ดวงใจในเงาป่า

ตอนที่ 31 / 44

ตอนที่ 31 — สัญญาใจกลางพนา

"พราว! ยินดีต้อนรับกลับบ้าน!" เสียงตะโกนก้องของลุงสมชายดังมาจากกลางหมู่บ้านที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน ใบหน้าเปื้อนยิ้มของชาวบ้านที่คุ้นเคยปรากฏอยู่รายรอบ พราวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า อากาศรอบตัวเธอเบาบางลงราวกับถูกสูบออกไป อ้อมแขนที่แข็งแกร่งของลุงสมชายโอบกอดเธอไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก "หลานกลับมาแล้ว พ่อหนุ่มสมชายดีใจยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งเสียอีก" ลุงสมชายกระเซ้าพลางปล่อยอ้อมกอดออก มองสำรวจพราวตั้งแต่หัวจรดเท้า "ผอมไปนะเราเนี่ย โดนอะไรมารึเปล่า" พราวหัวเราะออกมาอย่างโล่งอก ดวงตาคลอหน่วยด้วยความปลาบปลื้ม "หนูไม่เป็นอะไรค่ะลุง แค่คิดถึงบ้าน คิดถึงทุกคน" เธอตอบพลางกวาดสายตามองผู้คนรอบข้าง ภาพของชาวบ้านที่เคยสวมใส่เสื้อผ้าสีหม่นหมอง บัดนี้กลับมีสีสันสดใส ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ปราศจากความกังวล "ดูสิคะ ทุกคนดูมีความสุขกันจัง" "ก็เพราะมีพราวไง" เสียงของแม่เฒ่าก้อนแก้วดังแทรกขึ้นมา หญิงชราเดินเข้ามาประคองแขนพราว ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความอบอุ่น "ถ้าไม่มีหลาน ป่านนี้เราคงไม่เหลืออะไรให้มองแล้ว" "แม่เฒ่าพูดถูก" ลุงสมชายพยักหน้าเห็นด้วย "พวกนายทุนพวกนั้นมันร้ายกาจจริง ๆ แต่ก็ต้องขอบคุณหลานพราวที่ทำให้เราได้รู้ว่าเราเองก็สู้ได้" "พวกเราทุกคนต่างก็สู้ด้วยกันทั้งนั้นค่ะลุง" พราวกล่าวด้วยความถ่อมตน "หนูแค่เป็นส่วนเล็กๆ ที่จุดประกายเท่านั้น" "ส่วนเล็กๆ ของหลานน่ะยิ่งใหญ่กว่าภูเขาทั้งลูกเสียอีก" แม่เฒ่าก้อนแก้วเอ่ยชม พลางประคองพราวเดินเข้าไปในหมู่บ้าน "มาๆ กลับบ้านไปพักผ่อนก่อนนะ ค่อยออกมาเล่าเรื่องราวที่ไปเจอมาให้ฟังทีหลัง" ตลอดทางที่เดินเข้าไปในหมู่บ้าน พราวสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงมากมาย บ้านเรือนที่เคยทรุดโทรมได้รับการบูรณะใหม่ บางหลังก็ดูแข็งแรงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ต้นไม้ที่เคยถูกโค่นล้มกลับมีหน่ออ่อนแตกใบเขียวขจีแซมขึ้นมาตามริมทาง กลิ่นดิน กลิ่นไอดินที่ชุ่มฉ่ำลอยมาแตะจมูก ชวนให้นึกถึงวันวานที่ผืนป่ายังคงสมบูรณ์ "หุบเขานี่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งแล้วนะคะ" พราวเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกยินดี "ใช่แล้ว" แม่เฒ่าก้อนแก้วตอบ "หลังจากพวกนายทุนหายหน้าไป พวกเราก็ช่วยกันฟื้นฟู ผืนป่าก็เหมือนคนป่วยที่ได้พักผ่อน ได้รับการดูแล จนกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม" "แล้วพวกผู้ใหญ่บ้านล่ะคะ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง" พราวเอ่ยถามด้วยความสงสัย "อ๋อ ผู้ใหญ่บ้านคนเดิมน่ะเหรอ" แม่เฒ่าก้อนแก้วหัวเราะเบาๆ "โดนชาวบ้านขับไล่ออกไปแล้ว เพราะเขาเล่นพรรคเล่นพวกกับพวกนายทุน ตอนนี้เรามีผู้ใหญ่บ้านคนใหม่แล้ว เป็นคนหนุ่มไฟแรง ชื่อว่าบุญมี เขาเป็นคนที่มีความคิดดี แล้วก็ตั้งใจจะพัฒนาหมู่บ้านของเราให้ดีขึ้นจริงๆ" "ดีจังเลยค่ะ" พราวรู้สึกเบาใจ "อย่างน้อยก็ยังมีคนดีๆ ที่จะคอยดูแลผืนป่าของเรา" เมื่อถึงบ้านของเธอ พราวก็พบว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม บ้านไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่ริมลำธาร ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยทุกครั้งที่ได้กลับมา "กลับมาแล้วก็ดีแล้ว" แม่ของพราวก้มลงกอดเธอแน่น "แม่เป็นห่วงแทบแย่ไปหมด" "หนูไม่เป็นไรค่ะแม่" พราวตอบ พลางลูบหลังแม่เบาๆ "หนูเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมเยอะแล้ว" หลังจากที่ได้พักผ่อนและพูดคุยกับครอบครัวแล้ว พราวก็ตัดสินใจที่จะไปเยี่ยมเยียนกลุ่มผู้พิทักษ์แห่งขุนเขา เธออยากจะไปขอบคุณพวกเขาอย่างเป็นทางการ และอยากจะรู้ว่านับจากนี้พวกเขาจะมีบทบาทอย่างไรในการดูแลผืนป่า "จะไปหาพวกนั้นอีกแล้วเหรอ" แม่ของพราวกังวลเล็กน้อย "ค่ะแม่ หนูแค่อยากจะไปคุยด้วยนิดหน่อย" พราวตอบ "หนูอยากจะรับปากพวกเขาว่าเราจะช่วยกันดูแลป่าให้ดีที่สุด" "ก็ได้ แต่ระวังตัวด้วยนะ" แม่ของพราวพยักหน้า พราวนุ่งชุดกระโปรงสีเข้มที่เธอเตรียมมาเป็นพิเศษ รองเท้าบูทคู่เก่าที่ยังคงแข็งแรงดี เธอออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังชายป่าที่เคยเป็นที่ตั้งของกลุ่มผู้พิทักษ์ อากาศยามเช้าสดชื่นบริสุทธิ์ แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลอดใบไม้ลงมาเป็นลำ ยิ่งเดินลึกเข้าไปในป่า เสียงนกร้องก็ยิ่งดังเซ็งแซ่ พราวสูดหายใจลึกๆ รับเอาอากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นดินและกลิ่นดอกไม้ป่า เมื่อไปถึงบริเวณที่เคยเป็นที่พักของกลุ่มผู้พิทักษ์ เธอพบว่าสถานที่นั้นได้รับการปรับปรุงให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งขึ้น มีกระท่อมหลังเล็กๆ ตั้งอยู่หลายหลัง ดูเหมือนพวกเขาจะเริ่มตั้งรกรากอยู่ที่นี่อย่างถาวรแล้ว "สวัสดี" พราวเอ่ยทักเมื่อเห็นเงาร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังตัดหญ้าอยู่ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าของเขาคมเข้ม แววตาฉายแววสงบนิ่ง "ยินดีต้อนรับกลับ" เขาตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม "ฉันคือพราว" เธอแนะนำตัว "ข้ารู้" ชายหนุ่มตอบ "ข้าคือชาลี ผู้นำกลุ่มผู้พิทักษ์แห่งขุนเขา" "ขอบคุณมากค่ะชาลี ที่คุณและพวกพ้องช่วยปกป้องผืนป่าของเรา" พราวกล่าวด้วยความจริงใจ ชาลียิ้มบางๆ "หน้าที่ของเราคือการปกป้องธรรมชาติ" เขากล่าว "แต่ที่ผ่านมา การต่อสู้ครั้งนี้ พวกเราก็ได้รับความช่วยเหลือจากพวกเจ้ามากเช่นกัน" "พวกเราก็เช่นกันค่ะ" พราวตอบ "ถ้าไม่ได้พวกคุณ เราคงไม่สามารถเอาชนะพวกนายทุนไปได้" "จากนี้ไป เราจะร่วมมือกันดูแลผืนป่าแห่งนี้อย่างยั่งยืน" ชาลีกล่าว ดวงตาของเขามองตรงไปยังผืนป่าที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา "เราจะสอนให้ชาวบ้านรู้จักการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างไม่เบียดเบียน และจะช่วยกันปลูกป่าให้กลับคืนมาสมบูรณ์เหมือนเดิม" "หนูเชื่อมั่นในตัวพวกคุณค่ะ" พราวกล่าว "และหนูเองก็จะทำทุกอย่างเพื่อสนับสนุนพวกคุณ" การสนทนาระหว่างพราวกับชาลีดำเนินไปอย่างราบรื่น พวกเขามีเป้าหมายเดียวกันคือการอนุรักษ์ผืนป่า และมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมให้กับหุบเขาแห่งนี้

4,438 ตัวอักษร