ตอนที่ 18 — การเผชิญหน้าและความจริง
ข่าวสารจากสมศรีดังสนั่นอยู่ในหัวของเอกพล เขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างบีบรัดหน้าอก หายใจไม่ออก ความตื่นตระหนกที่ฉายชัดในน้ำเสียงของสมศรี บ่งบอกถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์
"อีกไม่กี่วัน... เป็นไปได้ยังไงครับ" เอกพลถามเสียงสั่น
"เขากำลังเร่งดำเนินการค่ะ เขาคงรู้ตัวว่ามีคนเริ่มสงสัย" สมศรีตอบ "ดิฉันพยายามหาหลักฐานเพิ่มเติม แต่ก็ยากเหลือเกินค่ะ"
"ผมอยู่ที่วัดกับหลวงตาชิตครับ" เอกพลบอก
"งั้นคุณต้องรีบคุยกับหลวงตานะคะ" สมศรีคะยั้นคะยอ "ต้องหาทางหยุดยั้งเรื่องนี้ให้ได้ก่อนที่จะสายเกินไป"
"ครับ ผมจะพยายาม" เอกพลวางสายจากสมศรี เขารู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมา
"มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีกรึ เอกพล" หลวงตาถาม ท่านสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่เปลี่ยนไป
"หลวงตาครับ... คือ... คุณทวี กำลังจะดำเนินการจำนองที่ดินของวัดในเร็วๆ นี้แล้วครับ" เอกพลกล่าว "คุณสมศรีเพิ่งโทรมาบอกครับ"
หลวงตานิ่งไปนาน แววตาของท่านเต็มไปด้วยความปวดร้าว "เป็นไปถึงขั้นนี้แล้วรึ..."
"หลวงตาครับ... ผม... ผมอยากจะขออนุญาตหลวงตา... เข้าไปคุยกับคุณทวีครับ" เอกพลตัดสินใจ "ผมอยากจะรู้ความจริงทั้งหมดจากปากเขา"
หลวงตากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา "เจ้าจะทำอย่างนั้นรึ... มันอาจจะเป็นอันตรายนะ เอกพล"
"ผมไม่กลัวครับหลวงตา" เอกพลยืนกราน "ผมแค่อยากรู้ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้"
"ถ้าเจ้าแน่ใจ... หลวงตาก็ไม่ขัด" หลวงตาตอบ "แต่ระมัดระวังตัวด้วยนะ"
เอกพลพยักหน้ารับ เขาตัดสินใจว่าจะไปหาทวีทันที เขาจำได้ว่าทวีมักจะมาที่วัดในช่วงเย็นๆ เพื่อช่วยงานต่างๆ หรือบางครั้งก็มานั่งเงียบๆ อยู่ที่ศาลา
เขาเดินไปยังศาลาไม้เก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมคลอง ลมเย็นๆ พัดมาเอื่อยๆ ทำให้เงาของต้นไม้ไหวเอน เสียงคลื่นกระทบฝั่งเบาๆ เอกพลเห็นร่างของทวีนั่งอยู่เพียงลำพังบนม้านั่งไม้ตัวยาว สายตาของเขากำลังทอดมองไปยังสายน้ำเบื้องหน้า
เอกพลเดินเข้าไปหาอย่างเงียบๆ เมื่อเข้าไปใกล้ ทวีหันมามองเขาด้วยแววตาที่แปลกไป ไม่มีความอบอุ่นหรือความเป็นมิตรเหมือนเช่นเคย มีแต่ความว่างเปล่าและแววตาที่ดูเหนื่อยล้า
"คุณทวีครับ" เอกพลเอ่ยขึ้น
ทวีมองเอกพลนิ่งๆ "มีอะไร" น้ำเสียงของเขาเย็นชา
"ผม... ผมอยากจะคุยกับคุณเรื่องที่ดินของวัดครับ" เอกพลกล่าว
ทวีหัวเราะเยาะในลำคอ "เรื่องที่ดินวัด... แล้วนายเกี่ยวอะไรด้วย"
"ผมเป็นอาสาสมัครที่นี่ครับ" เอกพลตอบ "ผมเห็นความตั้งใจจริงของหลวงตาและทุกคนที่นี่ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงจะทำแบบนี้"
"ทำไม... ก็เพราะฉันจำเป็นต้องทำ" ทวีตอบ "นายไม่รู้หรอกว่าชีวิตของฉันมันลำบากแค่ไหน"
"คุณลำบาก... แล้วการเอาที่ดินของวัดไปจำนองมันจะแก้ปัญหาได้ยังไงครับ" เอกพลถาม "คุณกำลังทำลายทุกอย่างที่หลวงตาสร้างมานะ"
"หลวงตาสร้างมา... แล้วไง" ทวีพูดเสียงดังขึ้น "ท่านก็มีทุกอย่าง มีวัด มีที่ดิน มีคนเคารพนับถือ แล้วฉันล่ะ มีอะไร! ฉันมีแต่หนี้สิน! หนี้สินที่มันกำลังจะท่วมฉันตายอยู่แล้ว!"
แววตาของทวีฉายแววแห่งความสิ้นหวังและความโกรธ "นายไม่รู้หรอก... ความรู้สึกของการถูกตามทวงหนี้ทุกวัน มันเป็นยังไง! ฉันต้องหาเงินมาใช้หนี้ให้ได้ ไม่งั้น... ไม่งั้นฉันก็ต้องตาย"
"คุณติดหนี้การพนันใช่ไหมครับ" เอกพลถามตรงๆ
ทวีสะอึกไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบเสียงเบา "ใช่... ฉันผิดไปแล้ว ฉันยอมรับ"
"แล้วทำไมคุณไม่บอกหลวงตาตรงๆ ครับ" เอกพลถาม "ท่านพร้อมจะช่วยเหลือคุณนะ"
"บอก... จะให้ฉันไปบอกหลวงตาว่าฉันเอาเงินที่ท่านให้ไปเล่นพนันจนหมดตัวจนหมดเนื้อหมดตัวอย่างนั้นหรือ!?" ทวีตะโกน "ท่านจะเสียใจแค่ไหน! ท่านจะผิดหวังแค่ไหน! ฉันทนรับไม่ได้!"
"แต่การทำแบบนี้... มันยิ่งทำให้หลวงตาผิดหวังมากกว่าเดิมนะ" เอกพลกล่าว "คุณกำลังหลอกลวงท่าน"
"ฉัน... ฉันก็ไม่อยากทำ" ทวีทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่ง "แต่ฉันไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ พวกมันขู่ฉันทุกวัน"
"แล้วลายเซ็นของหลวงตาบนสัญญาเงินกู้... มันคืออะไรครับ" เอกพลถาม
"ฉัน... ฉันขอให้หลวงตาเซ็นเอกสารบางอย่างให้" ทวีสารภาพ "ฉันบอกท่านว่ามันเป็นเรื่องการขอรับบริจาคเพื่อซ่อมแซมอุโบสถ... ฉันรู้ว่ามันไม่ถูกต้อง แต่ตอนนั้นฉันก็ร้อนเงินมากจริงๆ"
"คุณกำลังจะเอาที่ดินของวัดไปจำนองใช่ไหมครับ" เอกพลถามเสียงเข้ม
ทวีพยักหน้าช้าๆ "ใช่... ฉันต้องการเงินก้อนใหญ่มากจริงๆ"
"คุณรู้ไหมว่าถ้าคุณทำแบบนั้น... บ้านพักคนชราก็จะต้องเดือดร้อนไปด้วย" เอกพลกล่าว "ผู้สูงอายุเหล่านั้น... พวกเขาจะไปอยู่ที่ไหน"
ทวีเงียบไป เขาก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าสบตาเอกพล
"ผมเข้าใจว่าคุณกำลังลำบาก" เอกพลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "แต่การแก้ปัญหาด้วยการสร้างปัญหาใหม่ มันไม่ใช่ทางออก"
"แล้วฉันจะทำยังไง... คุณบอกฉันหน่อย!" ทวีเงยหน้าขึ้นมา แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง "ฉันหมดหนทางแล้วจริงๆ"
เอกพลมองทวี เขารู้สึกสงสาร แต่ก็ไม่สามารถเห็นด้วยกับการกระทำของเขาได้ "คุณต้องยอมรับความผิดพลาดของคุณครับ" เอกพลกล่าว "คุณต้องกลับไปสารภาพกับหลวงตา เล่าความจริงทั้งหมดให้ท่านฟัง"
"ไม่... ฉันทำไม่ได้" ทวีส่ายหน้า
"คุณต้องทำครับ" เอกพลยืนกราน "หลวงตาเป็นคนดี ท่านอาจจะให้อภัยคุณก็ได้"
"คุณไม่เข้าใจหรอก..." ทวีเริ่มพูด แต่ก็หยุดไป
"ผมเข้าใจว่าคุณกลัว" เอกพลกล่าว "แต่การแบกรับความลับและความผิดแบบนี้ มันจะทำลายคุณไปเรื่อยๆ"
ทันใดนั้นเอง เสียงของหลวงตาชิตก็ดังขึ้นมาแต่ไกล "ทวี..."
ทั้งเอกพลและทวีหันไปมอง หลวงตาชิตกำลังเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา ใบหน้าของท่านยังคงสงบ แต่ดวงตาฉายแววแห่งความเสียใจ
"หลวงตา..." ทวีร้องออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"หลวงตารู้ทุกอย่างแล้ว" หลวงตากล่าว "ขอบคุณเอกพลมาก ที่พาความจริงมาให้หลวงตารู้"
ทวีนั่งนิ่งไป เขามองหลวงตาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความละอาย "หลวงตาครับ... ผม... ผมขอโทษ"
หลวงตาก้าวเข้าไปใกล้ทวี ก่อนจะนั่งลงข้างๆ "การยอมรับผิด... คือก้าวแรกของการแก้ไขนะ ทวี" ท่านวางมือลงบนบ่าของทวี "หลวงตาเสียใจ... แต่หลวงตาก็ให้อภัยเจ้า"
น้ำตาของทวีไหลอาบแก้ม เขาคุกเข่าลงตรงหน้าหลวงตา "ผมมันเลว... ผมมันอ่อนแอ... ผมทำให้หลวงตาผิดหวัง"
"ไม่มีใครสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง" หลวงตากล่าว "แต่สิ่งสำคัญคือ การไม่ยอมแพ้ต่อความผิดพลาด และพยายามกลับตัวกลับใจ"
เอกพลยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความจริงที่ถูกเปิดเผย ความเจ็บปวดของความผิดพลาด และความหวังในการให้อภัย มันคือทางเดินแห่งศรัทธาที่เต็มไปด้วยบททดสอบ แต่ก็ยังคงมีแสงสว่างแห่งธรรมะนำทางเสมอ
5,000 ตัวอักษร