เส้นเลือดใหญ่แห่งความหวัง

ตอนที่ 4 / 41

ตอนที่ 4 — วันแห่งความหวังที่ถูกพรากไป

วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า อันนายังคงใช้เวลาทุกนาทีไปกับการค้นคว้าและศึกษาข้อมูลจากเอกสารที่เธอได้รวบรวมมาอย่างยากลำบาก กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเวนคืนที่ดิน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และสิทธิของประชาชน กลายเป็นเพื่อนคู่ใจของเธอในยามนี้ หนังสือเล่มหนาที่เต็มไปด้วยตัวอักษรย่อๆ และมาตราต่างๆ ถูกเปิดอ่านซ้ำไปซ้ำมา จนบางหน้าเริ่มเปื่อยยุ่ย แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องสว่างลงบนใบหน้าของอันนาที่ฉายแววแห่งความเหนื่อยล้าแต่ก็ยังคงเปี่ยมไปด้วยประกายแห่งความหวัง ดวงตาของเธอไล่เรียงไปตามตัวอักษรอย่างตั้งใจ จดบันทึกประเด็นสำคัญลงในสมุดเล่มเล็กๆ ที่พกติดตัวเสมอ "นี่มันซับซ้อนกว่าที่คิดจริงๆ" อันนาพึมพำกับตัวเองขณะที่กุมขมับ "แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีช่องทางเลย" เธอพบว่าการก่อสร้างคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ในพื้นที่ชุมชนริมคลองแห่งนี้ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการอนุมัติจากหน่วยงานราชการหลายแห่ง และมีกฎหมายหลายฉบับที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ. การผังเมือง และข้อกำหนดเกี่ยวกับการสำรวจผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม "ถ้าบริษัทเขากระทำการใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย หรือละเลยขั้นตอนที่สำคัญไป เราก็ยังมีโอกาส" ความคิดนี้จุดประกายความหวังให้เธออีกครั้ง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันบันทึกเสียง และเริ่มพูดถึงประเด็นที่เธอค้นพบ "หลักฐานสำคัญคือเอกสารโครงการที่ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการจัดทำและร่างข้อบัญญัติ การขออนุญาตก่อสร้างจากหน่วยงานผังเมือง และที่สำคัญคือการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA" เธอนึกถึงการพูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านสมชายอีกครั้ง "ลุงสมชายคะ อันนาว่าเราต้องขอเอกสารการขออนุญาตก่อสร้างทั้งหมดจากทางอำเภอและจังหวัดค่ะ โดยเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ถ้าบริษัทเขามีการยื่นขออนุญาตแล้ว แต่ยังไม่ผ่านการพิจารณา หรือมีข้อบกพร่องในเอกสาร เราก็สามารถใช้เป็นช่องทางในการคัดค้านได้" ผู้ใหญ่บ้านสมชายพยักหน้าเห็นด้วย "ดีเลยอันนา ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ลุงจะไปช่วยเธออีกแรง จะได้มีคนคอยสนับสนุน" ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในใจกลางเมือง บรรยากาศกลับตรงกันข้ามกับความพยายามของอันนาอย่างสิ้นเชิง กลิ่นอายของความหรูหราและความเร่งรีบผสมผสานกันในห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูง คุณสุรศักดิ์ ชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพง กำลังยืนกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ซึ่งเผยให้เห็นทัศนียภาพของเมืองที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้า "ความคืบหน้าโครงการคลองบางโพธิ์เป็นอย่างไรบ้าง คุณวิชัย?" คุณสุรศักดิ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยอำนาจ คุณวิชัย เลขาคนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆ ก้มหน้าเล็กน้อย "เรียนคุณสุรศักดิ์ครับ ตอนนี้ทีมกฎหมายกำลังเร่งดำเนินการเรื่องเอกสารขออนุญาตให้เร็วที่สุด คาดว่าอีกไม่เกินสองสัปดาห์น่าจะได้ยื่นเรื่องทั้งหมดครับ" "สองสัปดาห์? ช้าไปหน่อยนะ" คุณสุรศักดิ์ขมวดคิ้ว "ผมต้องการให้ทุกอย่างเรียบร้อยภายในเดือนหน้า ชาวบ้านแถวนั้นเขามีปัญหาอะไรอีกไหม?" "มีชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ ที่เริ่มต่อต้านครับ โดยมีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ อันนา เป็นแกนนำ เธอพยายามรวบรวมข้อมูลและหาช่องทางทางกฎหมายเพื่อคัดค้านโครงการ" คุณวิชัยรายงานอย่างกระชับ คุณสุรศักดิ์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ "อันนา? เป็นแค่เด็กสาวคนหนึ่งจะทำอะไรได้? พวกชาวบ้านน่ะคุ้นเคยกับการประท้วงอยู่แล้ว แต่สุดท้ายเมื่อเรายื่นข้อเสนอที่น่าพอใจให้ พวกเขาก็จะยอมรับเองแหละ" "แต่เธอคนนี้ดูจะฉลาดกว่าที่คิดนะครับคุณสุรศักดิ์ เธอไปขอข้อมูลจากทางอำเภอเกี่ยวกับโครงการของเราแล้ว" คุณวิชัยเอ่ยเสริมด้วยความกังวลเล็กน้อย แววตาของคุณสุรศักดิ์เปลี่ยนไปเล็กน้อย "ขอข้อมูล? ดี... แสดงว่าเธอจะเดินเกมแบบไหน เราก็พร้อมรับมือ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูมั่นใจ "ส่งคนไปจับตาดูเธอเอาไว้ อะไรที่เธอได้มา ให้รีบรายงานผมทันที และสั่งให้ทีมกฎหมายเร่งกระบวนการให้เร็วขึ้นกว่าเดิม อย่าให้มีช่องโหว่ให้เธอเล่นงานได้" "ครับคุณสุรศักดิ์" คุณวิชัยรับคำอย่างนอบน้อม วันเวลาผ่านไป อันนารอคอยคำตอบจากที่ว่าการอำเภออย่างใจจดใจจ่อ ทุกเช้าเธอจะแวะเวียนไปสอบถามความคืบหน้า แต่เจ้าหน้าที่ก็มักจะบอกว่า "อยู่ในระหว่างดำเนินการ" หรือ "ต้องรอผู้ใหญ่พิจารณา" คำตอบเดิมๆ ที่วนลูปทำให้เธอเริ่มหวั่นใจ "นี่มันนานเกินไปแล้วนะ" อันนาบ่นกับตัวเองขณะนั่งอยู่ริมคลอง มองดูสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ "กฎหมายบอกว่าต้องตอบภายใน 15 วัน นี่ก็ปาเข้าไปเกือบ 20 วันแล้ว" เธอตัดสินใจไม่รอช้า เธอรวบรวมข้อมูลกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการล่าช้าในการให้ข้อมูลของหน่วยงานราชการ และเตรียมจะทำหนังสือทักท้วง "ถ้าเขาไม่ให้ข้อมูลตามที่ควรจะเป็น เราก็ต้องเดินหน้าต่อ" อันนาพูดกับป้าสมศรี แม่ค้าขายปลาที่นั่งอยู่ข้างๆ "ป้าคะ ถ้าพวกเรายังไม่ได้เอกสารสำคัญ เราจะรู้ได้ยังไงว่าการก่อสร้างมันถูกต้องตามกฎหมายจริงๆ" ป้าสมศรีถอนหายใจ "ก็ไม่รู้สิอันนา พวกบริษัทใหญ่ๆ เขามีเส้นมีสายทั้งนั้นแหละ เรามันแค่คนหาเช้ากินค่ำ จะไปสู้เขาได้ยังไง" "เราสู้ได้ค่ะป้า" อันนาตอบอย่างหนักแน่น "ถ้าเรามีข้อมูล เราก็มีอาวุธ ถ้าเราไม่สู้ เราก็จะเสียบ้านของเราไป" วันแล้ววันเล่าผ่านไป โดยที่อันนายังคงพยายามอย่างไม่ลดละ เธอจัดประชุมเล็กๆ กับชาวบ้านในชุมชน เพื่ออธิบายถึงความสำคัญของการต่อสู้ และสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากโครงการคอนโดมิเนียมแห่งนี้สร้างเสร็จ เธอใช้แผนผังที่วาดขึ้นเอง เพื่อแสดงให้เห็นว่าบ้านเรือนของพวกเขาจะถูกบดบังด้วยตึกสูงอย่างไร แสงแดดจะส่องมาไม่ถึง และคลองอันเป็นเส้นเลือดใหญ่ของชุมชนจะกลายเป็นเพียงทางระบายน้ำเสีย "พวกเราอยู่ที่นี่มานานหลายชั่วอายุคน" อันนากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ "บ้านทุกหลังที่นี่มีความทรงจำ มีเรื่องราว มีชีวิตชีวาของพวกเรา ถ้าเรายอมให้เขามาทุบทิ้งไปง่ายๆ แล้วเราจะเหลืออะไร?" ชาวบ้านบางส่วนเริ่มมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง แต่หลายคนก็ยังคงมีความกลัวและความกังวล "แล้วเราจะเอาอะไรไปสู้กับเขาได้ล่ะอันนา" ลุงชื่น ชายชราที่นั่งอยู่แถวหน้าเอ่ยถาม "เขามีเงิน เขามีอำนาจ เรามีแค่แรง" "เรามีกฎหมายค่ะลุง" อันนาตอบ "และเรามีพลังของพวกเราทุกคน ถ้าเราสามัคคีกัน เราก็สามารถทำให้เสียงของเราดังพอที่พวกเขาจะได้ยิน" แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง ข่าวร้ายที่อันนาและชาวบ้านไม่เคยคาดคิดก็กำลังก่อตัวขึ้น เอกสารสำคัญที่อันนารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ได้ถูกส่งออกไปแล้วจริง แต่ไม่ใช่ให้กับเธอ แต่กลับส่งตรงไปยังผู้รับเหมาหลักของโครงการ โดยมีการระบุว่า "การขออนุญาตเบื้องต้นผ่านแล้ว" ข้อมูลนี้ถูกส่งต่ออย่างรวดเร็วภายในบริษัท และเป็นเหมือนสัญญาณเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่

5,325 ตัวอักษร