ดอกปีบในใจผู้ดี

ตอนที่ 9 / 43

ตอนที่ 9 — บทเรียนจากอดีต

หลายสัปดาห์ผ่านไป วารินทร์พยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ของโรงเรียนเซนต์แมรี่ แม้จะมีเสียงซุบซิบและความกดดันจากบางฝ่าย แต่เธอก็ยังคงมุ่งมั่นกับการสอนและการพัฒนาตนเอง ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับภวัตก็ยังคงดำเนินไปในฐานะเพื่อนร่วมงานที่ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เขาคอยให้คำปรึกษาและสนับสนุนเธอในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวกับความขัดแย้งภายในโรงเรียน เช้าวันหนึ่ง ขณะที่วารินทร์กำลังตรวจการบ้านนักเรียนอยู่ในห้องพักครู ภวัตก็เดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารจำนวนหนึ่ง "คุณวารินทร์ครับ พอจะมีเวลาสักครู่ไหมครับ" "มีค่ะ คุณภวัต มีอะไรหรือเปล่าคะ" วารินทร์ถาม "ผมอยากจะรบกวนให้คุณช่วยดูเอกสารพวกนี้หน่อยครับ" ภวัตยื่นเอกสารให้วารินทร์ "เป็นแผนการจัดกิจกรรมของชมรมต่างๆ ที่จะจัดขึ้นในช่วงปิดภาคเรียน ผมอยากได้ความคิดเห็นจากคุณในฐานะที่ยังมองเห็นอะไรๆ ได้อย่างตรงไปตรงมา" วารินทร์รับเอกสารมาพลิกดู "ได้ค่ะ" เธอมองใบหน้าของภวัตที่ดูเคร่งเครียดเป็นพิเศษ "คุณภวัตดูไม่ค่อยสบายใจนะคะ มีอะไรรึเปล่า" ภวัตถอนหายใจ "ก็... เรื่องธุรกิจของที่บ้านน่ะครับ ช่วงนี้มีปัญหาค่อนข้างหนัก" เขาเล่าต่อ "คุณพ่อผมป่วยหนัก แล้วผมต้องเข้ามาดูแลกิจการแทนทั้งหมด ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย" "เรื่องนี้... ดิฉันทราบค่ะ" วารินทร์พูดอย่างเห็นใจ "คุณภวัตต้องแบกรับภาระหนักมากจริงๆ" "บางที ผมก็รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้เลย" ภวัตพูดพลางกุมขมับ "ทั้งเรื่องงานที่โรงเรียน เรื่องธุรกิจ แล้วก็เรื่องครอบครัว" "อย่าคิดมากนะคะ คุณภวัต" วารินทร์ปลอบ "อย่างน้อยคุณก็ยังมีความตั้งใจที่จะทำให้ดีที่สุด" "ความตั้งใจอย่างเดียวคงไม่พอหรอกครับ" ภวัตพูดเสียงเบา "ผมรู้สึกว่ากำลังจะสูญเสียทุกอย่างไป" วารินทร์มองเข้าไปในดวงตาของภวัต เธอเห็นความเหนื่อยล้าและความสิ้นหวังฉายชัดออกมา ในตอนนั้น เธอรู้สึกอยากจะเข้าไปโอบกอดเขา ปลอบประโลมเขา แต่เธอก็รู้ดีว่าเธอทำไม่ได้ "คุณภวัตคะ" วารินทร์พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง "บางที ปัญหาที่ดูเหมือนจะใหญ่หลวงที่สุด อาจจะมีทางออกง่ายๆ ซ่อนอยู่ก็ได้นะคะ" "คุณหมายความว่าอย่างไรครับ" ภวัตถาม "ก็... บางที การลองมองปัญหาจากมุมที่แตกต่างออกไป อาจจะช่วยให้เราเห็นทางออกที่ไม่เคยคิดมาก่อนก็ได้ค่ะ" วารินทร์ตอบ "เหมือนกับเวลาที่เราสอนหนังสือเด็กๆ บางทีเด็กๆ ก็จะมองอะไรๆ ได้ง่ายกว่าเรา เพราะเขายังไม่ได้ถูกจำกัดความคิดด้วยประสบการณ์" ภวัตเงียบไปครู่หนึ่ง เขามองเอกสารในมือแล้วก็มองมาที่วารินทร์ "ผมไม่เคยคิดเลยว่าคุณวารินทร์จะมองอะไรได้ลึกซึ้งขนาดนี้" "ดิฉันก็แค่พยายามคิดตามประสบการณ์ที่เคยเจอมาน่ะค่ะ" วารินทร์ยิ้มบางๆ "ตอนเด็กๆ ที่บ้านดิฉันก็มีปัญหาเรื่องการเงินค่อนข้างมากค่ะ พ่อกับแม่ต้องทำงานหนักมาก เพื่อส่งเสียให้ดิฉันกับน้องเรียน" "แล้วคุณผ่านมันมาได้อย่างไรครับ" ภวัตถามด้วยความสนใจ "ก็... ด้วยความอดทนค่ะ" วารินทร์ตอบ "แล้วก็พยายามมองหาโอกาสอยู่เสมอ" เธอเล่าต่อ "ตอนที่ดิฉันยังเรียนอยู่ มีช่วงหนึ่งที่บ้านต้องกู้เงินนอกระบบมาใช้จ่าย เพราะธุรกิจของพ่อไปไม่รอด ดิฉันจำได้ว่าคืนนั้น แม่ร้องไห้ทั้งคืน" น้ำตาคลอเบ้าของวารินทร์ขณะที่เล่าเรื่องในอดีต "แต่เช้าวันต่อมา พ่อกับแม่ก็ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ พวกท่านไปหาทางกู้เงินจากธนาคาร มาปิดหนี้เงินกู้นอกระบบ แล้วก็เริ่มธุรกิจใหม่" "แล้วคุณล่ะครับ" ภวัตถาม "คุณทำอะไรในช่วงเวลานั้น" "ดิฉันก็พยายามเรียนให้เก่งที่สุดค่ะ" วารินทร์ตอบ "ตั้งใจว่าจะเรียนจบมาทำงานดีๆ เลี้ยงดูพ่อแม่ และไม่ให้ท่านต้องลำบากอีก" เธอเงยหน้ามองภวัต "การได้เห็นคนที่เรารักลำบาก มันเป็นแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเลยนะคะ คุณภวัต" ภวัตเงียบไปอีกครั้ง เขาจ้องมองวารินทร์อย่างลึกซึ้ง ราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่างในตัวเธอ "ผม... ผมไม่เคยรู้เลยว่าคุณเคยผ่านอะไรมามากขนาดนี้" "ทุกคนต่างก็มีอดีตที่ต้องแบกรับค่ะ" วารินทร์ตอบ "และอดีตเหล่านั้น ก็เป็นบทเรียนที่สอนให้เราเข้มแข็งขึ้น" ภวัตยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน "ขอบคุณมากนะครับ คุณวารินทร์" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก "ผมรู้สึกดีขึ้นมากเลย" "ยินดีค่ะ" วารินทร์ยิ้มตอบ "ถ้าคุณภวัตต้องการอะไรอีก บอกได้เสมอนะคะ" ภวัตพยักหน้า เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ถูกจุดประกายขึ้นมาใหม่ ความรู้สึกหมดหวังเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้ต่อไป บทเรียนจากอดีตของวารินทร์ ได้กลายเป็นบทเรียนอันล้ำค่าสำหรับเขาเช่นกัน แม้ว่าความรักระหว่างพวกเขาอาจจะยังคงเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ แต่ความเข้าใจและความห่วงใยที่ทั้งสองมีให้กัน ก็ได้ถักทอสายใยที่มองไม่เห็นขึ้นมาอย่างแน่นแฟ้น

3,718 ตัวอักษร