ตอนที่ 10 — ความหวังที่ริบหรี่ในหัวใจ
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของห้องพักครู เผยให้เห็นฝุ่นละอองเล็กๆ ที่กำลังเต้นระบำอยู่ในลำแสง วารินทร์นั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ก้มหน้าก้มตาตรวจการบ้านของนักเรียนชั้น ป.6/3 พลางถอนหายใจเบาๆ งานสอนของเธอไม่ได้มีเพียงแค่การอธิบายเนื้อหาในตำราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรับมือกับความคาดหวังอันสูงลิ่วของผู้ปกครองและแรงกดดันจากคณะผู้บริหารโรงเรียนเซนต์แมรี่ ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนชั้นนำที่ขึ้นชื่อเรื่องมาตรฐานอันเข้มงวด
“เหนื่อยเหรอคะคุณครูวารินทร์” เสียงหวานของอรุณีดังขึ้นข้างหู วารินทร์เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนร่วมงานสาวสวยที่กำลังถือแก้วกาแฟมาให้ “เห็นนั่งหน้าเครียดเชียว”
วารินทร์ยิ้มรับ “ก็ไม่เท่าไหร่ค่ะ แค่ตรวจการบ้านกองโตหน่อย” เธอรับแก้วกาแฟมาจิบ “ขอบคุณนะคะคุณครูอรุณี”
อรุณีทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกตัวตรงข้ามโต๊ะทำงานของวารินทร์ ดวงตาคู่สวยมองวารินทร์อย่างสำรวจ “คุณครูวารินทร์ดูเปลี่ยนไปนะคะช่วงนี้ ดูเข้มแข็งขึ้น”
“คงเพราะต้องปรับตัวให้เข้ากับที่นี่น่ะค่ะ” วารินทร์ตอบพลางก้มหน้าลงตรวจข้อสอบต่อ “ที่นี่มีมาตรฐานสูงมากจริงๆ”
“ใช่ค่ะ” อรุณีพยักหน้าเห็นด้วย “โดยเฉพาะเรื่องความคาดหวังของผู้ปกครอง เด็กๆ ที่นี่มาจากครอบครัวที่มีฐานะดีกันทั้งนั้น คุณครูต้องเตรียมตัวรับมือให้ดีนะคะ”
คำพูดของอรุณีทำให้วารินทร์รู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาอีก แม้เธอจะรู้ดีว่าสภาพแวดล้อมที่นี่แตกต่างจากโรงเรียนเดิมของเธออย่างสิ้นเชิง แต่เมื่อได้ยินคำยืนยันจากปากเพื่อนร่วมงาน ยิ่งทำให้เธอรู้สึกกดดัน เธอกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ กลัวว่าจะทำให้ทุกคนผิดหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลัวว่าจะทำให้ภวัตผิดหวัง
“คุณครูภวัตเป็นยังไงบ้างคะช่วงนี้” วารินทร์ลองเอ่ยถามออกไปอย่างไม่ตั้งใจนัก
อรุณีเลิกคิ้วเล็กน้อย “คุณครูภวัตเหรอคะ ก็... เหมือนเดิมค่ะ ดูยุ่งๆ ตลอดเวลา เห็นว่ากำลังมีโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องดูแลอยู่” เธอยิ้มบางๆ “แต่คุณครูภวัตก็ยังคงเป็นที่รักของนักเรียนและคุณครูทุกคนนะคะ”
วารินทร์ได้แต่พยักหน้า เธอรู้สึกได้ถึงความห่างเหินที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของอรุณี ราวกับว่ามีกำแพงบางๆ กั้นระหว่างเธอกับภวัต กำแพงที่เกิดจากสถานะทางสังคมและอิทธิพลรอบตัวของเขา
“แล้วเรื่องที่ประชุมเมื่อวานล่ะคะ คุณครูวารินทร์ได้ยินอะไรมาบ้าง” อรุณีถามเปลี่ยนเรื่องพลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ
วารินทร์นิ่งไปครู่หนึ่ง “ก็... ได้ยินมาบ้างค่ะ แต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่” เธอนึกถึงบรรยากาศตึงเครียดในห้องประชุมเมื่อวานนี้ การอภิปรายเรื่องการปรับปรุงหลักสูตรที่ดูเหมือนจะแฝงไปด้วยการเมืองภายในอย่างซับซ้อน
“ที่ประชุมนั่นมันก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ” อรุณีหัวเราะหึๆ “มีแต่เรื่องผลประโยชน์ทั้งนั้น คุณครูวารินทร์อย่าไปใส่ใจมากเลยค่ะ ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็พอ”
“แต่ถ้าหากเรื่องพวกนี้ส่งผลกระทบต่อการสอนของเราล่ะคะ” วารินทร์ถามอย่างจริงจัง “ฉันไม่อยากให้การเมืองในโรงเรียนมาเป็นอุปสรรคต่อเด็กๆ”
อรุณีมองวารินทร์ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “บางครั้งมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้นะคะคุณครูวารินทร์ โลกของการทำงานมันก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ”
บทสนทนาของทั้งคู่ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้น “ขอโทษค่ะ” ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมเข้ม สวมชุดสูทสีเข้ม ก้าวเข้ามาในห้องพักครู เขาคือภวัต
“คุณครูภวัต” อรุณีทักทายด้วยรอยยิ้มกว้าง “มาหาคุณครูวารินทร์เหรอคะ”
ภวัตพยักหน้ารับ “ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณครูวารินทร์นิดหน่อยครับ” สายตาของเขาสบเข้ากับวารินทร์ ก่อนจะเลื่อนไปมองกองเอกสารบนโต๊ะ “ตรวจการบ้านอยู่เหรอครับ”
“ค่ะ” วารินทร์ตอบเสียงเบา เธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อภวัตเข้ามาใกล้ “ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ”
“ผมอยากจะขอคำปรึกษาเรื่องโปรเจกต์ที่จะจัดขึ้นช่วงปลายเทอมน่ะครับ” ภวัตพูดพลางวางมือบนพนักเก้าอี้ของวารินทร์ “ผมคิดว่าคุณครูวารินทร์น่าจะช่วยผมได้”
อรุณีมองทั้งสองคนสลับไปมา ด้วยสีหน้าบางเบา “ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” เธอรีบลุกขึ้น “เดี๋ยวจะไปดูเด็กๆ ที่ห้องคอมพิวเตอร์ต่อ”
เมื่ออรุณีเดินออกไป บรรยากาศในห้องพักครูก็เปลี่ยนไป มีเพียงวารินทร์และภวัตที่ยังคงนั่งอยู่
“มีอะไรเหรอคะคุณครูภวัต” วารินทร์ถามขณะที่เธอยังคงตรวจการบ้านต่ออย่างไม่ค่อยเต็มใจ
ภวัตเดินมาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ วารินทร์ “ผมกำลังวางแผนจัดกิจกรรมนอกหลักสูตรสำหรับนักเรียนที่นี่ครับ เป็นกิจกรรมที่เน้นให้พวกเขาได้เรียนรู้นอกห้องเรียน ได้สัมผัสกับโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น”
“น่าสนใจมากค่ะ” วารินทร์เงยหน้าขึ้นมองเขา “มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้บ้างคะ”
“ผมอยากให้คุณครูวารินทร์เข้ามาช่วยดูแลในส่วนของการเตรียมเนื้อหา และการประสานงานกับชุมชนน่ะครับ” ภวัตอธิบาย “ผมรู้ว่าคุณครูวารินทร์มีความสามารถด้านนี้ และที่สำคัญ ผมไว้ใจคุณครูวารินทร์”
