ตอนที่ 34 — ความขัดแย้งที่ปรากฏชัด
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นไม่หยุดหย่อน ท่ามกลางความเงียบสงัดยามบ่าย รินดายกโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เธอถอนหายใจยาว ก่อนจะกดรับสาย เป็นคุณหญิงนภา แม่ของเธอเองที่โทรมาอีกครั้ง หลังจากการพูดคุยครั้งล่าสุดที่จบลงด้วยความไม่เข้าใจและน้ำตา
"ว่าไงคะคุณแม่" รินดาเอ่ยเสียงเรียบ พยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้มันแสดงออกมาทางน้ำเสียง
"เมื่อไหร่จะกลับบ้าน" น้ำเสียงของคุณหญิงนภาฟังดูแข็งกร้าว ไม่มีความอ่อนโยนเหมือนเช่นทุกครั้ง "แม่บอกแล้วไงว่าให้จัดการเรื่องสมบัติให้เรียบร้อย แล้วกลับมาอยู่บ้าน อย่าไปทำตัวให้คนอื่นเขาดูถูก"
รินดาเม้มปากแน่น เธอกำลังพยายามประคับประคองทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีที่สุด ทั้งเรื่องเรือนไม้โบราณ ทั้งเรื่องของรณชิต และทั้งเรื่องของครอบครัว การกลับไปอยู่บ้านตามที่คุณหญิงนภาต้องการ มันหมายถึงการทิ้งทุกอย่างที่เธอได้สร้างขึ้นมาที่นี่ รวมถึงการทิ้งหัวใจของเธอไว้เบื้องหลัง
"หนูสบายดีค่ะคุณแม่ แล้วเรื่องสมบัติก็ค่อยๆ จัดการไป หนูคงยังกลับไปตอนนี้ไม่ได้" รินดาตอบ พยายามใช้เหตุผลเข้าอธิบาย
"อย่ามาอ้าง! ที่ไม่ยอมกลับก็เพราะไอ้ช่างไม้นั่นใช่ไหมล่ะ" เสียงของคุณหญิงนภาดังขึ้นอีกระดับ "แม่เตือนแกแล้วนะรินดา ว่าอย่าไปยุ่งกับคนต่างฐานะแบบนั้น มันจะนำความอับอายมาสู่ตระกูลเรา"
"คุณแม่คะ รณชิตไม่ใช่คนไม่ดีนะคะ เขาเป็นคนดี มีความสามารถ..."
"ดีแค่ไหนถ้าไม่มีหัวนอนปลายเท้า! แกคิดว่าเขาจะให้ความสุขกับแกได้จริงหรือไง ในขณะที่แกเกิดมาบนกองเงินกองทอง เขาจะเข้าใจชีวิตแบบแกได้ยังไง" คุณหญิงนภาตัดบทอย่างไม่ใยดี "อย่าให้แม่ต้องไปที่นั่นเองนะรินดา แม่จะไปคุยกับตาหมอนั่นให้รู้เรื่อง"
"คุณแม่! อย่าทำแบบนั้นนะคะ" รินดาตกใจจนเสียงสั่น "หนูขอร้องล่ะ อย่าไปยุ่งกับเรื่องของหนูเลย"
"เรื่องของแกก็คือเรื่องของตระกูลเรา! ถ้าแกยังเป็นลูกของฉัน แกก็ต้องทำตามที่ฉันสั่ง" คุณหญิงนภาประกาศกร้าว "เตรียมตัวไว้ให้ดี แม่จะไปหาแกที่เรือนหลังนั้นภายในอาทิตย์นี้"
สิ้นเสียงคุณหญิงนภาก็ตัดสายไป ทิ้งไว้เพียงความหนักอึ้งในใจของรินดา เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่า รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะถล่มทลายลงมา การมาถึงของคุณหญิงนภาที่นี่ หมายถึงการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ ที่เธอไม่แน่ใจว่าจะรับมือได้ไหวหรือไม่
รณชิตเดินเข้ามาในห้องโถง เห็นสภาพรินดาที่ซีดเผือดก็รีบเข้ามาหา "คุณรินดา เป็นอะไรไปครับ"
"คุณแม่โทรมาค่ะ" รินดาเอ่ยเสียงแผ่ว มองหน้ารณชิตด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล "ท่านจะมาที่นี่"
รณชิตจับมือของรินดาไว้แน่น "ผมเข้าใจครับ คุณรินดา"
"คุณแม่ท่านไม่เห็นด้วยกับเราสองคนเลยค่ะ ท่านบอกว่า..." รินดาเล่าเรื่องที่คุณหญิงนภาข่มขู่ให้ฟัง น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจ
"ผมรู้ครับว่ามันไม่ง่าย" รณชิตบีบมือเธอเบาๆ "แต่เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะครับ คุณรินดา"
"แต่ถ้าคุณแม่ท่านมาจริงๆ แล้วท่านพูดจาไม่ดีกับคุณ..." รินดานึกภาพออกว่าคุณหญิงนภาคงไม่ปล่อยรณชิตไว้แน่
"ผมไม่เป็นไรครับ คุณรินดา" รณชิตยิ้มให้กำลังใจ "ผมเป็นช่างไม้ ผมมีมือมีแรง ผมไม่กลัวใครหน้าไหน ถ้าเขาจะดูถูกผม ผมก็จะใช้ผลงานของผมพิสูจน์ตัวเอง"
"แต่คุณแม่ท่าน...ท่านหัวโบราณมากค่ะ" รินดายังคงกังวล "ท่านไม่เคยยอมรับอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมเลย"
"ผมจะพยายามทำให้ท่านเห็นครับ" รณชิตกล่าวอย่างหนักแน่น "ผมจะแสดงให้ท่านเห็นว่าผมรักคุณรินดามากแค่ไหน และผมจะดูแลเธอได้ดีแค่ไหน"
รินดาซบหน้าลงบนอกของรณชิต สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งและความมั่นคงในอ้อมกอดของเขา เธอรู้ว่าการเผชิญหน้ากับคุณหญิงนภาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเธอหวังเพียงว่าความรักของเธอและรณชิตจะแข็งแกร่งพอที่จะผ่านพายุลูกนี้ไปได้
หลายวันต่อมา บรรยากาศในเรือนไทยโบราณก็เต็มไปด้วยความอึดอัด รินดามักจะเหม่อลอย และคอยมองออกไปนอกหน้าต่างเป็นระยะ เธอรู้ดีว่าคุณหญิงนภาใกล้จะมาถึงแล้ว รณชิตพยายามทำให้เธอสบายใจอยู่เสมอ คอยพูดคุย เล่นดนตรี หรือชวนไปเดินเล่นในสวน แต่รินดาก็ยังคงมีรอยยิ้มที่ไม่เต็มร้อย
"คุณรินดาครับ" รณชิตเอ่ยขึ้นขณะที่พวกเขากำลังนั่งดูตะวันตกดินอยู่ที่ชานบ้าน "ผมมีเรื่องจะบอกคุณ"
"เรื่องอะไรคะ" รินดาหันมามองเขา
"ผม...ผมอยากจะขอคุณแต่งงานครับ" รณชิตพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาของเขาสบประสานกับดวงตาของรินดาอย่างมั่นคง
รินดาตกใจเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกถึงความตื้นตันใจที่เอ่อล้นขึ้นมาในอก "รณชิต..."
