ทอรักใต้เงาเรือนไทยโบราณ

ตอนที่ 13 / 48

ตอนที่ 13 — ปริศนาซ่อนเงาจากอดีตกาล

รินดายังคงยืนนิ่งอยู่กลางห้องเก็บของเก่า แสงแดดอ่อนๆ ยามบ่ายลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาตกกระทบผืนไม้เก่าแก่ กลิ่นอายของอดีตที่ถูกเก็บซ่อนไว้กำลังคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง คำพูดของรรชิตยังคงก้องอยู่ในหู “แสดงว่า… คนที่เขียนจดหมายรักฉบับนี้… ก็คือ… ช่างไม้คนนั้น… ที่สร้างเรือนหลังนี้ขึ้นมา” “ไม่จริงค่ะคุณรชิต” รินดาปฏิเสธเสียงสั่น “เป็นไปไม่ได้… จดหมายฉบับนี้มันเก่ามาก… เก่าแก่จนคุณปู่ยังไม่ได้สร้างเรือนหลังนี้เลยด้วยซ้ำ” เธอพยายามปัดเป่าความรู้สึกประหลาดที่เกาะกุมหัวใจ ราวกับมีบางอย่างกำลังพยายามจะบอกความจริงที่เธอไม่อยากรับรู้ รรชิตเท้าสะเอว มองรินดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย “แต่ลายมือมันเหมือนกันนะครับคุณหนู… ผมเคยเห็นลายมือคุณตาตอนเขียนบันทึกเกี่ยวกับเรื่องการสร้างเรือนหลังนี้… มันเป็นลายมือแบบนี้เลย” เขากล่าว พลางกวาดตามองไปรอบๆ ห้องเก็บของที่เต็มไปด้วยข้าวของเก่าแก่ “ถ้าอย่างนั้น… คนที่สร้างเรือนหลังนี้… ก็อาจจะเป็นคนที่รักคุณยายของท่าน… หรือใครสักคนในครอบครัวของท่าน” รินดาหยิบจดหมายขึ้นมาอีกครั้ง ลายมือบรรจงที่ดูคุ้นตา แต่เธอก็ยังคงนึกไม่ออกจริงๆ ว่าเคยเห็นที่ไหน “แต่คุณปู่ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟังเลยนะคะ” เธอพึมพำ “แล้วทำไมต้องซ่อนจดหมายไว้ใต้พื้นด้วย” “อาจจะเป็นความลับของคนสองคนก็ได้ครับ” รรชิตเสนอความคิด “ความรักที่อาจจะถูกกีดกัน หรือต้องเก็บงำไว้” “แต่คุณตาของคุณก็เป็นช่างไม้เหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ” รินดาเงยหน้าขึ้นมองรรชิต ดวงตาฉายแววครุ่นคิด “ถ้าเป็นคุณตาของคุณจริงๆ ทำไมท่านถึงไม่บอกคุณปู่” “ผมไม่แน่ใจครับคุณหนู” รรชิตส่ายหน้าช้าๆ “คุณตาของผมท่านเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดเรื่องส่วนตัวนัก… แต่ผมจำได้ว่าท่านเคยพูดเปรยๆ ว่า การสร้างเรือนหลังนี้เป็นเหมือนการสร้างความฝัน… ให้กับใครสักคน” คำว่า “ใครสักคน” ที่รรชิตเอ่ยออกมา ทำให้รินดาใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง เธอค่อยๆ วางจดหมายลงบนกองเอกสารเก่าๆ แล้วเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังสวนเขียวชอุ่มเบื้องนอก “ความฝัน… สำหรับใครสักคน…” เธอทวนคำเบาๆ “คุณหนูครับ” รรชิตเดินเข้ามาใกล้ “ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้มันมีความเกี่ยวพันกับคุณยายของคุณนะ… คุณยายของคุณท่านก็เป็นคนรักต้นไม้ รักธรรมชาติเหมือนกัน… ท่านชอบปลูกดอกไม้สวยๆ ไว้รอบบ้าน… เหมือนกับดอกไม้แห้งในจดหมายฉบับนี้เลย” รินดาหันกลับมามองรรชิต ใบหน้าของเธอซีดลงเล็กน้อย “คุณ… คุณหมายความว่ายังไงคะ” “ผมเคยเห็นรูปถ่ายเก่าๆ สมัยที่คุณยายของคุณยังสาวๆ ครับ… ท่านสวยมาก… แล้วก็ดูอ่อนหวาน… ผมว่าคนที่เขียนจดหมายฉบับนี้… อาจจะเป็นคนที่หลงรักคุณยายของคุณก็ได้” รรชิตกล่าวอย่างระมัดระวัง “แล้วช่างไม้ที่สร้างเรือนหลังนี้… ก็อาจจะเป็นคนเดียวกับที่เขียนจดหมายฉบับนี้” “แต่… เป็นไปไม่ได้” รินดายังคงปฏิเสธ “คุณปู่กับคุณยายรักกันมากนะคะ… ไม่น่าจะมีใครอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง” “ผมไม่ได้บอกว่าคุณยายของคุณนอกใจนะครับคุณหนู” รรชิตรีบชี้แจง “ผมแค่คิดว่า… อาจจะมีคนอีกคนที่แอบรักคุณยายของคุณอยู่… แล้วเขาแสดงออกด้วยการสร้างสิ่งสวยงามให้… อย่างเช่นเรือนหลังนี้… เพื่อหวังว่าสักวันคุณยายจะเห็นคุณค่า” ความคิดของรรชิตทำให้รินดาเริ่มสับสน เธอเดินกลับไปหยิบจดหมายขึ้นมาอีกครั้ง พลิกดูหน้าหลังอย่างละเอียด “ไม่มีชื่อ ไม่มีนามสกุล… มีแต่คำพูดที่ดูเป็นบทกวี…” เธอพึมพำ “บางที… เขาอาจจะกลัวที่จะเปิดเผยตัวตน” รรชิตกล่าว “กลัวว่าความรักของเขาจะไปทำลายความสุขของคุณยาย… เลยเลือกที่จะเก็บความรู้สึกไว้… แล้วถ่ายทอดผ่านงานฝีมือของเขา” รินดาถอนหายใจยาว “แล้วเรื่องนี้จะนำพาเราไปสู่จุดไหนคะ” เธอถามรรชิต ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล “ผมคิดว่า… เราควรจะหาข้อมูลให้มากกว่านี้ครับคุณหนู” รรชิตตอบ “เราต้องรู้ว่าใครคือคนที่สร้างเรือนหลังนี้ขึ้นมาจริงๆ… และความสัมพันธ์ของเขากับครอบครัวของเราเป็นอย่างไร” “แล้วเราจะไปหาข้อมูลจากไหนได้คะ” รินดามองไปรอบๆ ห้องเก็บของที่เต็มไปด้วยอดีต “ทุกอย่างที่นี่มันดูเก่าแก่เกินกว่าจะสาวถึงต้นตอได้” “คุณปู่ของคุณครับ” รรชิตเอ่ยชื่อ “ท่านน่าจะเป็นคนที่รู้เรื่องราวทั้งหมด… ถึงแม้ท่านจะไม่ได้เอ่ยถึงในตอนนี้… แต่ถ้าเราถามท่านอย่างจริงจัง… ท่านอาจจะเล่าให้เราฟัง” รินดายังคงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ค่ะ… ฉันจะลองคุยกับคุณปู่ดู” เธอตัดสินใจ “ผมจะไปด้วยนะครับคุณหนู” รรชิตอาสา “เผื่อมีอะไรที่ผมพอจะช่วยอธิบายหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้” “ขอบคุณค่ะคุณรชิต” รินดาเอ่ยด้วยความรู้สึกขอบคุณจริงๆ ที่มีเขาอยู่เคียงข้างในเรื่องที่ดูเหมือนจะซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นไม่นาน รินดาและรรชิตก็เดินออกจากห้องเก็บของเก่า ทิ้งปริศนาแห่งจดหมายรักและอดีตไว้เบื้องหลัง แต่ดูเหมือนว่ายิ่งขุดคุ้ยเรื่องราวของเรือนไทยโบราณหลังนี้มากเท่าไหร่ ความลับที่ซ่อนอยู่ก็ยิ่งเผยตัวออกมามากขึ้นเท่านั้น และทุกความลับที่ถูกเปิดเผย ก็เหมือนจะเป็นเงาของอดีตที่กำลังทาบทับเข้ามาในชีวิตของเธอ ในขณะที่รินดากำลังจะเดินกลับไปยังตัวเรือนใหญ่ เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหน้าบ้าน “รินดา…! อยู่ที่นี่เอง” เป็นเสียงของคุณหญิงพวงแก้ว ผู้เป็นย่าของเธอ ที่เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “คุณย่ามีอะไรรึเปล่าคะ” รินดาถามอย่างแปลกใจ “มีเรื่องต้องคุยกันหน่อย” คุณหญิงพวงแก้วกล่าวเสียงเข้ม “เรื่องงานซ่อมแซมเรือนหลังนี้… ฉันได้ยินมาว่า… เธอไปยุ่งเกี่ยวกับพวกช่างไม้พวกนั้นมากเกินไปแล้วนะ” คำพูดของคุณหญิงพวงแก้วทำให้รินดาอึ้งไปชั่วขณะ เธอหันไปมองรรชิตที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าลำบากใจ “คุณย่าคะ… ดิฉันแค่ดูแลเรื่องการซ่อมแซมให้เป็นไปอย่างถูกต้องเท่านั้นเองค่ะ” รินดาพยายามอธิบาย “ดูแลถูกต้องอย่างนั้นหรือ” คุณหญิงพวงแก้วเลิกคิ้วสูง “ฉันได้ยินมาว่า… เธอไปสนิทสนมกับไอ้ช่างไม้คนนั้นมากเกินไป… ถึงขั้นพาเขาเข้าไปในห้องส่วนตัวของเธอด้วยซ้ำ” คำพูดของคุณหญิงพวงแก้วทำเอาบรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงไปทันที รินดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “คุณย่า… ใครบอกคุณย่าคะ” “เรื่องนี้มันไม่สำคัญหรอกว่าใครบอก” คุณหญิงพวงแก้วส่ายหน้า “ที่สำคัญคือ… เธอต้องหยุดพฤติกรรมแบบนี้เสีย… เธอเป็นคุณหนู… เป็นผู้หญิงที่ควรจะรักษาเนื้อรักษาตัว… ไม่ใช่ไปคลุกคลีกับคนงานชั้นต่ำแบบนั้น” “แต่คุณรชิตไม่ใช่คนงานชั้นต่ำนะคะคุณย่า” รินดาเผลอพูดออกไปอย่างหุนหันพลันแล่น “เขาเป็นคนมีความรู้… เป็นคนดี… และเป็นคนที่ช่วยดิฉันดูแลเรือนหลังนี้อย่างดีที่สุด” “ความรู้” คุณหญิงพวงแก้วหัวเราะเยาะ “ความรู้ของคนไพร่… มันก็ไม่ต่างอะไรกับดินติดเล็บหรอกรินดา… ฟังนะ… ฉันจะไม่ยอมให้เธอเอาชื่อเสียงของตระกูลไปแปดเปื้อนเด็ดขาด… ให้เลิกยุ่งกับไอ้ช่างไม้คนนั้นเสีย… แล้วกลับมาสนใจเรื่องการหาคู่ครองที่เหมาะสมกับฐานะของเธอเสีย” คำพูดที่ดูถูกเหยียดหยามของมารดา ทำให้รรชิตยืนนิ่ง ใบหน้าเรียบเฉย แต่แววตาของเขากลับฉายแววของความเจ็บปวดที่ถูกกดทับไว้ “คุณย่าคะ… ดิฉัน… ดิฉัน…” รินดาพยายามจะโต้แย้ง แต่คำพูดของมารดาก็ตัดบทเสียก่อน “พอแค่นี้” คุณหญิงพวงแก้วสั่งเสียงเด็ดขาด “ฉันจะไปบอกคุณตาเธอให้จัดการเรื่องนี้เอง… ส่วนเธอ… กลับไปทำหน้าที่ของเธอเสีย” พูดจบคุณหญิงพวงแก้วก็สะบัดหน้าเดินจากไป ปล่อยให้รินดาและรรชิตยืนตะลึงอยู่กับคำพูดที่รุนแรงและดูถูกเหยียดหยาม รินดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมา คำพูดของคุณย่าที่ดูถูกเหยียดหยามรรชิต ทำให้เธอรู้สึกโกรธ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นต้นเหตุ ทำให้เขาต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ “คุณรชิต… ฉันขอโทษนะคะ” รินดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา รรชิตพยักหน้ารับ “ไม่เป็นไรครับคุณหนู… ผมเข้าใจดี” “ไม่เข้าใจหรอกค่ะ” รินดาส่ายหน้า “คุณย่าพูดจา… มันเกินไปจริงๆ” “ผมชินแล้วครับ” รรชิตตอบ พลางก้มหน้ามองพื้น “คนอย่างผม… มันก็คงไม่มีค่าอะไรในสายตาของคนใหญ่คนโตอย่างท่าน… แต่… ผมก็ทำในสิ่งที่ผมคิดว่าถูกต้องที่สุดแล้วครับ” “คุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลยค่ะ” รินดาพูดอย่างหนักแน่น “คุณกำลังทำในสิ่งที่ควรทำ… และคุณกำลังช่วยฉัน… ช่วยบ้านหลังนี้” รรชิตเงยหน้าขึ้นมองรินดา ดวงตาของเขากลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง “ขอบคุณครับคุณหนู” “เราต้องสู้ค่ะ” รินดาบอก “เราต้องพิสูจน์ให้คุณย่าเห็นว่า… เราไม่ได้ทำอะไรผิด… และ… และความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างเรา… มันไม่ใช่เรื่องที่น่าอับอาย” รรชิตมองรินดาอย่างพิจารณา เขาเห็นประกายแห่งความมุ่งมั่นในแววตาของเธอ และนั่นทำให้เขารู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาอย่างประหลาด “ผมพร้อมเสมอครับคุณหนู” รรชิตตอบรับ “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น… ผมจะอยู่เคียงข้างคุณ” รินดายิ้มให้เขา เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวัง และความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายได้ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้ดีว่า การเผชิญหน้ากับอคติและความเข้าใจผิดของคนในครอบครัว จะเป็นบททดสอบที่ยากลำบากยิ่งกว่างานซ่อมแซมเรือนหลังนี้เสียอีก

6,969 ตัวอักษร