนอบอวลไปทั่ว เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลาอีกครั้ง บ่ายสามโมงครึ่งแล้ว เธอต้องรีบไปพบภาคินตามนัดหมายที่เขาโทรมาเมื่อเช้านี้
“อร ผมอยากคุยเรื่องของเรา” เสียงของภาคินที่ดังมาจากปลายสายยังคงมีความเยือกเย็นตามแบบฉบับของเขา “ผมอยากให้เราคุยกันนอกรอบก่อนจะไปถึงศาล”
อรลังเลที่จะตอบรับคำชวนของเขา แต่เมื่อนึกถึงจอมขวัญและสถานการณ์ที่เธอกำลังเผชิญ เธอก็รู้ว่านี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวที่เธอจะได้พูดคุยกับเขาอย่างเปิดอก
“คุณจะให้หนูเจอกับใครคะ” เธอถามอย่างระแวง
“ผมจะไปคนเดียว คุณก็ไปคนเดียว” ภาคินตอบสั้นๆ “ที่ร้านกาแฟ ‘อรุณรุ่ง’ บ่ายสามโมงครึ่ง”
และแล้วเธอก็มาถึงร้านกาแฟ ‘อรุณรุ่ง’ ร้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่หัวมุมถนน อรเดินเข้าไปในร้าน พบว่าภาคินนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขานั่งอยู่ที่มุมร้าน มองออกไปนอกหน้าต่าง ใบหน้าของเขาดูเรียบเฉยจนยากจะอ่านความรู้สึก
“มาแล้วเหรอ” ภาคินหันมามองเธอ แต่สายตาของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยนเหมือนเมื่อก่อน
“ค่ะ” อรตอบรับสั้นๆ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
บริกรเดินเข้ามา ยื่นเมนูให้ แต่ทั้งคู่ไม่ได้สั่งอะไร
“คุณอยากคุยเรื่องอะไร” อรถามขึ้นทันที
ภาคินถอนหายใจเบาๆ “ผมอยากให้เธอเข้าใจว่า ผมไม่ได้ต้องการจะทำร้ายเธอ”
“แต่คุณกำลังทำร้ายหนูค่ะ” อรสวนกลับทันที “คุณกำลังจะพรากลูกไปจากหนู”
“ผมไม่ได้จะพรากไปไหน ผมแค่จะเอาเขามาอยู่กับผม ผมมีพร้อมทุกอย่าง ผมสามารถให้การศึกษาที่ดีที่สุด ให้ชีวิตที่ดีที่สุดกับจอมขวัญได้” ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“แล้วหนูล่ะคะ หนูไม่สามารถให้สิ่งเหล่านั้นกับลูกได้หรือไง” อรขึ้นเสียง
“เธอเลี้ยงเขามาคนเดียว เธอต้องทำงานหนักแค่ไหน เธอมีเวลาดูแลเขาเต็มที่จริงๆ หรือเปล่า” ภาคินถามกลับ
“หนูพยายามอย่างเต็มที่แล้วค่ะ! หนูทำทุกอย่างเพื่อลูก! หนูไม่เคยละทิ้งเขา! ส่วนคุณล่ะคะ คุณเคยทำอะไรให้จอมขวัญบ้าง นอกจากตอนที่คิดจะเอาเขาไปเป็นข้อต่อรอง!” น้ำเสียงของอรเริ่มสั่นเครือ
“ผมเคยผิดพลาดไป ผมยอมรับ แต่ตอนนี้ผมอยากจะแก้ไข ผมอยากจะให้ลูกของผมได้สิ่งที่ดีที่สุด”
“สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับจอมขวัญคือการได้อยู่กับแม่ของเขา! การได้อยู่กับคนที่รักเขาอย่างแท้จริง!” อรตะคอก
“แล้วเธอแน่ใจเหรอว่าเธอสามารถให้สิ่งนั้นได้จริงๆ” ภาคินยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน “จากสภาพของเธอตอนนี้ ทั้งเรื่องการเงิน ทั้งเรื่องสุขภาพ...เธอคิดว่าศาลจะเชื่อเธอจริงๆ เหรอ?”
