บทเรียนจากต้นกล้า ริมทุ่งนา

ตอนที่ 11 / 44

ตอนที่ 11 — รอยยิ้มบนใบพริกมะเขือ

หลังจากผ่านพายุฝนโหมกระหน่ำมาเมื่อหลายวันก่อน สวนของป้าแต๋วเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แม้ว่าต้นกล้าบางส่วนจะเสียหายไปบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็สามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้ ณัฐกับป้าแต๋วใช้เวลาหลายวันในการฟื้นฟูแปลงผักที่ได้รับผลกระทบ ต้นกล้าที่ล้มก็ถูกประคองให้ลุกขึ้นมาใหม่ ต้นไหนที่เสียหายหนักเกินไป ก็ถูกถอนทิ้งแล้วลงปลูกใหม่ "ดูสิป้า ต้นพริกต้นนี้ ยอดใหม่แตกออกมาแล้ว" ณัฐเดินมาบอกป้าแต๋วที่กำลังเด็ดวัชพืชอยู่แปลงข้างๆ ป้าแต๋วเดินตามมาดู เธอเห็นยอดอ่อนสีเขียวสดกำลังแทงออกมาจากต้นพริกที่เคยล้มระเนระนาด "เอ้อ ดีจังเลย เห็นไหมล่ะ ป้าบอกแล้วว่ามันจะสู้" "ผมก็ดีใจที่มันรอดครับ" ณัฐยิ้ม "แต่เสียดายดอกพริกกับดอกมะเขือที่ร่วงไปเยอะเลย" "ไม่เป็นไรหรอกตาณัฐ" ป้าแต๋วปลอบ "เดี๋ยวพอต้นมันแข็งแรงขึ้นอีกหน่อย มันก็ออกดอกมาใหม่ให้เราเห็นเองแหละ ถึงจะมาช้าหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้เลย" ณัฐพยักหน้าเห็นด้วย เขามองไปรอบๆ สวน เห็นความเขียวขจีที่เริ่มกลับมาปกคลุมผืนดินอีกครั้ง แม้ว่าจะมีร่องรอยความเสียหายจากพายุหลงเหลืออยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วสวนก็ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ "แล้วแปลงนี้เป็นยังไงบ้างครับป้า" ณัฐถาม ชี้ไปที่แปลงผักชีที่เขาเพิ่งลงเมล็ดไปไม่นาน "ผักชีก็เริ่มจะงอกแล้วนะ" ป้าแต๋วตอบ "ต้องใจเย็นๆ กับมันหน่อยนะ ผักชีมันขี้อาย ไม่ชอบแดดจัดๆ ต้องคอยดูเรื่องน้ำด้วย" "ครับป้า ผมจะคอยรดน้ำให้เช้าเย็นเลย" ณัฐรับคำ ช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักต้นพริกและต้นมะเขือก็เริ่มออกดอกอีกครั้ง คราวนี้ดอกออกมาเยอะกว่าเดิมมาก บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของต้นและดิน "ป้าดูสิ มะเขือออกลูกแล้ว!" ณัฐร้องด้วยความดีใจ ป้าแต๋วยิ้มกว้าง "จริงด้วย! ลูกน้อยๆ น่ารักเชียว" ณัฐเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เขาเห็นผลมะเขือสีเขียวอ่อนลูกเล็กๆ กำลังห้อยย้อยออกมาจากกิ่ง ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ "ผมปลูกผักมาไม่เคยเห็นมันออกลูกได้สวยขนาดนี้มาก่อนเลยครับ" ณัฐกล่าว "ที่กรุงเทพฯ ซื้อแต่ในตลาด ไม่เคยรู้เลยว่ากว่าจะได้มะเขือลูกหนึ่งมา มันต้องผ่านอะไรบ้าง" "มันก็เหมือนกับทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตแหละตาณัฐ" ป้าแต๋วตอบ "ของที่ได้มาง่ายๆ บางทีเราก็ไม่เห็นคุณค่า แต่ถ้าเราได้ลงแรง ลงใจไปกับมัน เราจะรู้สึกรักและหวงแหนมันมากยิ่งขึ้น" หลังจากนั้นไม่นาน ต้นพริกก็เริ่มออกดอกและเริ่มติดผลเช่นกัน ผลพริกน้อยๆ สีเขียวเริ่มปรากฏขึ้นตามกิ่งก้าน สร้างสีสันให้กับแปลงผัก "นี่ถ้าได้น้ำพริกกะปิสดๆ ตำเองกับมะเขือเปราะกรอบๆ แล้วก็พริกขี้หนูสวนของเรานะ โอโห นึกแล้วก็침น้ำลาย" ณัฐพูดพลางยิ้ม "เดี๋ยวพอพริกกับมะเขือมันโตกว่านี้อีกหน่อย เราก็ได้กินของอร่อยจากฝีมือเราเองแล้ว" ป้าแต๋วกล่าว "อยากได้อะไรก็ปลูกเองได้เลย ไม่ต้องไปซื้อหา" การได้เห็นผลผลิตเริ่มออกดอกออกผล ทำให้ณัฐรู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น