ดวงใจในเงาป่า

ตอนที่ 2 / 44

ตอนที่ 2 — เสียงเพรียกจากพงไพร

การประชุมฉุกเฉินของชาวบ้านห้วยปลาหางถูกจัดขึ้นที่ศาลาประชาคมเล็กๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกังวลและคำถามมากมาย ใบหน้าของแต่ละคนฉายแววครุ่นคิด พราวที่นั่งอยู่ข้างแม่หล้า มองดูใบหน้าของคนในชุมชนที่เธอรักและผูกพันมาตลอดชีวิต เธอรู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความมุ่งมั่นที่เด็ดเดี่ยวมากขึ้นกว่าเดิม “พวกมันเข้ามาแล้วจริงๆ สินะ” พ่อหนาน ผู้ใหญ่บ้าน สวมเสื้อผ้าแบบพื้นเมืองสีเข้ม กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “พวกบริษัทใหญ่พวกนี้ ไม่เคยคิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเราเลย” “ก็ใช่สิคะพ่อหนาน” ชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ “ฟ้า” ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากการทำงานในเมืองเอ่ยขึ้น “ผมเคยเจอคนพวกนี้ที่กรุงเทพฯ พวกเขาพูดจาดี ดูมีอำนาจ แต่เบื้องหลังนี่น่ากลัวจริงๆ” “แล้วเราจะทำยังไงดี” หญิงชราคนเดิมถามอีกครั้ง “เรามีแค่แรงกับปืนเก่าๆ จะไปสู้พวกนั้นได้ยังไง” “เราต้องมีวิธี” พราวเอ่ยขึ้น เสียงของเธออาจไม่ดังเท่าพ่อหนาน แต่เต็มไปด้วยความมั่นคง “เรามีป่านี้เป็นพวก เรามีความรู้เรื่องป่ามากกว่าพวกนั้น พวกเขาอาจมีเงิน มีอำนาจ แต่พวกเรามีผืนดินแห่งนี้” “แล้วจะทำยังไงล่ะพราว” พ่อหนานหันมาถาม “เราจะเอาอะไรไปสู้กับปืนใหญ่ รถแบ็คโฮ” “เราต้องทำให้พวกเขารู้สึกว่าการเข้ามาที่นี่มันไม่ง่าย” พราวตอบ “เราต้องใช้ภูมิปัญญาของเรา ใช้ความผูกพันกับป่าของเรา” “หมายถึงยังไง” ฟ้าถามด้วยความสนใจ “อย่างแรก เราต้องรวมตัวกันให้เป็นหนึ่งเดียว” พราวเริ่มอธิบายแผนของเธอ “เราต้องไม่ให้พวกมันหาช่องโหว่เข้ามาได้ เราต้องช่วยกันสอดส่อง และเมื่อพวกมันเข้ามา เราต้องแสดงให้เห็นว่าเราไม่ยินยอม” “แล้วถ้าพวกมันไม่ฟังล่ะ” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งถาม “เราก็ต้องหาทางอื่น” พราวตอบ “เราอาจจะขอความช่วยเหลือจากภายนอก ขอให้สื่อมวลชนเข้ามาช่วยดู หรืออาจจะไปร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก่อนอื่น เราต้องทำให้พวกมันรู้ก่อนว่าผืนป่าแห่งนี้มีเจ้าของ และเจ้าของคนนี้ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายง่ายๆ” “น่าสนใจ” พ่อหนานพยักหน้า “แล้วเราจะเริ่มยังไง” “พรุ่งนี้เช้า เราจะไปถอนหมุดที่พวกมันปักไว้” พราวตัดสินใจ “แล้วเราจะส่งคนไปเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของพวกมันตลอดเวลา ใครเข้ามาในป่าของเรา ต้องรายงานทันที” “ดี! ข้าเห็นด้วย!” พ่อหนานประกาศ “ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ขอให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา อย่าให้พวกมันได้ใจ” การประชุมจบลงด้วยความหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้น แม้จะยังมีความกังวล แต่ความสามัคคีของชุมชนก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้น พราวรู้สึกได้ถึงพลังที่ส่งผ่านมาถึงเธอจากทุกๆ คน เช้าวันต่อมา พราวและชายหนุ่มอีกสองสามคนเดินลึกเข้าไปในป่าตามเส้นทางที่กลุ่มคนเหล่านั้นเคยเดินมา พวกเขาสามารถหาหมุดที่ปักไว้ได้อย่างง่ายดาย