"ผมรู้ว่ามันอาจจะเร็วไปหน่อย และเราก็ยังมีอุปสรรคอีกมาก แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมพร้อมที่จะสร้างครอบครัวกับคุณ ผมรักคุณรินดา และผมอยากจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป" รณชิตกล่าวต่อ "ผมจะไปสู่ขอคุณอย่างเป็นทางการ ผมจะไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่ของคุณ"
"แต่คุณแม่..." รินดาพยายามจะเอ่ยถึงความกังวล แต่รณชิตก็สวมกอดเธอเบาๆ
"ผมจะจัดการทุกอย่างเองครับ คุณรินดา เชื่อผมนะครับ" รณชิตกระซิบข้างหู "ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็น ว่าผมคู่ควรกับคุณ"
น้ำตาแห่งความปลื้มปีติไหลรินลงมาอาบแก้มของรินดา เธอซบหน้าลงบนไหล่ของรณชิต "หนูเชื่อค่ะ รณชิต หนูเชื่อคุณ"
การขอแต่งงานของรณชิตเปรียบเสมือนแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาในใจของรินดา ท่ามกลางความมืดมิดและความกังวลที่กำลังคืบคลานเข้ามา แต่มันก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่พายุที่แท้จริงจะเริ่มก่อตัวขึ้น รินดาไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจของคุณหญิงนภาที่จะมาที่นี่ครั้งนี้ จะนำพามาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะทดสอบความรักของเธอและรณชิตอย่างถึงที่สุด
วันรุ่งขึ้น ข่าวร้ายก็มาถึง รินดาได้รับโทรศัพท์จากคุณพินิจ ทนายความประจำตระกูล ที่แจ้งว่ามีเอกสารสำคัญเกี่ยวกับมรดกของบิดาที่ต้องให้เธอเซ็นรับรอง ซึ่งต้องเป็นการเซ็นต่อหน้าทนายและผู้จัดการมรดกเท่านั้น และคุณหญิงนภาก็ได้แจ้งไว้แล้วว่าจะเข้ามาจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเองในอีกสองวันข้างหน้า
"สองวันเองเหรอคะ" รินดาพึมพำกับตัวเอง รู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มสูงขึ้น
"คุณรินดาครับ" รณชิตเดินเข้ามาเห็นสีหน้ากังวลของเธอ "มีอะไรอีกครับ"
"คุณแม่ท่านจะมาจริงๆ ค่ะ แล้วท่านจะมาพร้อมกับทนายความ เพื่อจัดการเรื่องมรดก" รินดาบอกเล่าเรื่องราวที่เธอเพิ่งได้รับทราบ
รณชิตเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเขาฉายแววครุ่นคิด "คุณรินดาครับ ถ้าคุณแม่ของคุณมาจริงๆ คุณแน่ใจหรือครับว่าท่านจะยอมรับผม"
"หนูไม่รู้ค่ะ" รินดาตอบตามตรง "แต่คุณแม่ท่าน...ท่านเข้มงวดมากเรื่องฐานะและเกียรติยศ"
"ผมเข้าใจครับ" รณชิตถอนหายใจ "ถ้าอย่างนั้น ผมขอเวลาเตรียมตัวนิดหน่อยนะครับ คุณรินดา ผมจะไปขอพบคุณพ่อคุณแม่ของคุณอย่างเป็นทางการ"
"คุณจะทำจริงๆ เหรอคะ" รินดาถามด้วยความประหลาดใจ
"แน่นอนครับ" รณชิตยิ้ม "ผมจะไปขอคุณอย่างถูกต้องตามประเพณี ผมจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกคุณ หรือดูถูกผมได้"
แผนการของคุณหญิงนภาและการตัดสินใจของรณชิตกำลังจะนำพาเรื่องราวไปสู่วิกฤตครั้งใหม่ รินดาไม่แน่ใจว่าเธอจะสามารถประคับประคองทุกสิ่งทุกอย่างไว้ได้หรือไม่ เธอได้แต่หวังว่าความรักที่เธอมีให้กับรณชิต จะแข็งแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรคที่จะเข้ามา
5,547 ตัวอักษร