ตอนที่ 19 — ความจริงจากปากผู้รู้ความลับ
"ผมว่าคุณวิชัยไม่ได้มาที่นั่นโดยบังเอิญแน่ๆ ค่ะทนาย" อันนาเอ่ยขึ้น เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย แต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น เธอเท้าแขนกับโต๊ะทำงานในห้องทำงานของทนายสมชาย มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมคาง พลางพิจารณาภาพถ่ายโบราณบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงเปิดอยู่
ทนายสมชายพยักหน้าช้าๆ ดวงตาของเขาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างห้องทำงานที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงอันวุ่นวาย "ผมก็คิดเช่นนั้น อันนา การปรากฏตัวของเขาในเวลาที่เรากำลังจะค้นพบความลับบางอย่าง มันไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ เลย" เขาหันกลับมามองอันนา "คำพูดของเขาที่ว่าครอบครัวเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงที่ดินผืนนี้ในอดีต มันยิ่งทำให้เราต้องขุดคุ้ยให้ลึกกว่าเดิม"
"แต่การขุดคุ้ยเรื่องนี้มันอันตรายนะคะทนาย เราไม่รู้ว่ากำลังจะเผชิญหน้ากับอะไรอีก" อันนากล่าวด้วยความเป็นห่วง เธอสัมผัสได้ถึงอันตรายที่แฝงมากับเรื่องราวที่กำลังค่อยๆ เผยออกมา การเผชิญหน้ากับคุณวิชัยครั้งนั้น แม้จะสั้น แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกถึงอำนาจที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง
"อันนา ความจริงที่ยิ่งใหญ่ มักมาพร้อมกับอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่เสมอ" ทนายสมชายยิ้มบางๆ "เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว คือการค้นหาหลักฐานที่จะพิสูจน์ว่าที่ดินผืนนี้มีประวัติศาสตร์ที่ไม่ชอบมาพากล การที่ครอบครัวคุณวิชัยมีส่วนเกี่ยวข้อง มันอาจเป็นกุญแจสำคัญที่เราตามหา"
"แล้วเราจะเริ่มจากตรงไหนคะ" อันนาถาม เธอรู้สึกถึงความหนักอึ้งในใจ แต่ก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อ "คุณวิชัยน่าจะรู้เรื่องอะไรบางอย่างเกี่ยวกับกำแพงอิฐเก่าแก่ที่เราพบ เขาคงไม่มาบอกอะไรเราตรงๆ หรอกค่ะ"
"แน่นอน เขาไม่บอกตรงๆ หรอก" ทนายสมชายตอบ "แต่เขาอาจจะบอกอ้อมๆ ผ่านคนอื่นได้" เขาหยุดคิดไปครู่หนึ่ง "อันนา จำได้ไหมว่าตอนที่เราไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านครั้งแรก มีคนเฒ่าคนแก่บางคนในชุมชนที่ดูเหมือนจะรู้เรื่องราวในอดีต แต่พวกเขาไม่กล้าพูดออกมา อาจจะเพราะกลัว หรืออาจจะเพราะถูกกดดัน"
"จริงด้วยค่ะ" อันนาพยักหน้า "ฉันรู้สึกได้ว่ามีบางคนในนั้นที่อยากจะพูด แต่ปากของพวกเขากลับถูกปิดไว้"
"เราต้องหาคนที่กล้าพอที่จะเปิดปาก" ทนายสมชายกล่าว "หรืออย่างน้อยก็หาคนที่สามารถชี้ทางให้เราได้" เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา "ฉันจะลองติดต่อไปหาเพื่อนเก่าคนหนึ่งของพ่อฉัน เขาเป็นนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ทำงานในพิพิธภัณฑ์มานาน อาจจะพอให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงที่ดินในย่านนี้ได้"
