ดอกปีบในใจผู้ดี

ตอนที่ 19 / 43

ตอนที่ 19 — รอยร้าวในใจที่ยากจะเติมเต็ม

วารินทร์ยืนมองภวัตด้วยแววตาที่สั่นไหว คำถามที่เธอถามออกไปเหมือนจะลอยไปกับสายลม ไม่มีคำตอบใดๆ ที่จะทำให้หัวใจของเธอคลายความกังวลลงได้ ภวัตเองก็ดูสับสนไม่แพ้กัน เขาถอนหายใจยาว พยายามรวบรวมสติ “วารินทร์… ผมขอโทษ” เขาพูดซ้ำอีกครั้ง “ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องเสียใจ” “คุณภวัตคะ” วารินทร์ถามเสียงแผ่ว “เรื่องที่อาจารย์สมศรีพูด… มันเป็นความจริงหรือคะ?” เสียงของเธอสั่นเครือราวกับสายลมที่พัดผ่านใบไม้แห้ง ภวัตหลับตาลงช้าๆ ราวกับกำลังต่อสู้กับอดีตที่ตามหลอกหลอน “ผม… ผมเคยมีความสัมพันธ์กับคุณแพรวา” คำสารภาพหลุดออกมาจากปากเขาเบาๆ แต่กลับดังก้องอยู่ในโสตประสาทของวารินทร์ ราวกับฟ้าผ่ากลางใจ “แต่… แต่เราเลิกกันแล้วนะ วารินทร์” ภวัตรีบอธิบายต่อ เมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของหญิงสาว “มันเป็นอดีตที่ผ่านมานานแล้ว ผมไม่เคยคิดว่ามันจะกลับมาทำร้ายคุณได้แบบนี้” วารินทร์เม้มปากแน่น เธอพยายามประมวลผลคำพูดของเขา “นานแค่ไหนคะ?” เธอถามเสียงเรียบ แต่กลับแฝงไปด้วยความเจ็บปวด “ประมาณสองปีก่อน… ก่อนที่คุณจะมาทำงานที่นี่” ภวัตตอบ ดวงตาของเขาสบกับดวงตาของวารินทร์อย่างตรงไปตรงมา “เราเคยคบกันจริงจังครับ เราเกือบจะหมั้นกันด้วยซ้ำ แต่… มันมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เราต้องแยกทางกัน” “เหตุผล…?” วารินทร์เอ่ยถาม น้ำเสียงของเธอไร้อารมณ์ ราวกับกำลังพูดกับคนแปลกหน้า “เหตุผลอะไรคะ ที่สำคัญพอจะทำให้คุณทิ้งผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก จนเกือบจะแต่งงานด้วยไปได้?” ภวัตอึ้งไปชั่วขณะ เขารู้ดีว่าคำอธิบายใดๆ ก็คงไม่สามารถลบล้างความเจ็บปวดที่วารินทร์กำลังเผชิญอยู่ได้ “ครอบครัวของผม… มีความคาดหวังในตัวผมสูงมากครับ คุณแพรวา… เธอมาจากครอบครัวที่… แตกต่างจากเรามาก” เขาเลือกใช้คำพูดที่นุ่มนวลที่สุด “พ่อแม่ของผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง พวกท่านมองว่าเธอไม่เหมาะสมกับตำแหน่งสะใภ้ของตระกูล” “แล้วคุณ… ยอมให้ครอบครัวตัดสินอนาคตของคุณเอง?” วารินทร์ถาม เสียงของเธอเริ่มมีอารมณ์เจือปน “คุณไม่เคยต่อสู้เพื่อความรักของคุณเลยหรือคะ?” “ผม… ผมพยายามแล้วนะ วารินทร์” ภวัตโต้ตอบ เสียงของเขาก็เริ่มสั่นเครือไม่แพ้กัน “แต่คุณไม่เข้าใจ… ความกดดันมันมหาศาลมาก ผมถูกขู่ว่าจะตัดขาดจากทุกสิ่งทุกอย่าง ผมถูกบอกว่าถ้าผมเลือกเธอ ครอบครัวของผมจะอับอายไปตลอดกาล” “แล้ว… แล้วเรื่องที่คุณบอกว่าผมเป็นแค่… ‘เพื่อนร่วมงาน’ ล่ะคะ?” วารินทร์ถามเสียงเบาหวิว “ทำไมคุณถึงต้องพูดแบบนั้นต่อหน้าคุณแพรวา? ทั้งๆ ที่… คุณก็รู้ดีว่าผมรู้สึกอย่างไรกับคุณ” ภวัตหลับตาลงอีกครั้ง ใบหน้าของเขาซีดเผือด “ผม… ผมเสียใจจริงๆ ครับวารินทร์” เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า “ผมกำลังจนมุม ผมไม่รู้จะทำอย่างไรจริงๆ ตอนนั้น คุณแพรวาเข้ามาหาผมที่โรงเรียน เธอเห็นคุณ… แล้วเธอก็ถามผมเกี่ยวกับคุณ ผมตกใจมาก ผมกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิด กลัวว่าเรื่องจะบานปลายไปใหญ่ ผมเลย… เลยพูดพล่อยๆ ออกไป