ดอกปีบในใจผู้ดี

ตอนที่ 25 / 43

ตอนที่ 25 — ความจริงที่ถูกซุกซ่อน

บรรยากาศในห้องพักครูแปรเปลี่ยนไปทันทีที่ภวัตเดินเข้ามา สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เขา วารินทร์รู้สึกเหมือนมีใครมาบีบรัดหัวใจ เธอพยายามตั้งสมาธิกับการตรวจการบ้าน แต่สายตาของเธอกลับอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเขา ภวัตเดินตรงมาที่โต๊ะของเขา นั่งลงอย่างเงียบๆ สีหน้าของเขาดูเหนื่อยอ่อน และมีความกังวลฉายชัดออกมา เขาพยายามรวบรวมสมาธิ แต่ดูเหมือนว่ามีบางสิ่งบางอย่างรบกวนจิตใจเขาอย่างหนัก "คุณภวัตคะ" เสียงของครูอรุณีดังขึ้น เป็นเสียงที่ฟังดูเป็นห่วงเป็นใย แต่แฝงไว้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ดูคุณเหนื่อยๆ นะคะ มีอะไรรึเปล่าคะ" ภวัตเงยหน้าขึ้น มองอรุณีด้วยสายตาที่เรียบเฉย "ไม่มีอะไรครับครูอรุณี แค่นอนไม่ค่อยพอ" เขาตอบสั้นๆ พยายามเลี่ยงการสนทนา วารินทร์ได้ยินบทสนทนาแว่วๆ รู้สึกเหมือนมีหนามทิ่มแทงใจทุกครั้งที่ได้ยินชื่อของอรุณี หรือเห็นแววตาที่เธอมีให้กับภวัต แต่เธอพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกนั้นเอาไว้ เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้สึกอะไรแบบนั้นอีกต่อไป "นอนไม่พอเหรอคะ" อรุณียังคงคะยั้นคะยอ "มีอะไรรบกวนจิตใจหรือเปล่าคะ เล่าให้อรุณีฟังได้นะคะ อรุณีพร้อมรับฟังเสมอ" เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้ภวัตเล็กน้อย ราวกับจะแสดงความเป็นห่วงเป็นใยอย่างจริงใจ ภวัตถอนหายใจเบาๆ "ขอบคุณครับครูอรุณี แต่ผมอยากจะอยู่คนเดียวสักครู่นะครับ" เขาหันกลับไปให้ความสนใจกับการตรวจการบ้านของนักเรียนต่อ วารินทร์รู้สึกอึดอัด เธอเก็บการบ้านที่ตรวจเสร็จแล้วใส่แฟ้มอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องพักครูไป ต้องการที่จะหาที่สงบๆ เพื่อระบายความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในใจ เธอเดินไปเรื่อยๆ จนมาถึงสวนดอกไม้หลังอาคารเรียน ที่นี่เป็นที่ที่เธอชอบมาเสมอ เมื่อรู้สึกไม่สบายใจ เสียงน้ำตกเล็กๆ และกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้นานาชนิด ช่วยปลอบประโลมจิตใจเธอได้เสมอ "ทำไมเรื่องมันถึงได้ยุ่งเหยิงขนาดนี้นะ" เธอพึมพำกับตัวเอง นั่งลงบนม้านั่งใต้ต้นปีบใหญ่ "ฉันแค่อยากทำหน้าที่ครูของฉันให้ดีที่สุด แต่ทำไมถึงต้องมีเรื่องวุ่นวายเข้ามาเกี่ยวพันตลอดเวลา" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าก็ดังใกล้เข้ามา วารินทร์เงยหน้าขึ้น เธอเห็นภวัตยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาของเขามีแววที่แตกต่างไปจากเดิม แววตาที่อ่อนลง และดูเหมือนจะมีความเศร้าซ่อนอยู่ "คุณมาที่นี่ทำไมคะ" วารินทร์ถามเสียงเรียบ พยายามควบคุมอารมณ์ ภวัตยืนนิ่งสักครู่ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เธอ แต่ก็เว้นระยะห่างไว้พอสมควร "ผมอยากจะคุยกับคุณ" เขาพูดเสียงเบา "คุยเรื่องอะไรคะ" วารินทร์ถามกลับอย่างระแวง "เรื่องที่โรงเรียน หรือเรื่องส่วนตัว" "ทุกเรื่อง" ภวัตตอบ "ผมรู้สึกว่าเรากำลังปล่อยให้เรื่องราวต่างๆ เลวร้ายลงเรื่อยๆ โดยที่เราไม่ได้คุยกันเลย" วารินทร์เงียบไป เธอไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ความรู้สึกผิดหวัง ความสับสน และความโกรธ ยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจ "วารินทร์" ภวัตเอ่ยชื่อของเธอ เสียงของเขาอ่อนโยนลง "ผมรู้ว่าคุณกำลังรู้สึกไม่ดีกับผม และผมก็ขอโทษจริงๆ ที่ทำให้คุณต้องเจ็บปวด" "ขอโทษ" วารินทร์หัวเราะในลำคอ "คำขอโทษของคุณมันมีความหมายอะไรคะ ในเมื่อคุณยังคงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น" "ผมไม่ได้ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น" ภวัตเถียง "ผมแค่ไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องราวต่างๆ ให้คุณเข้าใจได้อย่างไร" "แล้วทำไมคุณไม่ลองอธิบายดูล่ะคะ" วารินทร์ถาม สายตาของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวังที่ปะปนกับความเหนื่อยล้า "หรือคุณคิดว่าฉันไม่คู่ควรที่จะได้รับรู้ความจริง" ภวัตเงียบไปอีกครั้ง ราวกับกำลังรวบรวมความกล้า "มันเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากวารินทร์" "ฉันไม่กลัวความซับซ้อนหรอกค่ะ" วารินทร์ยืนยัน "ถ้ามันเป็นความจริง" ภวัตสูดหายใจลึก "คุณรู้ไหมว่าธุรกิจของครอบครัวผมกำลังมีปัญหาใหญ่" วารินทร์พยักหน้า "ฉันพอจะเดาได้บ้างค่ะ จากที่ได้ยินมา" "มันหนักกว่าที่คุณคิดมาก" ภวัตเล่าต่อ "มีคนจ้องจะเล่นงานเราอยู่เบื้องหลัง และเขาคนนั้นก็มีอำนาจมากพอที่จะทำให้เราล้มละลายได้ในพริบตา" "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันคะ" วารินทร์ถามอย่างไม่เข้าใจ "ผมถูกกดดันให้ต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง" ภวัตพูดเสียงเครียด "ผู้หญิงที่จะช่วยค้ำจุนธุรกิจของครอบครัวผมได้" วารินทร์ชะงักไป เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา "คุณ... คุณกำลังจะแต่งงาน" เธอพูดเสียงสั่นเครือ "ยังไม่ได้แต่ง" ภวัตรีบแก้ตัว "แต่ผมถูกบังคับให้ต้องทำ เพื่อรักษาทุกสิ่งทุกอย่างไว้" "ผู้หญิงคนนั้นคือใครคะ" วารินทร์ถาม เสียงของเธอแหบพร่า "เธอคือลูกสาวของนักธุรกิจที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง" ภวัตตอบ "คนเดียวที่จะช่วยเราได้ในตอนนี้" วารินทร์รู้สึกเหมือนเลือดในกายหยุดไหล เธอเงยหน้ามองภวัต ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความผิดหวัง "แล้ว... แล้วความรู้สึกของคุณล่ะคะ" ภวัตหลับตาลง "ผมก็ต้องทำตามหน้าที่" เขาตอบเสียงแผ่วเบา "เหมือนกับที่คุณต้องทำตามหน้าที่ของคุณ" คำพูดนั้นแทงใจวารินทร์จนแทบจะขาดใจ "คุณกำลังบอกว่าฉันเป็นแค่หน้าที่ของคุณอย่างนั้นเหรอคะ" "ไม่ใช่แบบนั้น" ภวัตพยายามอธิบาย "ผมหมายถึง... เราทุกคนต่างก็มีภาระที่ต้องแบกรับ" "แต่คุณไม่ได้บอกฉันเลย" วารินทร์พูดทั้งน้ำตา "คุณปล่อยให้ฉันเข้าใจผิดมาตลอด" "ผมขอโทษ" ภวัตพูดซ้ำ "ผมไม่รู้จะบอกคุณยังไง" "อย่างน้อยก็บอกความจริง" วารินทร์สะอื้น "คุณปล่อยให้ฉันมีความหวัง คุณปล่อยให้ฉันรักคุณ แล้วตอนนี้คุณบอกว่าคุณกำลังจะแต่งงานกับคนอื่น" ภวัตยื่นมือออกไปราวกับจะสัมผัสเธอ แต่ก็ชะงักไว้ "วารินทร์ ผม..." "อย่าค่ะ" วารินทร์ผุดลุกขึ้นยืน "ฉันไม่อยากฟังอะไรอีกแล้ว" เธอหันหลังวิ่งหนีไป ทิ้งภวัตให้นั่งอยู่คนเดียวท่ามกลางสวนดอกไม้ที่เคยเป็นที่สงบสุขของเธอ

4,412 ตัวอักษร