"ขอบคุณค่ะทนาย" อันนารู้สึกถึงความหวังเล็กๆ ที่ผุดขึ้นมา "ถ้าเราได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เป็นกลาง มันจะช่วยให้เรามีน้ำหนักในการต่อสู้มากขึ้น"
"ใช่แล้ว" ทนายสมชายพยักหน้า "แต่ระหว่างนี้ เราก็ต้องไม่หยุดค้นคว้าด้วยตัวเอง" เขาเลื่อนเมาส์ไปที่ภาพถ่ายบนหน้าจอ "กำแพงอิฐเก่าแก่ที่เราเจอในโครงการร้าง มันน่าสนใจมาก ถ้าเราสามารถหาแผนที่เก่าๆ ที่แสดงโครงสร้างเดิมของพื้นที่นี้ได้ อาจจะเห็นว่ากำแพงนั้นมีความสำคัญอย่างไร"
"ฉันจะลองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติของพื้นที่นี้ในห้องสมุดประชาชนอีกครั้งค่ะ" อันนากล่าว "คราวนี้จะเน้นไปที่ช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ที่ดิน"
"ดีมาก" ทนายสมชายกล่าว "ยิ่งเรามีข้อมูลมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีอำนาจต่อรองมากขึ้นเท่านั้น" เขาเงยหน้าขึ้นมองอันนา "อันนา เธอเก่งมากที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อชุมชนแบบนี้ ฉันเห็นความกล้าหาญและความมุ่งมั่นในตัวเธอ มันเป็นสิ่งที่หายากในปัจจุบัน"
"หนูทำไปเพราะหนูรักที่นี่ค่ะทนาย" อันนากล่าวเสียงอ่อนลง "ที่นี่คือบ้านของหนู บ้านของครอบครัวหนู บ้านของทุกคนในชุมชน เราจะเสียมันไปไม่ได้"
"ฉันเข้าใจ" ทนายสมชายยิ้ม "เราจะสู้จนถึงที่สุด"
หลายวันต่อมา ทนายสมชายก็สามารถติดต่อเพื่อนนักประวัติศาสตร์ของเขาได้สำเร็จ คุณลุงสมศักดิ์ นักประวัติศาสตร์อาวุโสประจำพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น รับปากว่าจะช่วยตรวจสอบข้อมูลให้
"สวัสดีครับคุณสมชาย" เสียงทักทายอันอบอุ่นดังมาจากปลายสาย "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เป็นยังไงบ้าง"
"สวัสดีครับคุณลุงสมศักดิ์ ผมสบายดีครับ ขอบคุณที่รับสายนะครับ" ทนายสมชายกล่าว "ผมมีเรื่องอยากจะรบกวนคุณลุงหน่อยครับ พอดีผมกำลังทำคดีเกี่ยวกับที่ดินผืนหนึ่งแถวริมคลอง ที่มีประวัติการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ที่ซับซ้อน ผมอยากจะขอข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของที่ดินแถวนั้นหน่อยครับ โดยเฉพาะในช่วงประมาณ 30-40 ปีที่แล้ว"
"อ๋อ ที่ดินแถวนั้นเหรอ" คุณลุงสมศักดิ์ดูเหมือนจะคุ้นเคยกับพื้นที่ "มันเป็นที่ดินที่มีเรื่องราวอยู่นะ แต่ก็เป็นเรื่องราวที่คนไม่ค่อยอยากจะพูดถึงเท่าไหร่"
"เรื่องราวแบบไหนครับคุณลุง" ทนายสมชายถามด้วยความสนใจ
"ก็เป็นเรื่องของการพัฒนาที่ดินนั่นแหละ" คุณลุงสมศักดิ์อธิบาย "แต่การพัฒนานั้นมันไม่ได้สวยงามอย่างที่ใครๆ คิด มันมีเบื้องหลังที่ค่อนข้างจะ... ซับซ้อน"
"ซับซ้อนในแง่ไหนครับ" ทนายสมชายเร่งถาม
"มันเกี่ยวกับการกว้านซื้อที่ดิน การไล่ที่ผู้คน และการใช้เส้นสายเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการพัฒนา" คุณลุงสมศักดิ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "สมัยก่อน การหาข้อมูลที่ชัดเจนมันยากกว่าสมัยนี้มาก เอกสารหลายอย่างก็ถูกเก็บซ่อน หรือถูกทำลายไป"