ผมไม่ได้คิดเลยว่าคำพูดนั้นจะทำร้ายคุณได้มากขนาดนี้” “คุณไม่คิด… หรือคุณเลือกที่จะไม่คิด?” วารินทร์ถาม น้ำตาเริ่มไหลรินลงมาบนแก้ม “คุณไม่เคยคิดเลยว่าความรู้สึกของผมมันมีค่าพอให้คุณต้องใส่ใจบ้างเลยหรือคะ?” “ไม่ใช่แบบนั้นนะ วารินทร์!” ภวัตพยายามจับมือของเธอ แต่เธอกลับชักมือกลับอย่างรวดเร็ว “ผม… ผมคิดถึงคุณตลอดเวลา ผมพยายามหาทางที่จะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้คุณฟัง แต่… โอกาสมันไม่เป็นใจเสียที” “โอกาส…?” วารินทร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความขมขื่น “โอกาสที่ผมถูกทำให้เข้าใจผิดมาตลอดหลายเดือน? โอกาสที่ผมต้องทนเห็นคุณใกล้ชิดกับผู้หญิงอีกคน ทั้งๆ ที่คุณบอกว่ารักผม? โอกาสที่ผมต้องมาได้ยินความจริงอันน่าเจ็บปวดจากปากคนอื่น แทนที่จะเป็นคุณ?” “วารินทร์… ได้โปรดฟังผมนะ” ภวัตวิงวอน “ผมรู้ว่ามันสายเกินไปที่จะอธิบาย แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่าผม… ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายคุณเลย” “แต่คุณก็ทำร้ายผมแล้วนี่คะ” วารินทร์พูดเสียงขาดห้วง “คุณทำลายความเชื่อใจของผมไปหมดแล้ว” เธอหันหลังให้เขา ก้าวเดินออกไปจากห้องพักครู ทิ้งให้ภวัตยืนนิ่งอยู่เพียงลำพังกับความรู้สึกผิดบาปที่ถาโถมเข้ามา วารินทร์เดินออกมายังโถงทางเดินของโรงเรียน หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก ภาพของภวัตที่กำลังอธิบายเรื่องราวในอดีตซ้อนทับกับภาพของเขาในปัจจุบัน ทำให้เธอสับสนไปหมด เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใคร ควรจะรู้สึกอย่างไรกับเขาดี “คุณวารินทร์!” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง เธอหันไปมอง ก็พบกับอาจารย์สมศรีที่กำลังเดินตรงเข้ามาหา “เป็นยังไงบ้างคะ? คุณภวัตเขาอธิบายให้ฟังแล้วใช่ไหม?” วารินทร์พยักหน้าเบาๆ “ค่ะ” “ฉัน… ฉันขอโทษนะ ที่ทำให้คุณต้องเสียใจ” อาจารย์สมศรีพูด น้ำเสียงของเธออ่อนลง “ฉันแค่อยากให้คุณรู้ความจริง ไม่อยากให้คุณต้องมาหลงรักคนที่… อาจจะไม่ได้รักคุณจริงๆ” “แล้ว… แล้วอาจารย์รู้เรื่องนี้ได้ยังไงคะ?” วารินทร์ถาม อาจารย์สมศรีถอนหายใจ “ฉัน… ฉันเป็นเพื่อนกับคุณแม่ของคุณแพรวาค่ะ สมัยก่อนเราเคยสนิทกันมาก” เธอหยุดชะงักเล็กน้อย ราวกับกำลังนึกถึงอดีต “ฉันได้ยินเรื่องราวของพวกเขาทุกอย่าง” วารินทร์มองอาจารย์สมศรีด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมอาจารย์สมศรีถึงได้พยายามบอกใบ้เธอมาตลอด “ฉัน… ฉันขอตัวนะคะ” วารินทร์พูด ตัดบทสนทนา เธอไม่อยากจะพูดเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว เธอเดินกลับไปที่ห้องเรียนของตัวเอง เปิดประตูเข้าไป แล้วก็นั่งลงบนเก้าอี้ หน้าต่างบานใหญ่เปิดออก รับแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องเข้ามา วารินทร์มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเด็กๆ กำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน แต่ในใจของเธอกลับมีแต่ความมืดมิด ความรักที่เธอเคยคิดว่าสวยงาม บัดนี้กลับกลายเป็นสิ่งซับซ้อนและเจ็บปวด เธอไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เธอจะสามารถให้อภัยภวัตได้หรือไม่ และความสัมพันธ์ของเธอกับเขาจะดำเนินต่อไปอย่างไร

4,536 ตัวอักษร