หมุดเหล่านั้นถูกตอกลงไปในดินอย่างแน่นหนาตามแนวเขตที่ดูเหมือนจะกินพื้นที่ป่าเป็นบริเวณกว้าง “ดูนี่สิ” ฟ้าชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง “พวกมันทำเครื่องหมายไว้ด้วยสีแดงตรงนี้ด้วย” “เหมือนที่แม่บอกเลย” พราวพูดพลางมองดูเครื่องหมายนั้น “พวกมันต้องการบอกว่าตรงนี้คือจุดเริ่มต้น” “แต่เราจะไม่ยอมให้มันเป็นจุดเริ่มต้นของความพินาศ” ชายอีกคนชื่อ “แสง” พูดเสริม ด้วยเครื่องมือที่เตรียมมา พวกเขาเริ่มถอนหมุดเหล่านั้นออกทีละอัน ท่ามกลางความเงียบของป่า เสียงโลหะกระทบกันเป็นระยะๆ ราวกับเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นในความสงบ “พราว” ฟ้าหันมาถามขณะกำลังถอนหมุดอีกอัน “แน่ใจนะว่าการกระทำของเราจะไม่ทำให้เรื่องมันแย่ลงไปกว่าเดิม” “ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย เรื่องมันก็จะแย่ลงไปมากกว่าเดิมแน่ๆ” พราวตอบ “อย่างน้อยตอนนี้เราก็ทำให้พวกมันรู้ว่าเราไม่ยอม” หลังจากถอนหมุดทั้งหมดแล้ว พวกเขาก็ช่วยกันกลบดินบริเวณที่หมุดเคยปักอยู่ให้เหมือนเดิมมากที่สุด เพื่อไม่ให้ทิ้งร่องรอยมากเกินไป “เราต้องกลับไปรายงานพ่อหนาน” พราวบอก “แล้วเราต้องตั้งทีมเฝ้าระวังเพิ่ม” ตลอดทั้งวัน พราวและชาวบ้านผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าระวังตามจุดต่างๆ ที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางเข้าออกของกลุ่มคนเหล่านั้น มีการส่งสัญญาณบอกกล่าวกันอย่างรวดเร็วเมื่อพบเห็นความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ในช่วงบ่ายแก่ๆ ขณะที่พราวกำลังนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมลำธาร เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลังอีกครั้ง คราวนี้มีจำนวนมากกว่าเดิม “พวกมันมาอีกแล้ว!” เสียงตะโกนดังขึ้นจากจุดที่ชาวบ้านเฝ้าระวังอยู่ พราวรีบลุกขึ้นยืน เตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน กลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณห้าถึงหกคนเดินเข้ามาในป่า พวกเขามีท่าทางคุกคาม และคนหนึ่งในนั้นถือปืนลูกซองมาด้วย “เฮ้! พวกแกเป็นใครกัน! มาทำอะไรตรงนี้!” ชายที่ถือปืนตะโกนถามด้วยเสียงดัง พราวค่อยๆ ก้าวออกมายืนเผชิญหน้ากับพวกเขา เธอยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ชาวบ้านคนอื่นๆ ที่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ “พวกเราคือชาวบ้านที่นี่” พราวตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้สงบ “และนี่คือป่าของพวกเรา พวกท่านเข้ามาทำอะไร” “พวกเรามาทำงาน” ชายคนเดิมตอบ “แล้วพวกแกมายุ่งอะไร” “พวกคุณเข้ามาทำลายป่าของพวกเรา” พราวกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “พวกเราไม่ยอม” “โอ้โห! เด็กน้อยนี่ปากเก่งจริง” ชายคนนั้นหัวเราะอย่างเยาะเย้ย “รู้ไหมว่าพวกเราเป็นใคร เราเป็นตัวแทนของบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนะ ถ้าพวกแกขวางทางเมื่อไหร่ จะมีปัญหาใหญ่หลวง” “เราไม่กลัว” พราวตอบ “เรามีสิทธิ์ที่จะปกป้องบ้านของเรา” “หึ! ปากดี” ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้พราวมากขึ้น “งั้นพวกแกก็เตรียมตัวรับผลกรรมเอาไว้ได้เลย” ทันใดนั้น เสียงปืนก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนป่า!

4,335 ตัวอักษร