"แล้วครอบครัวที่ร่ำรวยแถวนั้นล่ะครับคุณลุง พอจะมีข้อมูลบ้างไหม" ทนายสมชายเอ่ยถึงประเด็นที่คุณวิชัยเคยพูดถึง
"ครอบครัวที่ร่ำรวย..." คุณลุงสมศักดิ์เงียบไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังนึก "มีอยู่หลายครอบครัวนะ แต่ถ้าพูดถึงครอบครัวที่มีอิทธิพลมากที่สุดในช่วงเวลานั้น และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่ดินริมคลองผืนใหญ่ ก็ต้องเป็นตระกูล... อืม..." เขาเหมือนจะนึกชื่อออก แต่ก็ลังเลที่จะเอ่ย
"คุณลุงพอจะบอกได้ไหมครับ" ทนายสมชายกระตุ้น
"เอาเป็นว่า... มีครอบครัวหนึ่งที่เขาเริ่มเข้ามามีบทบาทในช่วงนั้น" คุณลุงสมศักดิ์กล่าวในที่สุด "เขาเป็นคนที่ค่อนข้างฉวยโอกาส และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีอำนาจในยุคนั้น การได้มาซึ่งที่ดินผืนนั้นของเขา ไม่ได้ราบรื่นเหมือนที่ใครๆ เห็นบนหน้ากระดาษ"
"แล้วเรื่องกำแพงอิฐเก่าแก่ล่ะครับคุณลุง พอจะเคยได้ยินมาก่อนไหม" อันนา ซึ่งนั่งฟังอยู่ข้างๆ ทนายสมชาย ก็ถามแทรกขึ้นมา
"กำแพงอิฐเก่าแก่..." คุณลุงสมศักดิ์ทวนคำ "อืม... ถ้าเป็นกำแพงที่อยู่มานานมาก อาจจะเคยเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ หรือรั้วโบราณสมัยก่อน แต่ในบริบทของการพัฒนาที่ดิน ผนังนั้นอาจมีความหมายอื่นซ่อนอยู่ก็ได้"
"ความหมายอื่นในแง่ไหนครับ" อันนาถามอย่างกระตือรือร้น
"บางทีมันอาจจะเป็นหลักเขตที่ถูกซ่อนไว้ หรือเป็นเครื่องหมายที่บอกถึงขอบเขตของการครอบครองที่ดินในอดีต" คุณลุงสมศักดิ์อธิบาย "หรือในกรณีที่เลวร้ายกว่านั้น มันอาจจะเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดบางอย่าง"
"ปกปิดบางอย่าง..." อันนาทวนคำ เธอรู้สึกเหมือนมีบางอย่างที่เชื่อมโยงกัน "ขอบคุณมากครับคุณลุง คุณลุงเป็นประโยชน์กับผมมากเลยครับ" ทนายสมชายกล่าว
"ไม่เป็นไรหรอกคุณสมชาย" คุณลุงสมศักดิ์ตอบ "เรื่องราวในอดีตมันเป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ มันช่วยให้เราเข้าใจปัจจุบันได้ดีขึ้น ถ้ามีอะไรให้ช่วยอีก บอกได้เลยนะ"
หลังจากวางสาย ทนายสมชายก็หันมามองอันนา "อันนา เธอได้ยินไหม"
อันนาพยักหน้า ดวงตาเป็นประกาย "ค่ะทนาย หนูได้ยิน" เธอหันไปมองภาพถ่ายบนหน้าจออีกครั้ง "กำแพงอิฐนั้น... มันต้องมีความหมายอะไรบางอย่างซ่อนอยู่แน่ๆ"
"เราต้องหาแผนที่เก่าๆ ที่แสดงโครงสร้างเดิมของพื้นที่นั้นให้เจอ" ทนายสมชายกล่าว "ถ้าเราเห็นว่ากำแพงนั้นอยู่ตรงไหน และเชื่อมโยงกับอะไรในอดีต เราอาจจะไขปริศนาทั้งหมดได้"
"แล้วครอบครัวที่ทรงอิทธิพลที่คุณลุงพูดถึง..." อันนาเอ่ย "ถ้าไม่ใช่ครอบครัวคุณวิชัย ก็ต้องเป็นครอบครัวอื่นที่เกี่ยวข้องกับเขาแน่ๆ"
"นั่นคือสิ่งที่เราต้องพิสูจน์" ทนายสมชายกล่าว "ต่อไปนี้ เราจะต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น อันนา เพราะดูเหมือนว่าเรากำลังจะเข้าใกล้ความจริงที่บางคนไม่อยากให้เปิดเผย"
6,231 ตัวอักษร