ดอกปีบในใจผู้ดี

ตอนที่ 20 / 43

ตอนที่ 20 — ภาพลวงตาที่แตกสลาย

ตลอดทั้งบ่าย วารินทร์นั่งทำงานไปโดยไร้สมาธิ ภาพใบหน้าของภวัตที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดขณะสารภาพความจริงยังคงติดตาเธออยู่ คำพูดของอาจารย์สมศรีที่ว่า “ฉันแค่อยากให้คุณรู้ความจริง ไม่อยากให้คุณต้องมาหลงรักคนที่… อาจจะไม่ได้รักคุณจริงๆ” ดังวนเวียนอยู่ในหู เธอพยายามตั้งใจสอนนักเรียน แต่ทุกครั้งที่สายตาเหลือบไปเห็นกระดานดำที่เคยเป็นที่ที่ภวัตเคยเขียนข้อความให้กำลังใจเธอ หรือแม้แต่เห็นเงาของเขาผ่านม่านประตู เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกปั่นป่วนในใจ “คุณครูคะ” เสียงนักเรียนคนหนึ่งดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดที่ฟุ้งซ่านของเธอ “คุณครูคะ หนูไม่เข้าใจตรงนี้ค่ะ” วารินทร์สะดุ้งเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามเรียกสติกลับคืนมา “อ๋อ… ขอโทษนะลูก” เธอฝืนยิ้ม “ตรงไหนที่หนูไม่เข้าใจคะ?” หลังจากเลิกเรียนแล้ว วารินทร์ก็ยังคงนั่งอยู่ในห้องพักครู เธอรอจนเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ออกไปหมดแล้ว บรรยากาศในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงนาฬิกาที่เดินติ๊กต่อกเป็นเพื่อน เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดดูรูปภาพของเธอกับภวัตที่ถ่ายไว้เมื่อครั้งไปทัศนศึกษาที่หัวหิน รอยยิ้มของเขากับเธอในวันนั้นดูสดใสและมีความสุขเหลือเกิน แต่เมื่อนึกถึงความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ ภาพเหล่านั้นก็ดูเหมือนภาพลวงตาที่สวยงามแต่ไร้ซึ่งแก่นสาร “ทำไม… ทำไมเรื่องมันต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ” เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลอาบแก้มอีกครั้ง ทันใดนั้น ประตูห้องพักครูก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแผ่วเบา วารินทร์รีบเช็ดน้ำตา หันไปมองด้วยความตกใจ “วารินทร์…” ภวัตยืนอยู่ที่หน้าประตู ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและสับสน “ผม… ผมขอโทษอีกครั้งนะ” วารินทร์มองเขาด้วยแววตาว่างเปล่า “คุณมาทำไมคะ?” “ผม… ผมอยากคุยกับคุณ” ภวัตเดินเข้ามาในห้องอย่างอึดอัด “ผมเห็นคุณยังอยู่ที่นี่ ผมไม่อยากให้เราจบกันแบบนี้” “เราจะให้จบกันแบบไหนคะ?” วารินทร์ถามเสียงเรียบ “แบบที่คุณเคยบอกว่าผมเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน? หรือแบบที่คุณเคยโกหกผมมาตลอด?” “วารินทร์… ผมรู้ว่าผมผิด” ภวัตทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเธอ “ผมรู้ว่าผมทำลายความเชื่อใจของคุณไป แต่… ผมอยากให้คุณลองฟังผมอีกสักครั้งนะ” “ฟังอะไรคะ? ฟังเรื่องที่คุณหลอกลวงผมมาตลอด? ฟังเรื่องที่คุณต้องเลือกครอบครัวมากกว่าหัวใจตัวเอง? ฟังเรื่องที่ผมเป็นแค่ตัวเลือกที่สองของคุณ?” น้ำเสียงของวารินทร์เริ่มสั่นเครือ “ไม่ใช่แบบนั้นนะ วารินทร์” ภวัตรีบปฏิเสธ “ผม… ผมรักคุณนะ” คำว่า “รัก” ที่หลุดออกมาจากปากภวัตในตอนนี้ กลับไม่สามารถทำให้หัวใจของวารินทร์อ่อนไหวได้อีกต่อไป มันกลายเป็นเพียงเสียงสะท้อนที่ว่างเปล่า “คุณรักผม… อย่างนั้นหรือคะ?” เธอหัวเราะเบาๆ “แล้วความรักของคุณมันมีค่าแค่ไหนกันเชียว? รักที่ต้องรอการอนุญาตจากพ่อแม่? รักที่ต้องแลกมาด้วยการโกหก? รักที่กล้าจะทำร้ายความรู้สึกของคนที่บอกว่ารัก?” “ผม… ผมมันอ่อนแอเกินไป” ภวัตยอมรับ “ผมไม่กล้าพอที่จะต่อสู้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ผมกลัวว่าจะสูญเสียทุกอย่างไป” “แล้วคุณเคยคิดถึงผมบ้างไหมคะ?” วารินทร์ถาม “คุณเคยคิดบ้างไหมว่าการกระทำของคุณมันจะทำให้ผมเจ็บปวดแค่ไหน? คุณเคยคิดถึงผมบ้างไหม… เวลาที่คุณอยู่กับแพรวา?” ภวัตชะงักไปเมื่อได้ยินชื่อแพรวา “ผม… ผมไม่ได้อยู่กับเธอในแบบที่คุณคิดนะ วารินทร์” เขาอธิบาย “หลังจากที่เราเลิกกัน… ผมก็พยายามอยู่ห่างๆ เธอมาตลอด ผมไม่อยากให้เรื่องของผมไปกระทบกับชีวิตใครอีก” “แต่สุดท้าย… เรื่องของคุณก็มากระทบกับผมอยู่ดี” วารินทร์พูดเสียงเย็นชา “คุณบอกว่าคุณรักผม… แต่การกระทำของคุณกลับสวนทางกับคำพูดเสมอ” “ผม… ผมจะพิสูจน์ตัวเองนะ วารินทร์” ภวัตเอ่ย “ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณกลับมาเชื่อใจผมอีกครั้ง” “พิสูจน์… อย่างไรคะ?” วารินทร์ถาม “คุณจะทำให้ผมลืมอดีตที่คุณเคยมีกับแพรวา? คุณจะทำให้ผมลืมคำพูดที่คุณเคยพูดกับผม? คุณจะทำให้ผมลืมความเจ็บปวดที่ผมต้องทนมาตลอดได้อย่างไร?” “ผม… ผมไม่รู้” ภวัตยอมรับอย่างตรงไปตรงมา “แต่ผมอยากให้คุณให้โอกาสผมได้ลองนะ วารินทร์” วารินทร์มองภวัตด้วยแววตาที่สับสน เธอเห็นความจริงใจในแววตาของเขา แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดระแวง “ผม… ผมขอโทษจริงๆ นะ ที่ทำให้คุณต้องเจอเรื่องแบบนี้” ภวัตพูดต่อ “ผมรู้ว่ามันยาก แต่… ได้โปรดอย่าเพิ่งตัดสินผมจากเรื่องในอดีตนะ” วารินทร์หลับตาลงช้าๆ พยายามสงบสติอารมณ์ “ฉัน… ฉันต้องการเวลาค่ะ” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว “ฉันต้องการเวลาเพื่อคิดทบทวนทุกอย่าง” “ได้เลย” ภวัตตอบ “ผมจะรอ” เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน “ผมจะรอจนกว่าคุณจะพร้อม” ภวัตเดินออกจากห้องพักครูไป ทิ้งให้วารินทร์นั่งอยู่คนเดียวกับความคิดที่สับสน เธอไม่รู้ว่าควรจะก้าวต่อไปอย่างไรดี ความรักที่เคยสดใส บัดนี้กลับมีรอยร้าวที่ยากจะประสาน

3,743 ตัวอักษร