บทเรียนจากต้นกล้า ริมทุ่งนา

ตอนที่ 21 / 44

ตอนที่ 21 — เงาแห่งการทรยศที่มองไม่เห็น

ความสงสัยและความไม่ไว้วางใจที่มีต่อคุณสมชายก่อตัวขึ้นในใจของณัฐราวกับวัชพืชที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เขาเริ่มสังเกตสิ่งรอบตัวอย่างละเอียดมากขึ้น เขาคอยมองหารถของคุณสมชาย และพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการทำเกษตรของเขา “ป้าครับ” ณัฐเอ่ยขึ้นขณะกำลังรดน้ำผัก “ผมว่าเราน่าจะทำระบบป้องกันแมลงที่ดีกว่านี้ได้นะครับ” “จะทำยังไงล่ะหลาน” ป้าแต๋วถาม “ป้าว่ามุ้งครอบที่เราทำอยู่ก็ดีแล้วนะ” “ผมหมายถึงระบบที่มันป้องกันได้แบบครอบคลุมกว่านี้ครับป้า” ณัฐอธิบาย “อาจจะเป็นการสร้างรั้วที่สูงขึ้น หรือการปลูกพืชบางชนิดที่เป็นสมุนไพรไล่แมลงรอบๆ แปลง” ป้าแต๋วพยักหน้าเห็นด้วย “ดีๆ ป้าว่าเราลองทำดูนะ” ทั้งสองคนเริ่มลงมือปรับปรุงระบบป้องกันแมลงในสวนอย่างเร่งด่วน ณัฐรู้สึกเหมือนกำลังทำสงครามกับศัตรูที่มองไม่เห็น เขาพยายามคิดหาทุกวิถีทางที่จะปกป้องผลผลิตอันเป็นที่รักของเขา หลายวันต่อมา ณัฐได้รับอีเมลจากพ่อแจ้งข่าวว่า จะมีการประชุมใหญ่ของบริษัทในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และพ่ออยากให้เขาเดินทางกลับไปร่วมด้วย “กลับไปกรุงเทพฯ อีกแล้วเหรอครับพ่อ” ณัฐถามพ่อทางโทรศัพท์ “ผมเพิ่งจะกลับมาเองนะครับ” “พ่อรู้ แต่เรื่องนี้สำคัญมากนะณัฐ” เสียงพ่อฟังดูจริงจัง “พ่อต้องการให้แกมาช่วยตัดสินใจ” “ตัดสินใจเรื่องอะไรครับพ่อ” ณัฐถาม “เรื่องการควบรวมกิจการกับบริษัทคู่แข่ง” พ่อตอบ “มันเป็นโอกาสที่ดีมากที่จะทำให้บริษัทของเราอยู่รอดและเติบโตต่อไปได้” ณัฐนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาไม่เคยคิดว่าพ่อจะคิดถึงการควบรวมกิจการ “แล้ว…แล้วคู่แข่งที่ว่านี่คือใครครับพ่อ” “ก็…ก็เป็นบริษัทของญาติทางฝั่งแม่แกน่ะ” พ่ออึกอักเล็กน้อย “ชื่อบริษัท ‘อัมรินทร์ กรีน’ ไง” คำว่า ‘อัมรินทร์ กรีน’ ทำเอาณัฐแทบสำลักน้ำที่กำลังดื่มอยู่ เขาจำชื่อนี้ได้ดี มันเป็นชื่อบริษัทของ ‘คุณสมชาย’ พ่อของเขาเคยเล่าให้ฟังว่าคุณสมชายเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว “คุณสมชาย…เหรอครับพ่อ” ณัฐถามเสียงสั่น “ใช่แล้ว” พ่อตอบ “เขาติดต่อพ่อมานานแล้วนะ พ่อคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีของเรา” ณัฐรู้สึกเหมือนหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความคิดที่ว่าคุณสมชายอาจจะกำลังวางแผนทำลายธุรกิจของครอบครัวเขา และในขณะเดียวกันก็กำลังจะเข้ามาควบรวมกิจการด้วยนั้น มันเป็นเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง “พ่อครับ…ผมไม่แน่ใจว่านี่จะเป็นทางออกที่ดีจริงๆ” ณัฐพยายามระงับความตกใจ “ผม…ผมมีเรื่องอยากจะเล่าให้พ่อฟังครับ” ณัฐเล่าเรื่องความสงสัยของเขาเกี่ยวกับคุณสมชาย และเรื่องที่เขาเคยเห็นรถของคุณสมชายมาวนเวียนอยู่ที่สวนของป้าแต๋วในช่วงที่เกิดปัญหาแมลงระบาด พ่อของณัฐเงียบไปนานกว่าปกติ “แกแน่ใจนะณัฐ” “ผมไม่แน่ใจ 100% ครับพ่อ แต่ผมรู้สึกไม่ชอบมาพากล” ณัฐกล่าว “ผมกลัวว่าคุณสมชายอาจจะมีเบื้องหลังที่ไม่ดี” “เรื่องนี้…พ่อจะลองไปสอบถามดูนะ” พ่อตอบเสียงอ่อย “แต่เรื่องการควบรวมกิจการ พ่อคิดว่าเราควรรีบตัดสินใจ” “แต่พ่อครับ” ณัฐร้องขอ “อย่าเพิ่งตัดสินใจนะครับจนกว่าเราจะแน่ใจจริงๆ” “ก็ได้ๆ พ่อจะลองดู” พ่อตอบ “แล้วเจอกันที่กรุงเทพฯ นะ” ณัฐวางสายโทรศัพท์ลง รู้สึกสับสนและกังวลอย่างหนัก เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่ใหญ่กว่าที่เขาคิดไว้มาก ในขณะเดียวกัน ป้าแต๋วก็กำลังเผชิญกับปัญหาของตัวเองเช่นกัน ชาวบ้านในละแวกนั้นเริ่มพูดถึงป้าแต๋วในทางที่ไม่ดี พวกเขาบอกว่าป้าแต๋วเป็นคนหัวโบราณ ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง และมักจะขัดขวางความก้าวหน้าของคนอื่น “ป้าแต๋วคะ” คุณป้าเพ็ญ เพื่อนบ้านที่เคยสนิทสนมกัน เดินเข้ามาหาป้าแต๋วขณะที่กำลังรดน้ำผัก “ได้ข่าวว่าคุณสมชายจะมาลงทุนทำสวนผักแบบใหม่ที่นี่ แล้วทำไมป้าถึงไม่ยอมให้เขาเข้ามาล่ะคะ” “ฉันไม่ได้ขัดขวางนะป้าเพ็ญ” ป้าแต๋วตอบอย่างใจเย็น “แต่ฉันแค่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการของเขา” “โอ๊ยป้าแต๋วคะ สมัยนี้แล้วนะ จะมาปลูกผักแบบเก่าๆ มันจะไปสู้ใครได้” คุณป้าเพ็ญพูด “คุณสมชายเขามีเทคโนโลยีใหม่ๆ มีสารเคมีที่ช่วยให้ผักโตเร็ว ได้ผลผลิตเยอะนะ” “แต่สารเคมีพวกนั้นมันไม่ดีต่อสุขภาพนะป้า” ป้าแต๋วแย้ง “ฉันไม่ยอมเอาสุขภาพของคนอื่นมาเสี่ยงเพื่อแลกกับเงินหรอกนะ” “แหม…ป้าแต๋วก็คิดมากไป” คุณป้าเพ็ญส่ายหน้า “นิดๆ หน่อยๆ มันไม่เป็นไรหรอกน่า” บทสนทนาของทั้งสองคนจบลงด้วยความไม่เข้าใจกัน ป้าแต๋วรู้สึกเสียใจที่เพื่อนบ้านไม่เข้าใจ แต่เธอก็ยังคงยืนยันในหลักการของตัวเอง ณัฐมองเห็นความรู้สึกของป้าแต๋ว เขาเดินเข้าไปหา “ป้าครับ ไม่ต้องไปสนใจพวกเขาหรอกครับ” “แล้วแกคิดยังไงกับเรื่องของคุณสมชายล่ะหลาน” ป้าแต๋วถาม “แกเชื่อที่แกสงสัยจริงๆ เหรอ” “ผมก็ไม่รู้ครับป้า” ณัฐตอบ “แต่ผมรู้สึกว่ามันมีบางอย่างไม่ถูกต้อง” “ป้าก็หวังว่าแกจะคิดผิดนะหลาน” ป้าแต๋วถอนหายใจ “ป้าไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้” ณัฐกอดปลอบป้าแต๋ว เขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เพื่อเผชิญหน้ากับความจริง เขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายสิ่งที่เขารัก และเขาจะปกป้องป้าแต๋วและสวนแห่งนี้ให้ถึงที่สุด

3,941 ตัวอักษร