ตอนที่ 1 — วันแรกในโลกใหม่ที่ไม่คุ้นเคย
เสียงออดโรงเรียนดังลั่น สัญญาณเตือนว่าวันแห่งการเรียนรู้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น แต่สำหรับ โบ๊ท เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปี เสียงนั้นกลับกรีดลึกเข้าไปในหัวใจราวกับใบมีดเย็นเฉียบ เขาก้มหน้ามองกระเป๋าเป้ใบเก่าที่บรรจุเพียงความรู้สึกอึดอัดและหวาดระแวง โรงเรียนแห่งใหม่นี้ดูใหญ่โตและแปลกตา ทุกอย่างล้วนดูใหม่ไปเสียหมด ไม่เหมือนโรงเรียนเก่าที่เขาคุ้นเคย ที่นั่นเขามีเพื่อน มีที่ทางของตัวเอง แต่ที่นี่… ที่นี่เขาเป็นเพียงคนแปลกหน้า เด็กที่ถูกส่งมาพร้อมกับปัญหาสารพัดที่ผู้ปกครองเลือกจะโยนทิ้งไว้ที่นี่
“โบ๊ท! ยืนบื้ออยู่ทำไม ไปเข้าแถวได้แล้ว” เสียงเรียกห้วนๆ ของอาจารย์ที่ปรึกษาดังขึ้น ทำเอาโบ๊ทสะดุ้ง เขาหันไปมองอาจารย์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย พลางก้าวเดินไปรวมกับกลุ่มนักเรียนคนอื่นๆ ในห้อง
การปรับตัวไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับโบ๊ทเลยสักนิด เขาเป็นเด็กเงียบ เก็บตัว ไม่ชอบสุงสิงกับใคร และมักจะรู้สึกว่าตัวเองไม่เข้าพวกกับคนอื่นเสมอ ยิ่งมาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยแบบนี้ ความรู้สึกโดดเดี่ยวและอึดอัดยิ่งทวีคูณขึ้น เขาพยายามมองหาใครสักคนที่พอจะคุยด้วยได้ แต่สายตาทุกคู่ที่สบกันล้วนแล้วแต่มีแววของความไม่ใส่ใจ หรือไม่ก็เป็นประกายของความรังเกียจบางอย่างที่เขามองไม่เห็น
“มาใหม่เหรอ?” เสียงทักทายดังขึ้นจากด้านข้าง โบ๊ทหันไปมอง พบกับเด็กผู้ชายร่างเล็ก ผมหยิก หน้าตาจิ้มลิ้ม เขายิ้มให้โบ๊ทอย่างเป็นมิตร “เราชื่อต้น กล้าได้กล้าเสีย ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ ถามเราได้นะ”
โบ๊ทพยักหน้ารับเบาๆ “ขอบคุณ” เขาตอบเสียงแผ่ว ไม่แน่ใจว่าควรจะเปิดใจคุยกับคนแปลกหน้าคนนี้ดีหรือไม่
ช่วงเวลาพักกลางวันยิ่งทำให้โบ๊ทรู้สึกแย่ลง เขาเห็นกลุ่มนักเรียนจับกลุ่มพูดคุย หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน แต่ไม่มีใครชวนเขา เขาก็เลยเลือกที่จะนั่งกินข้าวคนเดียวใต้ต้นไม้ใหญ่ในมุมที่เงียบที่สุดของโรงอาหาร
“นี่! แกเป็นใครน่ะ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน” เสียงห้าวๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างของนักเรียนชายกลุ่มหนึ่งที่เดินตรงเข้ามาหาโบ๊ท
โบ๊ทชะงักมือที่กำลังจะตักข้าวเข้าปาก เขาเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเด็กหนุ่มร่างสูง ผิวคล้ำ ใบหน้าเกลี้ยงเกลา แต่แววตาฉายแววหาเรื่อง
“เขาเพิ่งย้ายมาใหม่น่ะแก” ต้นที่นั่งอยู่ใกล้ๆ รีบเดินเข้ามาพูดแทรก “อย่าไปแกล้งเขาเลย”
“เกี่ยวอะไรกับแกวะ ต้น! นี่มันเรื่องของฉัน” เด็กหนุ่มคนนั้นพูดเสียงดัง “แล้วแก… ไม่ตอบคำถามฉัน ทำไมเงียบเป็นเป่าสาก”
โบ๊ทมองหน้าเด็กหนุ่มคนนั้นอย่างไม่สบอารมณ์ เขากำหมัดแน่น “ผมชื่อโบ๊ท ผมไม่รู้ว่าผมต้องตอบอะไรคุณ”
“โอ้โห ปากดีนี่หว่า! กล้าเถียงฉันด้วย” เด็กหนุ่มคนนั้นยิ้มมุมปาก ก่อนจะยื่นมือมาผลักไหล่โบ๊ทอย่างแรง
โบ๊ทเซถอยหลังไปเล็กน้อย แต่ก็ทรงตัวไว้ได้ เขาไม่เคยมีเรื่องมีราวกับใครมาก่อนในชีวิต แต่การถูกรังแกแบบนี้มันทำให้เลือดในกายเขาเดือดพล่าน
“พอเถอะครับ! ผมไม่อยากมีปัญหา” โบ๊ทพยายามพูดเสียงเรียบ แต่ความโกรธเริ่มปะทุ
“ปัญหา? แกนั่นแหละเป็นปัญหา! คิดว่าตัวเองเป็นใคร มาทำเป็นเก๊ก” เด็กหนุ่มคนนั้นพูดพร้อมจะเข้ามาอีกครั้ง
“หยุดนะ!” เสียงอาจารย์ปกครองดังขึ้นมาทำลายสถานการณ์ตึงเครียด “พวกแกจะทำอะไรกัน! ออกไปจากตรงนี้เดี๋ยวนี้!”