เขาได้เรียนรู้ว่าการเกษตรที่ยั่งยืนนั้นไม่ใช่เรื่องยากเกินไป หากมีความรู้ ความเข้าใจ และที่สำคัญคือมีความอดทน "ป้าครับ ผมคิดว่าผมเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าทำไมป้าถึงรักการทำสวนขนาดนี้" ณัฐพูด "มันมีความสุขจริงๆ นะครับ เวลาได้เห็นอะไรเติบโตขึ้นมาด้วยมือของเราเอง" "นั่นแหละคือรางวัลของคนทำเกษตร" ป้าแต๋วตอบ "มันไม่ใช่แค่เงินทอง แต่มันคือความสุขทางใจที่หาที่ไหนไม่ได้" ณัฐใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันไปกับการดูแลสวน เขาเริ่มมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพืชแต่ละชนิดมากขึ้น เขาเรียนรู้วิธีสังเกตอาการของต้นไม้ การจัดการกับแมลงศัตรูพืช และการดูแลดินให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง "ป้าครับ ผมว่าเราน่าจะลองปลูกพืชชนิดอื่นเพิ่มอีกนะครับ" ณัฐเสนอ "อย่างเช่นพวกผักสวนครัวอื่นๆ ที่คนชอบกินกัน" "ได้สิ" ป้าแต๋วเห็นด้วย "ตาณัฐอยากปลูกอะไรก็บอกมาเลย เราจะได้เตรียมแปลงกัน" "ผมอยากลองปลูกพวกโหระพา กะเพรา ตะไคร้ ใบมะกรูด ดูครับ" ณัฐกล่าว "จะได้มีไว้ใช้ทำกับข้าวที่บ้าน แล้วก็เผื่อเหลือจะได้เอาไปขายให้คนแถวบ้านด้วย" "ดีเลย" ป้าแต๋วเห็นดีด้วย "พวกนี้ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก แล้วก็เป็นที่ต้องการของตลาดด้วย" ทั้งสองช่วยกันเตรียมแปลงสำหรับปลูกผักสวนครัวชนิดใหม่ๆ ดินในบริเวณนั้นถูกพรวนให้ร่วนซุย ใส่ปุ๋ยคอกหมักอย่างดี เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการลงต้นกล้า "เราจะลองซื้อเมล็ดพันธุ์มาเพาะเองก่อนนะครับป้า" ณัฐเสนอ "ถ้ามันขึ้นดี เราค่อยขยายพันธุ์เพิ่ม" "ได้เลย" ป้าแต๋วเห็นด้วย "ทีนี้เราก็จะมีพริก มะเขือ ผักชี แล้วก็พวกเครื่องแกงต่างๆ ครบครันแล้วนะ" ณัฐรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป เขาได้เห็นภาพสวนที่เต็มไปด้วยพืชผักนานาชนิด ที่เขามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ขึ้นมา "ผมรู้สึกว่าชีวิตผมเปลี่ยนไปมากเลยครับป้า" ณัฐกล่าว "จากที่เคยเบื่อหน่ายกับการทำงานในออฟฟิศ ตอนนี้ผมกลับมีความสุขกับการได้ลงมือทำอะไรด้วยตัวเอง" "มันคือการค้นพบตัวเองไง ตาณัฐ" ป้าแต๋วตอบ "บางทีเราอาจจะไม่ได้เกิดมาเพื่อใส่สูทผูกไท หรือนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันก็ได้" ณัฐยิ้ม เขาก้มลงมองต้นมะเขือที่เริ่มจะมีลูกใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และต้นพริกที่กำลังจะสุก เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกภูมิใจในสิ่งที่เขาได้ทำมา "ขอบคุณป้ามากนะครับ ที่ให้โอกาสผมได้มาอยู่ที่นี่ แล้วก็สอนให้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง" ณัฐกล่าวด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง "ป้าก็ขอบคุณตาณัฐเหมือนกัน ที่มาช่วยทำให้สวนของป้ามีชีวิตชีวาอีกครั้ง" ป้าแต๋วตอบ "เราทำงานด้วยกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มันก็ดีแบบนี้แหละ" วันเวลาผ่านไปอย่างมีความสุข ณัฐได้ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความหมาย เขาได้เรียนรู้ที่จะอดทน เรียนรู้ที่จะปรับตัว และเรียนรู้ที่จะเห็นคุณค่าของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว

4,452 ตัวอักษร