ดวงใจในเงาป่า

ตอนที่ 25 / 44

ตอนที่ 25 — ปริศนาในถ้ำแห่งความลับ

สายตาของพราวเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนสิ้นหวัง เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า เจษฎาถูกประธานบริษัทจับตัวประกัน สภาพของเขาดูอิดโรยและหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าซีดเผือดมีรอยฟกช้ำจากการถูกทำร้าย ดวงตาแดงก่ำมองมายังพราวด้วยแววตาที่สื่อถึงความขอร้องอย่างเงียบๆ “ปล่อยผมนะ! ท่านประธาน!” เสียงของเจษฎาแหบพร่า สั่นเทิ้มด้วยความกลัว “ผมไม่เคยคิดจะทรยศท่านเลยแม้แต่น้อย” “แกคิดว่าจะรอดไปได้รึไง? แกมันก็แค่หมากตัวหนึ่งของฉัน! ทำตามคำสั่ง… ก็จะได้มีชีวิตอยู่… แต่ถ้าคิดจะทรยศ… ก็ต้องถูกกำจัด!” ประธานบริษัทกระซิบข้างหูเจษฎา เสียงของเขาเต็มไปด้วยความอำมหิต น้ำเสียงที่เย็นเยียบแทรกซึมเข้าไปในกระดูกราวกับน้ำแข็งที่กัดกินผิวหนัง พราวมองดูภาพตรงหน้าอย่างทำอะไรไม่ถูก หัวใจของเธอเต้นระส่ำราวกับจะหลุดออกมานอกอก สถานการณ์บีบคั้นเกินกว่าจะคาดคิด แผนการที่วางไว้กำลังจะพังทลายเพียงเพราะความโหดเหี้ยมของนายทุนไร้หัวใจ “ปล่อยเขาไปซะ!” พราวกัดฟันพูด พยายามควบคุมเสียงให้เข้มแข็งที่สุด แม้ภายในใจจะเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น “คุณต้องการอะไร บอกมาสิ ฉันจะให้ทุกอย่างที่คุณต้องการ” ประธานบริษัทยิ้มเยาะ “อย่างที่เธอเห็นแหละแม่สาวน้อย ฉันต้องการความร่วมมือจากพวกเธอทุกคน โดยเฉพาะสมบัติล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ในผืนป่าแห่งนี้ ฉันรู้ว่าพวกเธอค้นพบอะไรบางอย่าง ฉันจะให้โอกาสเธอครั้งสุดท้าย ยอมแพ้เสีย แล้วทุกอย่างจะจบลงอย่างสวยงาม” “ไม่มีวัน!” พราวตะโกนสวนกลับ ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยว “ฉันไม่มีวันยอมให้คุณมาทำลายบ้านเกิดของฉันเด็ดขาด! คุณไม่มีสิทธิ์!” “ปากดีนักนะ” ประธานบริษัทยิ้มเยาะ “ถ้าอย่างนั้น… ฉันก็คงต้องกำจัดของเหลือเดนอย่างพวกเธอทิ้งซะ” ว่าแล้ว เขาก็ออกคำสั่งให้ลูกน้องที่ยืนคุมเชิงอยู่ห้อมล้อมพราวและลุงสมชายให้เข้ามาประชิดตัว “ถอยไปซะ! ไอ้พวกโง่!” เสียงลุงสมชายดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด เขาพยายามจะเข้าขวางแต่ก็ถูกลูกน้องอีกคนเข้ามาขวางไว้ “คุณพราวครับ ออกไปก่อน!” ลุงสมชายตะโกน “ผมจะถ่วงเวลาไว้ให้!” “ไม่ค่ะลุง! เราต้องไปด้วยกัน!” พราวยืนกราน พลางมองหาทางหนีทีไล่ ท่ามกลางความอลหม่าน พลันมีเสียงประหลาดดังขึ้นมาจากภายในอุโมงค์ มันเป็นเสียงที่แหบพร่าและดังแผ่วเบา แต่ก็ชัดเจนพอที่จะทำให้ทุกคนหยุดชะงัก “ใคร… อยู่ข้างนอก…?” ทุกคนหันไปมองต้นเสียงอย่างงุนงง ประธานบริษัทขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ “ใครกัน? ออกมาเดี๋ยวนี้!” เขาสั่งเสียงดัง ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่ลอดผ่านช่องเขาเข้ามา “คงเป็นแค่เสียงลม” ลูกน้องคนหนึ่งพูดขึ้น “พวกเราอย่าเสียเวลาเลยครับ ท่านประธาน” “เงียบ!” ประธานบริษัทตวาด “มันไม่ใช่เสียงลมธรรมดา… มันมีความหมาย… พวกแกค้นอะไรเจอในนี้กันแน่?” เขากล่าวกับพราวและลุงสมชาย พราวเองก็รู้สึกประหลาดใจกับเสียงนั้นไม่แพ้กัน มันมาจากส่วนลึกของอุโมงค์ ซึ่งเป็นส่วนที่พวกเธอเคยสำรวจพบถ้ำลับ และที่สำคัญ มันคือส่วนที่เคยมีสัญญาณขอความช่วยเหลือดังออกมา “เป็นไปไม่ได้…” พราวกระซิบกับตัวเอง “ใครจะยังอยู่ข้างในนั้นอีก?” ประธานบริษัทกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวง “ถ้าพวกแกไม่ยอมบอก… ฉันจะเริ่มจากกำจัดไอ้เด็กนี่ก่อน!” เขายกปืนขึ้นเล็งไปที่เจษฎา “อย่า!” พราวกู่ร้อง ทันใดนั้นเอง เสียงที่ดังแผ่วเบาก็กลับมาอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม ราวกับมีคนกำลังพยายามตะโกนออกมาจากที่ไกลๆ “ช่วย… ด้วย…” สิ้นเสียง พราวก็นึกถึงเรื่องที่เคยได้ยินจากชาวบ้านถึงตำนาน “ผู้พิทักษ์แห่งขุนเขา” ที่ว่ากันว่าสิงสถิตอยู่ในถ้ำลึก พวกเธอเคยคิดว่าเป็นเพียงนิทานหลอกเด็ก แต่ในสถานการณ์เช่นนี้… มันอาจไม่ใช่แค่เรื่องเล่า “ลุง… เสียงนั้น…” พราวหันไปมองลุงสมชาย ลุงสมชายพยักหน้าช้าๆ ดวงตาของเขาสุกประกายด้วยความหวัง “ใช่แล้ว… มันต้องใช่แน่ๆ… อาจจะมีใครบางคนติดอยู่ที่นั่นจริงๆ” “ถ้าอย่างนั้น… ฉันจะให้โอกาสพวกแกอีกครั้ง” ประธานบริษัทกล่าว “บอกความลับที่ซ่อนอยู่ในถ้ำนี้มาซะ แล้วฉันอาจจะไว้ชีวิตพวกแก… รวมทั้งไอ้เด็กนี่ด้วย” พราวมองหน้าลุงสมชายอย่างตัดสินใจ “เราไม่มีความลับอะไรทั้งนั้น… นอกจากความลับที่ว่า… คุณมันคือพวกโจรป่าที่คิดจะปล้นทรัพยากรของแผ่นดิน!” “ปากดี!” ประธานบริษัทคำราม พลางจะเหนี่ยวไกปืน แต่ก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้น เสียงอึกทึกก็ดังมาจากปากอุโมงค์ พร้อมกับร่างของตำรวจและเจ้าหน้าที่ป่าไม้จำนวนหนึ่งที่บุกเข้ามา “หยุดนะ! วางอาวุธลงเดี๋ยวนี้!” เสียงตะโกนของผู้กำกับดังขึ้น ลูกน้องของประธานบริษัทตกใจ ทำอะไรไม่ถูก ประธานบริษัทเองก็หน้าเสีย แต่ก็ยังพยายามจะต่อสู้ “จับพวกมันทั้งหมด!” ผู้กำกับสั่ง การต่อสู้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากถูกซุ่มโจมตี ทำให้กลุ่มของประธานบริษัทเสียเปรียบอย่างมาก ในที่สุด พวกเขาก็ถูกจับกุมตัวได้ทั้งหมด เจษฎาถูกปล่อยตัว สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโล่งอก เขาหันไปมองพราวด้วยความรู้สึกผิด “พราว… ฉันขอโทษ…” เขาเอ่ยเสียงเบา พราวมองเขาด้วยสายตาที่อ่านยาก “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะพูดเรื่องนั้น” หลังจากเคลียร์พื้นที่และจับกุมผู้กระทำผิดได้แล้ว ผู้กำกับก็เข้ามาสอบถามรายละเอียดจากพราวและลุงสมชาย “เกิดอะไรขึ้นที่นี่ครับ คุณพราว?” ผู้กำกับถาม “เรากำลังจะถูกฆ่าค่ะท่านผู้กำกับ” พราวตอบ “ถ้าท่านมาไม่ทัน… พวกเราคงแย่แน่” “แต่… เสียงนั่น… มาจากไหนกันครับ?” ผู้กำกับถามถึงเสียงประหลาดที่ดังขึ้นก่อนหน้านี้ “เราไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ” ลุงสมชายตอบ “แต่เราคิดว่า… อาจจะมีใครบางคนติดอยู่ข้างในนั้น… และพวกเขาเป็นคนส่งสัญญาณให้เรา” ผู้กำกับมองไปยังปากอุโมงค์ที่มืดมิด “เราต้องเข้าไปตรวจสอบ” และแล้ว การสำรวจอีกครั้งก็เริ่มต้นขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้และหน่วยกู้ภัยร่วมสำรวจเข้าไปในอุโมงค์ด้วยความระมัดระวัง เสียงที่ดังแผ่วเบาในครั้งก่อน ยังคงดังเป็นระยะๆ ราวกับเสียงกระซิบจากความมืด เมื่อเข้าไปลึกกว่าเดิม พวกเขาก็พบกับทางเข้าถ้ำที่ถูกปิดไว้อย่างแนบเนียน พวกเขาพยายามเปิดมันออก และเมื่อมันเปิดออก สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าก็ทำให้ทุกคนต้องตะลึง ภายในถ้ำแห่งนั้น ไม่ได้มีเพียงสมบัติล้ำค่าที่ประธานบริษัทตามหา แต่ยังมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ใช้ชีวิตหลบซ่อนตัวอยู่ พวกเขาคือชนเผ่าโบราณ ที่สืบทอดการเป็นผู้พิทักษ์ผืนป่าแห่งนี้มาหลายชั่วอายุคน พวกเขาคือผู้ที่ปล่อยสัญญาณขอความช่วยเหลือออกมา เพื่อเตือนภัยให้กับพราวและลุงสมชาย

5,009 ตัวอักษร