คำพูดของภาคินเหมือนมีดกรีดลงไปกลางใจของอร เธอรู้สึกเจ็บปวดไปถึงกระดูก การที่เขาหยิบยกเอาข้อบกพร่องของเธอมาโจมตีเช่นนี้ มันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า
“คุณมันใจร้ายที่สุด!” อรพูดทั้งน้ำตา
“ผมกำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง” ภาคินตอบอย่างเยือกเย็น “ผมจะยื่นคำร้องต่อศาล ขออำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว ผมไม่ต้องการให้เธอต้องลำบากอีกต่อไป”
“ไม่! หนูไม่ยอม! หนูจะสู้! หนูจะสู้จนถึงที่สุด!” อรประกาศกร้าว
“เธอจะสู้กับผมไปทำไม? เธอก็รู้ว่าเธอไม่มีทางชนะ” ภาคินกล่าวอย่างไม่ยี่หระ “สุดท้ายแล้ว เธอก็จะเสียทุกอย่างไป”
“หนูจะยอมเสียทุกอย่าง ดีกว่ายอมเสียลูกไปให้คุณ!” อรยืนกราน
ภาคินมองหน้าอรด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “เธอเปลี่ยนไปมากนะอร ฉันไม่คิดว่าเธอจะแข็งแกร่งขนาดนี้”
“หนูต้องแข็งแกร่ง! เพราะหนูมีจอมขวัญ!” อรตอบเสียงสั่น “แล้วคุณล่ะคะ คุณแข็งแกร่งพอที่จะยอมรับความจริงได้หรือยัง ว่าคุณไม่มีสิทธิ์มาพรากลูกไปจากแม่ของเขา!”
ภาคินเงียบไป เขาจ้องมองอรอยู่นาน ราวกับจะประเมินอะไรบางอย่าง
“ผมให้โอกาสเธอครั้งสุดท้าย” ภาคินพูดขึ้น “ถอนคำร้องคัดค้าน ถ้าเธอทำแบบนั้น ผมจะให้เงินก้อนหนึ่งกับเธอ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาตัว และฉันจะส่งเงินให้เธอทุกเดือนสำหรับค่าเลี้ยงดูจอมขวัญ แต่เธอต้องยอมให้ผมมีสิทธิ์ในการปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว”
อรเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “คุณ...คุณกำลังจะซื้อตัวลูกของหนูเหรอคะ!”
“ผมไม่ได้ซื้อตัวลูก แค่เป็นการจัดการที่ยุติธรรมที่สุดสำหรับทุกคน” ภาคินยืนยัน
“หนูไม่ยอม! หนูไม่มีวันยอมเด็ดขาด!” อรปฏิเสธเสียงแข็ง “ถ้าคุณอยากได้ลูกจริงๆ ก็เจอกันในศาล!”
เมื่อเห็นว่าการเจรจาไม่เป็นผล ภาคินก็ลุกขึ้นยืน “ตามใจเธอ” เขาพูดทิ้งท้าย “ฉันบอกเธอแล้วนะว่าโอกาสมีแค่ครั้งเดียว”
ภาคินเดินออกจากร้านไป ทิ้งให้อรนั่งนิ่งอยู่เพียงลำพัง น้ำตาไหลอาบแก้มไม่หยุด เธอรู้สึกทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ และทั้งสับสน
“ทำไมเขาถึงได้ใจร้ายขนาดนี้” เธอคร่ำครวญ “ทำไมเขาถึงไม่เข้าใจหัวใจของแม่เลย”
เธอรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ง่ายเลย แต่เมื่อมองไปยังภาพจอมขวัญที่อยู่ในกระเป๋าถือ เธอสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่ผลักดันให้เธอต้องสู้ต่อไป
“หนูจะสู้...เพื่อจอมขวัญ” เธอกระซิบกับตัวเอง พลางปาดน้ำตาออกไปอย่างลวกๆ
3,783 ตัวอักษร