เด็กหนุ่มคนนั้นกับพวกรีบผละออกไปทันทีเมื่อเห็นอาจารย์ปกครอง โบ๊ทถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาหันไปมองต้นที่มองมาด้วยความเป็นห่วง
“เป็นอะไรมากไหมโบ๊ท?” ต้นถาม “ฉันบอกแล้วว่าอย่าไปยุ่งกับไอ้พวกนี้”
“ไม่เป็นไร” โบ๊ทตอบสั้นๆ พลางลุกขึ้นสะบัดกางเกง “ผมขอกลับก่อนนะ”
โบ๊ทเดินออกจากโรงอาหารไปอย่างรวดเร็ว เขามองไม่เห็นว่าต้นกำลังมองตามหลังเขาไปด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร
บ่ายวันนั้น โบ๊ทใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องสมุด เขาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดอ่านอย่างไม่มีจุดหมาย ทุกตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษดูพร่าเลือนไปหมด ความรู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้างถาโถมเข้ามาจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมชีวิตต้องเป็นแบบนี้ ทำไมเขาถึงต้องมาอยู่ที่นี่ ทำไมเขาถึงไม่มีใคร
“กำลังอ่านหนังสือเหรอคะ?” เสียงหวานๆ ดังขึ้นข้างหู โบ๊ทหันไปมอง เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนยิ้มให้เขา เธอดูอ่อนโยน ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ดวงตาเป็นประกายอบอุ่น
“ครับ” โบ๊ทตอบเสียงอ้อมแอ้ม
“หนังสือเล่มนี้สนุกมากเลยนะ” เธอพูดพลางชี้ไปที่หนังสือในมือโบ๊ท “คุณชอบแนวนี้เหรอคะ?”
โบ๊ทส่ายหน้าเบาๆ “ผม… แค่หาอะไรทำเฉยๆ ครับ”
“อ๋อ เข้าใจค่ะ” เธอยิ้ม “ถ้าอยากหาอะไรทำจริงๆ ลองไปที่มูลนิธิเด็กหลังโรงเรียนดูไหมคะ พอดีตอนนี้กำลังขาดคนช่วยงานอยู่”
โบ๊ทมองหน้าเธออย่างสงสัย “มูลนิธิเด็ก?”