คำว่า “ไว้ใจ” ทำให้หัวใจของวารินทร์เต้นแรงขึ้นมาทันที เธอรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่ภวัตเห็นคุณค่าในตัวเธอ “ฉันยินดีค่ะ” เธอตอบเสียงสั่นเล็กน้อย “ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่”
“ขอบคุณมากครับ” ภวัตยิ้ม “ผมรู้ว่าคุณครูวารินทร์อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับระบบที่นี่มากนัก แต่ผมอยากให้คุณครูรู้ว่า ผมพร้อมจะสนับสนุนคุณครูเสมอ”
“ขอบคุณค่ะ” วารินทร์ตอบ “แต่บางครั้งฉันก็รู้สึกว่า… มันยากเหลือเกินที่จะทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ”
“ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอกครับ” ภวัตพูดเสียงนุ่ม “คุณครูวารินทร์ก็เหมือนกัน แค่ทำในสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดก็พอแล้ว”
บทสนทนาของทั้งคู่ดำเนินไปอย่างราบรื่น ภวัตเล่าถึงรายละเอียดของโปรเจกต์อย่างออกรส วารินทร์เองก็เริ่มรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขมากขึ้นที่ได้พูดคุยกับเขา แต่แล้ว ประตูห้องพักครูก็เปิดออกอีกครั้ง คราวนี้เป็นคุณหญิงอรพินท์ หัวหน้าแผนกวิชาการ ที่เดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารจำนวนหนึ่ง
“คุณครูวารินทร์” เสียงของคุณหญิงอรพินท์ดังขึ้นอย่างเฉียบขาด “ฉันต้องการเอกสารสรุปผลการประเมินนักเรียนล่าสุดค่ะ”
วารินทร์สะดุ้งเล็กน้อย เธอหันไปมองคุณหญิงอรพินท์ด้วยสีหน้าประหลาดใจ “ค่ะ… ค่ะคุณหญิง”
ภวัตที่นั่งอยู่ข้างๆ ลุกขึ้นยืน “ผมขอตัวก่อนนะครับคุณครูวารินทร์” เขาเหลือบมองคุณหญิงอรพินท์แวบหนึ่ง ก่อนจะเดินออกจากห้องพักครูไป
วารินทร์รีบหยิบแฟ้มเอกสารที่อยู่บนโต๊ะยื่นให้คุณหญิงอรพินท์ “นี่ค่ะคุณหญิง”
คุณหญิงอรพินท์รับเอกสารไป กวาดตามองอย่างรวดเร็ว “ผลการเรียนของนักเรียนบางคนยังไม่น่าพอใจนะคะคุณครูวารินทร์ คุณต้องหาทางปรับปรุงให้ดีกว่านี้”
“ค่ะคุณหญิง” วารินทร์ก้มหน้า “ฉันจะพยายามค่ะ”
“นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความพยายามนะคะคุณครูวารินทร์” คุณหญิงอรพินท์วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ “มันคือเรื่องของผลลัพธ์ โรงเรียนแห่งนี้ไม่ต้องการครูที่ทำงานไปวันๆ แต่ต้องการครูที่สามารถสร้างความสำเร็จให้กับนักเรียนได้”
คำพูดของคุณหญิงอรพินท์บาดลึกเข้าไปในใจของวารินทร์ เธอรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นให้ต้องพิสูจน์ตัวเองตลอดเวลา ราวกับว่าทุกย่างก้าวของเธอถูกจับจ้องและประเมินผลอยู่เสมอ
“ฉันเข้าใจค่ะคุณหญิง” วารินทร์ตอบเสียงเครือ “ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่ค่ะ”
คุณหญิงอรพินท์มองวารินทร์ด้วยสายตาที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ “หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นนะคะ” เธอกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องพักครูไป ทิ้งให้วารินทร์ยืนนิ่งอยู่เพียงลำพัง กับความรู้สึกหดหู่ที่คืบคลานเข้ามาอีกครั้ง
5,773 ตัวอักษร