พี่น้องที่พลัดพราก
คำพูดของนายแพทย์ดนัยที่ว่าปารมีต้องการเลือดกรุ๊ป O หมู่เลือดหายาก ทำให้รินดารู้สึกเหมือนกำลังถูกผลักเข้าสู่สถานการณ์ที่คับขัน เธอหันไปมองชานนท์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง และเมื่อชานนท์เอ่ยถามว่าหมู่เลือดของเธอเหมือนกับเขาหรือไม่ รินดาก็รู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงบางอย่างที่กำลังจะถูกเปิดเผย
"คุณหมายถึงอะไรคะ?" รินดาถามชานนท์ด้วยความสงสัย
ชานนท์มองหน้ารินดาอย่างจริงจัง "ผมหมายถึง... หมู่เลือดของเราอาจจะเหมือนกัน" เขาอธิบาย "ตอนที่ผมไปตรวจสุขภาพเมื่อไม่นานมานี้ พยาบาลบอกว่าผมมีหมู่เลือดที่ค่อนข้างหายาก"
รินดาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง นี่อาจจะเป็นทางออกเดียวที่พวกเขามี
"ถ้าอย่างนั้น... เราต้องรีบไปตรวจค่ะ!" รินดาหันไปบอกนายแพทย์ดนัย
นายแพทย์ดนัยพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว "ได้เลยครับ เราจะรีบดำเนินการให้ทันที"
ทั้งรินดาและชานนท์ถูกพาไปยังห้องตรวจเพื่อทำการเจาะเลือดอย่างเร่งด่วน บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและหวัง ขณะที่รอผลเลือด รินดาก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังรูปถ่ายของคุณยายที่เธอเก็บไว้
เธอมองไปยังใบหน้าของคุณยายที่ดูอ่อนโยน แต่แฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อย และเมื่อเธอมองไปยังใบหน้าของปารมีในวัยเด็กที่ถูกต่อเติมลงไปบนรูปนั้น เธอก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวในอดีต
"ถ้าปารมีคือลูกของคุณยาย..." รินดาพึมพำกับตัวเอง "แล้วชานนท์ล่ะ? เขาจะเกี่ยวข้องอะไรด้วย?"
ขณะที่เธอกำลังจมอยู่ในความคิด จู่ๆ นายแพทย์ดนัยก็เดินเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่มีรอยยิ้มบางๆ
"ผลออกมาแล้วครับ" เขาแจ้ง "คุณชานนท์... มีหมู่เลือด O Rh-Negative ซึ่งเป็นหมู่เลือดที่หายากมาก... และ..." เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังจะบอกข่าวดีที่สุดในชีวิต "...หมู่เลือดของคุณรินดา... ก็เหมือนกันค่ะ!"
รินดาแทบจะกระโดดกอดชานนท์ด้วยความดีใจ การที่พวกเขามีหมู่เลือดเดียวกันนี้ มันเป็นสัญญาณที่ดีที่สุด
"แต่..." นายแพทย์ดนัยเสริมด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "ถึงแม้หมู่เลือดจะตรงกัน... แต่ปริมาณเลือดที่ต้องการยังค่อนข้างมาก... และเราก็ยังไม่แน่ใจว่าเลือดของคุณชานนท์จะเพียงพอหรือไม่"
ความหวังที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้น ดูเหมือนจะเริ่มสั่นคลอนอีกครั้ง
"คืออย่างนี้ครับ" นายแพทย์ดนัยหันไปบอกชานนท์ "ปกติแล้ว พี่น้องที่มีพ่อแม่เดียวกัน มักจะมีหมู่เลือดที่ใกล้เคียงกัน หรือบางครั้งก็เหมือนกันเลย"
คำพูดของนายแพทย์ดนัยทำให้รินดานึกถึงชื่อ 'ชานนท์' ที่เขียนอยู่บนรูปถ่ายของคุณยายอีกครั้ง... เป็นไปได้ไหมว่า...?
"คุณ... คุณหมายถึง..." รินดาพยายามจะเอ่ยถามชานนท์
ชานนท์มองรินดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ "ใช่ครับ... ผมก็คิดเหมือนคุณ" เขาหันไปทางนายแพทย์ดนัย "หมอครับ... ผมมีเรื่องอยากจะยืนยัน"
เขาหยิบรูปถ่ายของคุณยายที่รินดาให้มาดูอีกครั้ง "ผมเคยได้ยินเรื่องราวบางอย่างจากญาติห่างๆ ที่เสียชีวิตไปนานแล้ว... เกี่ยวกับเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ถูกยกให้ครอบครัวอื่นไป... และผมเชื่อว่า... เด็กคนนั้น... คือผม"
รินดาอึ้งไป เธอเริ่มมองชานนท์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... ไม่ใช่แค่ชายหนุ่มที่เธอเพิ่งรู้จัก แต่เขาอาจจะเป็น... พี่ชายของปารมี?
"ถ้าอย่างนั้น..." นายแพทย์ดนัยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง "เรามีโอกาสมากแล้วที่จะช่วยคุณปารมีได้"
ชานนท์พยักหน้าอย่างหนักแน่น "ผมยินดีครับ... ผมอยากจะช่วยพี่ชายของผม"
เขาหันไปมองรินดาด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น "ถึงแม้เราจะเพิ่งเจอกัน... แต่ผมรู้สึกได้ว่าเรามีความผูกพันบางอย่าง... และผมก็เชื่อว่า... นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้กลับมาพบคุณ"
รินดามองชานนท์ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอดีใจที่ได้ค้นพบความจริง แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ยังคงมีคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตของเธอและปารมี
"ขอบคุณนะคะ... ชานนท์" รินดากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
ชานนท์ยิ้มให้เธอ "เราคือครอบครัวเดียวกัน... มันเป็นหน้าที่ของผม"
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเข้าไปในห้องบริจาคเลือด จู่ๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น... เป็นโทรศัพท์ของรินดา
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู... เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย
"ฮัลโหลค่ะ" รินดารับสาย
เสียงปลายสายดังมาอย่างแหบพร่า... มันคือเสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง
"หนู... หนูรินดาใช่ไหมคะ?"
"ค่ะ..." รินดาตอบด้วยความระแวง
"หนู... หนูจำเสียงหนูได้ไหม?"
รินดาพยายามนึก... เสียงนี้มันคุ้นหู... แต่มันก็ดังมาจากที่ไหนสักแห่งที่เธอเคยได้ยิน
"คุณ... คุณเป็นใครคะ?"
เสียงของผู้หญิงคนนั้นสั่นเครือ "หนู... หนูคือ **แม่** ของปารมี..."
รินดาอึ้งไป! แม่ของปารมี! แล้วท่านโทรมาหาเธอด้วยเรื่องอะไร?
"แม่... แม่ของปารมี?" รินดาทวนคำด้วยความตกใจ
"ใช่จ้ะ..." เสียงของผู้หญิงคนนั้นดังมาอย่างอ่อนแรง "มีเรื่องสำคัญที่หนูต้องรู้... เกี่ยวกับ **พ่อที่แท้จริง** ของปารมี..."
รินดาแทบจะยืนไม่ไหว! พ่อที่แท้จริงของปารมี? แล้วพ่อที่เพิ่งมายิงปารมีเมื่อครู่คือใคร? ความจริงที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิมกำลังจะเปิดเผยออกมา... และครั้งนี้... มันอาจจะอันตรายกว่าเดิมเสียอีก...
156 ตัวอักษร