รอยยิ้มของอดีตนักกีฬา

ตอนที่ 3 / 41

ตอนที่ 3 — การสนทนาใต้แสงไฟสลัว

บรรยากาศภายในห้องทำงานของอาจารย์ธีรพลตอนหกโมงเย็น ค่อนข้างเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟสีส้มนวลจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่ส่องสว่าง ปิงนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับมิ้นต์ที่เพิ่งเดินเข้ามา เธอถอดสูทออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแล็คที่ดูคล่องตัวขึ้น "สวัสดีค่ะ" มิ้นต์กล่าว "ขอโทษที่ให้รอนะคะ พอดีดีลกับลูกค้าต่อรองกันนานไปหน่อย" "ไม่เป็นไรเลยครับคุณมินต์" ปิงรีบตอบ "ผมเพิ่งมาถึงเหมือนกัน" "คุณอยากคุยเรื่องอะไรเกี่ยวกับโปรเจกต์คะ" มิ้นต์ถาม พลางวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ "ผมอยากจะปรึกษาคุณมินต์เรื่องการเลือกพรีเซนเตอร์น่ะครับ" ปิงกล่าว "อาจารย์ธีรพลแนะนำว่าคุณมินต์มีความรู้ด้านนี้ดีมาก" มิ้นต์พยักหน้า "ค่ะ ก็พอจะมีความรู้บ้าง" เธอมองปิงนิ่งๆ "คุณคิดว่า การมีอดีตนักกีฬาดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ จะช่วยให้สินค้าของคุณขายดีขึ้นจริงๆ เหรอคะ" "ผมคิดว่า... ใช่ครับ" ปิงตอบอย่างมั่นใจ "เพราะนักกีฬาจะมีความน่าเชื่อถือในสายตาของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบกีฬา เขาจะมองว่าคนที่เคยมีประสบการณ์ตรง น่าจะรู้จักและเข้าใจสินค้าได้ดีกว่า" "น่าเชื่อถือ... ในมุมมองของคุณ" มิ้นต์ทวนคำ "แล้วคุณแน่ใจเหรอคะว่าภาพลักษณ์ของอดีตนักกีฬา จะเข้ากับภาพลักษณ์ของสินค้าที่คุณกำลังจะนำเสนอ" "ผมคิดว่า... สินค้ากลุ่มกีฬา มันก็มีความเชื่อมโยงกับภาพลักษณ์ของนักกีฬาอยู่แล้วนะครับ" ปิงอธิบาย "มันสื่อถึงความแข็งแกร่ง ความมุ่งมั่น การเอาชนะอุปสรรค" "นั่นคือมุมมองของนักกีฬา" มิ้นต์พูด "แต่ในมุมมองของนักการตลาด เราต้องมองให้กว้างกว่านั้นค่ะ" เธอหยิบเอกสารขึ้นมาพลิกดู "สินค้าของคุณ เป็นสินค้าประเภทไหนคะ" "เป็นอุปกรณ์กีฬาครับ" ปิงตอบ "พวกเครื่องแต่งกาย รองเท้า และอุปกรณ์เสริมต่างๆ" "เครื่องแต่งกาย รองเท้า อุปกรณ์เสริม..." มิ้นต์พึมพำ "กลุ่มเป้าหมายของคุณคือใครคะ" "ก็... กลุ่มคนรักสุขภาพ คนที่เล่นกีฬาเป็นประจำ แล้วก็กลุ่มวัยรุ่นที่ชื่นชอบแฟชั่นกีฬาครับ" ปิงตอบ "แฟชั่นกีฬา..." มิ้นต์เงยหน้าขึ้นมามองปิง "คุณคิดว่าภาพลักษณ์ของอดีตนักกีฬา จะเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นที่ชื่นชอบแฟชั่นได้เหรอคะ" ปิงชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่เคยคิดถึงมุมนี้มาก่อน "ผม... ผมก็ไม่แน่ใจครับ" "เห็นไหมคะ" มิ้นต์พูด พลางยิ้มเล็กน้อย "การตลาดมันซับซ้อนกว่าที่คุณคิดนะคะ" "คุณมินต์กำลังจะบอกว่า... ผมไม่ควรเลือกนักกีฬามาเป็นพรีเซนเตอร์เหรอครับ" ปิงถาม "ดิฉันไม่ได้บอกว่าไม่ควรค่ะ" มิ้นต์ตอบ "แต่ดิฉันกำลังจะบอกว่า คุณต้องพิจารณาให้รอบคอบกว่านี้" เธอหยิบกระดาษโน้ตขึ้นมา "อย่างแรกเลยคือ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ค่ะ สินค้าของคุณเน้นไปที่อะไร Performance หรือ Fashion" "ผมว่า... มันก็มีทั้งสองอย่างนะครับ" ปิงตอบ "เราอยากให้สินค้าของเรามีคุณภาพที่ดีเยี่ยม รองรับการใช้งานจริง แต่ก็ต้องดูดี มีสไตล์ด้วย" "นั่นคือความท้าทายที่แท้จริงค่ะ" มิ้นต์กล่าว "ถ้าคุณเลือกนักกีฬาที่เป็นที่รู้จักในฐานะนักกีฬามืออาชีพ เขาอาจจะสื่อถึง Performance ได้ดี แต่ถ้าเขาไม่ได้มีความโดดเด่นในเรื่องแฟชั่น กลุ่มวัยรุ่นที่ชื่นชอบแฟชั่นก็อาจจะเข้าไม่ถึง" "แล้วถ้าผมเลือกนักกีฬาที่กำลังมาแรง เป็นที่รู้จักในวงกว้าง มีภาพลักษณ์ที่ดูดี ทันสมัยล่ะครับ" ปิงเสนอ "นั่นก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งค่ะ" มิ้นต์ตอบ "แต่คุณต้องแน่ใจว่าเขาจะสามารถรักษาภาพลักษณ์นั้นไว้ได้ในระยะยาว และไม่สร้างข่าวฉาวที่อาจจะส่งผลเสียต่อแบรนด์" "เรื่องข่าวฉาว... เป็นสิ่งที่น่ากังวลจริงๆ ครับ" ปิงพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ค่ะ" มิ้นต์กล่าว "เพราะฉะนั้น การเลือกพรีเซนเตอร์ที่นอกเหนือจากความสามารถและภาพลักษณ์แล้ว ต้องคำนึงถึงทัศนคติ ความคิด และการวางตัวของเขาด้วย" ปิงเงียบไป เขากำลังประมวลผลสิ่งที่มิ้นต์พูด เขาไม่เคยคิดว่าการเลือกพรีเซนเตอร์จะมีรายละเอียดมากขนาดนี้ "คุณมินต์ครับ" ปิงเงยหน้าขึ้นมามองมิ้นต์ "แล้วถ้าสมมติว่า... ผมเป็นคนที่เคยมีประสบการณ์ในวงการกีฬา และมีความเข้าใจในสินค้าประเภทนี้ ผมจะถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีพอที่จะเป็นพรีเซนเตอร์ได้ไหมครับ" มิ้นต์มองปิงด้วยสายตาที่อ่อนลงเล็กน้อย "ก็... ถ้าคุณสามารถแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่คุณจะมอบให้กับแบรนด์ได้" เธอตอบ "คุณต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า คุณไม่ใช่แค่อดีตนักกีฬาที่ไม่มีอะไรทำ แต่คุณคือคนที่เข้าใจสินค้าอย่างแท้จริง สามารถเป็นกระบอกเสียงที่น่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ได้" "ผม... ผมจะพยายามครับ" ปิงกล่าวด้วยความมุ่งมั่น "ดีค่ะ" มิ้นต์ยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดเท่าที่ปิงเคยเห็น "นั่นแหละค่ะ คือสิ่งที่ดิฉันอยากจะเห็น" แสงไฟสลัวส่องกระทบใบหน้าของทั้งสองคน บรรยากาศในห้องเริ่มผ่อนคลายลง การสนทนาที่เริ่มต้นด้วยความเย็นชา ได้ค่อยๆ ละลายกลายเป็นความเข้าใจซึ่งกันและกัน ปิงรู้สึกว่ากำแพงที่เขาสร้างไว้รอบตัวมิ้นต์ กำลังค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย.

3,793 ตัวอักษร