โรงงานร้างปริศนา
ข้อความขอความช่วยเหลือจากนีน่าที่ส่งมาจากโรงงานร้างแห่งหนึ่ง ทำให้ปัณณ์ใจหายใจคว่ำ เขาจำได้ว่าเคยเห็นสถานที่แห่งนี้มาก่อน แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าคือที่ไหนกันแน่ เขาจะสามารถสืบหาข้อมูลและตามไปช่วยนีน่าได้ทันเวลาหรือไม่ ก่อนที่เธอจะตกอยู่ในอันตราย?
ปัณณ์รีบเร่งค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงงานร้างในรูปภาพ เขาใช้เวลาหลายชั่วโมงในการค้นหาข้อมูลต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต พร้อมกับเปรียบเทียบรูปภาพที่ได้จากโทรศัพท์ของนีน่ากับภาพถ่ายทางอากาศ แผนที่ และข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ ท้ายที่สุด เขาก็ةะเจอข้อมูลที่น่าจะเป็นไปได้... โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมเก่าแห่งหนึ่งชานเมือง เป็นที่ที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี และมีข่าวลือว่าเป็นแหล่งซ่องสุมของกลุ่มอาชญากรบางกลุ่ม
“ต้องเป็นที่นี่แน่ๆ” ปัณณ์พึมพำกับตัวเอง หัวใจเต้นแรงด้วยความกังวล เขาตัดสินใจทันทีว่าจะต้องไปที่นั่นให้เร็วที่สุด เขาหยิบกระเป๋าขึ้นมา หยิบมีดพกที่เขาพกติดตัวเสมอ และรีบออกจากคอนโดไป
เมื่อปัณณ์ขับรถไปถึงบริเวณชานเมือง เขาก็พบว่าบรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป บ้านเรือนเริ่มน้อยลง และมีโรงงานเก่าๆ ที่ถูกทิ้งร้างตั้งเรียงรายอยู่ริมถนน ปัณณ์ลดกระจกรถลง และมองหาโรงงานที่มีลักษณะตรงกับในรูปภาพ เขาขับรถไปตามถนนที่คดเคี้ยวไปมา จนกระทั่งเขาเห็น... โรงงานร้างขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า สิ่งก่อสร้างที่ดูเก่าแก่ ผุพัง เต็มไปด้วยสนิม และมีรั้วลวดหนามที่กั้นรอบบริเวณ
“ใช่แน่ๆ” ปัณณ์รู้สึกได้ถึงความอันตราย แต่ก็ไม่สามารถถอยหลังกลับได้ เขาจอดรถไว้ห่างจากโรงงานเล็กน้อย แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง เสียงลมพัดผ่านซากอาคารดังหวีดหวิว ยิ่งเพิ่มบรรยากาศความน่ากลัวให้ทวีคูณ
ปัณณ์เดินลัดเลาะไปตามซอกกำแพงที่ผุพัง พยายามหาทางเข้าไปในตัวอาคาร เขาเห็นรอยเท้าที่ยังสดใหม่บนพื้นดิน เป็นเครื่องยืนยันว่ามีคนอยู่ที่นี่จริงๆ เขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้หน้าต่างบานใหญ่ที่แตกหัก และพยายามชะโงกหน้าเข้าไปมองข้างใน
ภายในโรงงานมืดสลัว มีเพียงแสงสลัวๆ ที่ลอดผ่านช่องว่างของหลังคาเข้ามา ปัณณ์เห็นกลุ่มคนกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่กลางห้อง เขาพยายามเพ่งมองให้ชัดขึ้น และทันใดนั้นเอง เขาก็เห็น... นีน่า! เธอถูกมัดติดกับเก้าอี้ ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าของเธอมีรอยช้ำเล็กน้อย
“ปล่อยเธอไปนะ!” ปัณณ์ตะโกนเสียงดัง จนทุกคนในโรงงานหันมามองเขา ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่หลายคนเดินเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว “แกเป็นใครวะ! กล้าดียังไงมายุ่งกับที่ของพวกเรา!”
“ฉันมาตามเพื่อนของฉัน! ปล่อยเธอไปซะ!” ปัณณ์พูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว เขากำมีดพกในมือแน่น พร้อมเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้
“เพื่อนเหรอ? ฮ่าๆๆ” หัวหน้ากลุ่มคนร้ายหัวเราะเยาะ “แกคิดว่าแกจะทำอะไรได้? แค่คนเดียวจะสู้พวกเราได้ทั้งฝูงรึไง!”
“ลองดู!” ปัณณ์ตะโกน และพุ่งเข้าใส่กลุ่มคนร้ายอย่างไม่ลังเล เขาใช้ทักษะการต่อสู้ที่เคยฝึกฝนมาตอบโต้การโจมตีของคนร้ายอย่างคล่องแคล่ว แต่ถึงแม้เขาจะเก่งกาจเพียงใด จำนวนของคนร้ายก็มีมากกว่า ทำให้เขาเริ่มตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
ขณะที่ปัณณ์กำลังต่อสู้เอาชีวิตรอด นีน่าที่ถูกมัดอยู่ ก็พยายามจะปลดปล่อยตัวเอง เธอเห็นโอกาส เมื่อคนร้ายบางคนกำลังเสียสมาธิกับการต่อสู้กับปัณณ์ เธอออกแรงดิ้นรนอย่างสุดกำลัง จนกระทั่งเชือกที่มัดแขนของเธอเริ่มหลวม
“ปัณณ์! ระวัง!” นีน่าตะโกนเตือน เมื่อเห็นชายฉกรรจ์คนหนึ่งกำลังจะโจมตีปัณณ์จากด้านหลัง ปัณณ์หันไปเห็น แต่ก็สายเกินไป ชายคนนั้นใช้ท่อนไม้ตีเข้าที่หัวของปัณณ์อย่างแรง จนปัณณ์เซไป และล้มลงไปกองกับพื้น
“ปัณณ์!” นีน่าร้องออกมาด้วยความตกใจ
หัวหน้ากลุ่มคนร้ายเดินเข้ามาหาปัณณ์ที่นอนสลบอยู่ “ดูท่าทางจะเป็นนักกีฬาเก่าสินะ... เสียดายจริงๆ” เขาพูดพลางหัวเราะ “แต่ก็ไม่เป็นไร... แกจะได้ไปอยู่กับเพื่อนของแกไง!”
ชายฉกรรจ์อีกคนเดินเข้ามาหาแพร “หัวหน้าครับ... ผู้หญิงคนนี้... เราจะทำยังไงกับเธอดี?”
หัวหน้ากลุ่มคนร้ายหันไปมองแพร “เอาไปเก็บไว้ที่ห้องขังของแกนั่นแหละ... เราจะเล่นสนุกกับพวกมันทีหลัง”
นีน่ารู้สึกถึงความหวังที่ริบหรี่ลงไปทุกที เธอถูกลากตัวไปอีกทาง ปล่อยให้ปัณณ์นอนแน่นิ่งอยู่เพียงลำพัง...
**cliffhanger:** ท่ามกลางความมืดสลัวของโรงงานร้าง ปัณณ์ค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้น เขารู้สึกถึงความปวดร้าวไปทั่วร่างกาย แต่สิ่งแรกที่เขาสังเกตเห็น คือ... ใครบางคนกำลังยืนอยู่เหนือร่างของเขา ด้วยใบหน้าในเงา... เป็นใครกันแน่? และเขาต้องการอะไรจากเขาในยามที่เขาอ่อนแอที่สุดเช่นนี้?
132 ตัวอักษร