“ใช่ค่ะ” เธอพยักหน้า “เป็นที่ที่เด็กๆ ที่ไม่มีบ้านอยู่มาอาศัย เรามีเด็กเล็กๆ หลายคนเลยค่ะ ถ้าคุณว่างๆ ลองไปช่วยดูนะคะ เด็กๆ พวกนั้นน่ารักมากเลย รับรองว่าคุณจะมีความสุข”
“ผม… ผมไม่แน่ใจว่าจะช่วยอะไรได้” โบ๊ทลังเล
“ไม่ต้องกังวลค่ะ แค่ไปเป็นเพื่อนเล่นกับเด็กๆ ก็ได้ค่ะ หรือจะช่วยร้อยมาลัย ช่วยจัดของก็ได้ค่ะ” เธอยิ้มกว้าง “ฉันชื่อตุ๊กตา ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
“ผมโบ๊ทครับ” โบ๊ทตอบ พลางยื่นมือออกไปจับมือเธอเบาๆ
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะโบ๊ท” ตุ๊กตาพูด “ลองไปดูนะคะ ถ้าไม่ชอบค่อยกลับก็ได้”
หลังจากนั้น โบ๊ทก็กลับไปที่ห้องพัก เขาพยายามครุ่นคิดถึงคำชวนของตุ๊กตา เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะไปทำอะไรที่มูลนิธิมาก่อน แต่ลึกๆ แล้วเขาก็รู้สึกสนใจอย่างบอกไม่ถูก บางที… การได้ลองทำอะไรใหม่ๆ อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้ก็ได้
วันรุ่งขึ้น โบ๊ทตัดสินใจลองไปที่มูลนิธิเด็กหลังโรงเรียนตามที่ตุ๊กตาชวน เขาเดินไปถึงที่นั่น พบกับอาคารหลังเล็กๆ ที่ดูอบอุ่น มีเด็กๆ หลายคนกำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะและเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กๆ ดังมาแต่ไกล
“อ้าว โบ๊ท มาแล้วเหรอจ๊ะ” ตุ๊กตาเดินออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม “เข้ามาข้างในก่อนสิ”
โบ๊ทเดินตามตุ๊กตาเข้าไปในอาคาร เขาเห็นเด็กๆ หลายคนกำลังนั่งล้อมวงทำกิจกรรมอยู่ บางคนกำลังระบายสี บางคนกำลังต่อบล็อกไม้
“นี่นะ เด็กๆ นี่พี่โบ๊ทนะจ๊ะ” ตุ๊กตาแนะนำโบ๊ทให้เด็กๆ รู้จัก “วันนี้พี่โบ๊ทจะมาช่วยเรานะ”
เด็กๆ มองมาที่โบ๊ทด้วยความสนใจ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งเดินเข้ามาเกาะขาตุ๊กตา “พี่โบ๊ท หล่อจังเลยค่ะ”
โบ๊ทรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่เคยถูกชมว่าหล่อมาก่อนเลย
“มานี่มา” ตุ๊กตาอุ้มเด็กผู้หญิงคนนั้นขึ้น “นี่น้องชมพูนะจ๊ะ”
โบ๊ทยิ้มให้กับน้องชมพู “สวัสดีครับน้องชมพู”
“สวัสดีค่ะพี่โบ๊ท” น้องชมพูยิ้มตอบตาหยี
โบ๊ทเริ่มช่วยตุ๊กตาทำงานเล็กๆ น้อยๆ เขาช่วยร้อยมาลัย ช่วยจัดของเล่น และที่สำคัญที่สุด เขาได้ใช้เวลาเล่นกับเด็กๆ
“พี่โบ๊ท เล่นกับหนูหน่อย” เด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งร้องเรียก
โบ๊ทเดินเข้าไปหาเขา เด็กชายคนนั้นยื่นตุ๊กตาหมีตัวหนึ่งให้ “เราเล่นเป็นคุณหมอกันนะ พี่โบ๊ทเป็นคนไข้”
โบ๊ทรับตุ๊กตาหมีมาอย่างงงๆ “แล้วผมต้องทำอะไร?”
“ก็… เอ่อ… พี่โบ๊ทเจ็บตรงไหน” เด็กชายถามอย่างตื่นเต้น
โบ๊ทมองหน้าเด็กชายแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ “ผมเจ็บตรงหัวใจครับ”
“โอ้โห! เจ็บมากเลยเหรอครับ” เด็กชายรีบทำท่าเป็นคุณหมอ “เดี๋ยวหมอจะรักษาให้”
โบ๊ทเอนหลังพิงเก้าอี้ ปล่อยให้เด็กชายเล่นสมมติเป็นคุณหมอ เขาเริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศที่นี่แตกต่างจากที่โรงเรียนมาก ที่นี่ไม่มีการตัดสิน ไม่มีสายตาที่มองด้วยความรังเกียจ มีแต่ความบริสุทธิ์และจริงใจ
“พี่โบ๊ท ยิ้มหน่อยสิ” เด็กชายบอก “หนูอยากเห็นพี่โบ๊ทยิ้ม”
โบ๊ทพยายามยิ้ม เขายิ้มให้กับเด็กชายคนนั้น ยิ้มให้กับตุ๊กตาที่อยู่ในมือ และยิ้มให้กับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขของเด็กๆ
“พี่โบ๊ท ยิ้มสวยจังเลย” เด็กชายชม
โบ๊ทรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังค่อยๆ ละลายในหัวใจของเขา ความรู้สึกอึดอัดที่เคยมีมาตลอดวันเริ่มจางหายไป เขาเริ่มรู้สึกผ่อนคลาย และในที่สุด… เขาก็ได้สัมผัสกับรอยยิ้มที่แท้จริงของตัวเองอีกครั้ง
6,110 ตัวอักษร