ตอนที่ 1 — แสงไฟในเมืองที่มืดมิด
ถนนสุขุมวิทช่วงหัวค่ำเต็มไปด้วยชีวิตชีวา แสงไฟนีออนหลากสีสาดส่องสะท้อนบนพื้นถนนที่เปียกชื้นจากการรดน้ำต้นไม้ของคนสวน แสงไฟเหล่านั้นขับเน้นความเร่งรีบของชีวิตในเมืองหลวง แทน ชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ ในชุดสูทเนี้ยบกริบ กำลังก้าวออกจากรถลีมูซีนสีดำคันหรู หน้าตาของเขาฉายแววเหนื่อยล้าแต่แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่น เขากำลังมุ่งหน้าไปยังการประชุมสำคัญที่อาจพลิกชะตาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เขาก่อร่างสร้างตัวมาตลอด ท่ามกลางความวุ่นวายของเมือง แทนไม่เคยมีเวลาหยุดมองสิ่งรอบข้าง แม้แต่เงาของตัวเอง เขาก็แทบจะไม่มีโอกาสได้เห็น การใช้ชีวิตของเขาคือการวิ่งตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ การไล่ล่าตัวเลข การขยายอาณาจักรธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกของคนอื่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาจะนึกถึง
"คุณแทนครับ ตามกำหนดการวันนี้มีนัดทานอาหารค่ำกับนักลงทุนชาวต่างชาติอีกทีตอนสองทุ่มนะครับ" เสียงของเลขาฯ ส่วนตัวดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือที่กำลังสั่นระรัว
แทนปรายตามองหน้าจอโทรศัพท์อย่างรำคาญ "รู้แล้ว มีอะไรอีกไหม ถ้าไม่มีก็วางไป ฉันกำลังจะเข้าตึก" เขาพูดเสียงห้วนๆ ก่อนจะกดวางสายโดยไม่รอคำตอบ
เขาเดินผ่านกลุ่มคนจำนวนมากที่กำลังเร่งรีบกลับบ้าน แสงไฟนีออนจากป้ายร้านค้าต่างๆ สะท้อนบนใบหน้าของผู้คนที่เหนื่อยอ่อนจากการทำงาน บ้างก็หัวเราะ บ้างก็พูดคุยกันเสียงดัง แต่แทนกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินอยู่ท่ามกลางภาพยนตร์เงียบ เขามองเห็นแต่รูปทรง แต่ไม่เคยได้ยินเสียงหรือรับรู้ถึงอารมณ์ใดๆ
เมื่อเดินมาถึงทางเข้าอาคารสำนักงานสูงเสียดฟ้า แทนก็ชะงักกึก สายตาของเขาสะดุดเข้ากับร่างหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บนแผงขายของเล็กๆ ใต้โคมไฟถนนที่ให้แสงสลัวๆ ร่างนั้นเป็นของคุณป้าคนหนึ่ง ใบหน้าของเธอมีริ้วรอยเหี่ยวย่นตามวัย ดวงตาดูอิดโรย แต่ก็ยังฉายแววอ่อนโยน เธอวางแผงขายของที่ดูไม่ค่อยจะมีอะไรมากนักอยู่ข้างตัว มีผลไม้สดบางชนิดที่ดูไม่ค่อยสมบูรณ์นักและขนมไทยโบราณที่ดูเหมือนจะทำเอง
แทนไม่เคยสังเกตเห็นคนเหล่านี้มาก่อน ชีวิตของเขาถูกจำกัดอยู่ในโลกของตึกสูง ระดับสูง และการเจรจาธุรกิจที่เต็มไปด้วยศัพท์แสงยากๆ เขาคิดว่าคนเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของฉากหลังที่ไม่มีความสำคัญ
"สวัสดีค่ะคุณหนุ่ม" คุณป้าเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา แต่ก็ยังคงความอบอุ่น "แวะมาดูของก่อนได้นะคะ"
แทนไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่พยักหน้าเล็กน้อย เป็นการรับรู้ว่าเขาได้ยินเสียงเธอ แต่ก็ไม่ได้หยุดเดิน เขาจะรีบไปประชุม แต่แล้วจู่ๆ แขนเสื้อสูทราคาแพงของเขาก็เหมือนจะไปเกี่ยวเข้ากับขอบแผงขายของ ทำให้ผลไม้บางส่วนกลิ้งหล่นลงบนพื้นถนนที่เริ่มเปียกชื้น
"โอ๊ยตายแล้ว!" คุณป้าอุทานเสียงดังด้วยความตกใจ
แทนหันกลับมาด้วยความหงุดหงิด "ขอโทษครับ" เขาพูดอย่างขอไปที ไม่ได้คิดจะก้มลงไปเก็บของให้
"ไม่เป็นไรค่ะคุณหนุ่ม ไม่เป็นไร" คุณป้าพยายามยิ้ม แต่แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเสียดาย "มันก็ใกล้จะเสียแล้วเหมือนกัน"
แทนยืนมองคุณป้าที่กำลังก้มลงไปเก็บผลไม้ที่ตกอยู่บนพื้นด้วยความยากลำบาก เขาสังเกตเห็นมือที่เหี่ยวย่นและเล็บที่หัก เขาเห็นว่าผลไม้ที่ตกนั้นเป็นส้มเขียวหวานที่ดูดีที่สุดบนแผงของเธอ
"ผมขอโทษจริงๆ ครับ" แทนพูดขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มีความรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ก่อตัวขึ้นในใจ "ผมจะซื้อผลไม้ทั้งหมดที่คุณมีนะครับ"
คุณป้าเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจ "ซื้อหมดเลยเหรอคะ? คุณหนุ่มไม่เคยเห็นคุณมาก่อนเลย"
"ผมไม่ค่อยได้เดินแถวนี้ครับ" แทนตอบ "แล้วผมก็ไม่ค่อยได้สังเกตอะไรเท่าไหร่" เขาถอนหายใจ "บอกราคามาเลยครับ"
คุณป้าเริ่มนับผลไม้ที่เหลืออยู่บนแผง "ก็มีส้มเขียวหวานนี่อีกเกือบสิบลูก แล้วก็มีกล้วยหอมทองนี่อีกหวีนึง แล้วก็ขนมทองเอกนี่อีกสิบกว่าชิ้น" เธอมองไปที่แทน "ทั้งหมดนี่ถ้าขายหมดก็คงได้สักสามร้อยกว่าบาทค่ะ"
แทนหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาอย่างรวดเร็ว เขาล้วงหยิบบัตรเครดิตออกมา "ผมขอจ่ายด้วยบัตรนะครับ"
คุณป้าส่ายหน้า "ขอโทษนะคะคุณหนุ่ม พอดีป้าไม่ได้รับบัตรค่ะ รับแต่เงินสด"
แทนชะงักเล็กน้อย เขาไม่ค่อยได้พกเงินสดติดตัวมากนัก "งั้น... ผมมีเงินสดติดตัวอยู่ประมาณห้าร้อยบาทครับ" เขาหยิบแบงค์ห้าร้อยออกมาจากกระเป๋าสตางค์ "นี่ครับ"
คุณป้าค่อยๆ รับเงินมาด้วยมือที่สั่นเทา "ขอบคุณมากนะคะคุณหนุ่ม" เธอยิ้มอย่างโล่งอก "คุณหนุ่มใจดีจังเลยค่ะ"
แทนรับผลไม้และขนมที่อยู่ในถุงพลาสติกเก่าๆ มา "ไม่เป็นไรครับ" เขาพูด "คุณป้าอยู่ที่นี่ทุกวันหรือเปล่าครับ"
"เกือบทุกวันค่ะ ยกเว้นวันไหนไม่สบาย หรือฝนตกหนักมากๆ" คุณป้าตอบ "ป้าชื่อแอนนาค่ะ"
"ผมแทนครับ" เขาแนะนำตัวสั้นๆ "แล้ว... ทำไมคุณป้าถึงมาขายของตรงนี้ครับ"
คุณป้าแอนนาถอนหายใจเบาๆ "ก็ต้องทำมาหากินน่ะค่ะ ลูกชายป้าก็ป่วยหนัก ต้องใช้เงินเยอะ ส่วนสามีก็เสียไปนานแล้ว ป้าก็ต้องสู้คนเดียว" แววตาของเธอฉายแววเศร้าสร้อย แต่ก็ยังคงความเข้มแข็ง "แต่ป้าก็ไม่เคยท้อนะ ป้าเชื่อว่าทุกอย่างมันต้องดีขึ้น"
คำพูดของคุณป้าแอนนาทำให้แทนรู้สึกสะกิดใจอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่เคยเจอใครที่เจอความลำบากขนาดนี้ แต่ยังคงมีความหวังและพลังในการที่จะสู้ต่อไป ตรงกันข้ามกับตัวเขาเอง ที่แม้จะมีทุกอย่างเพียบพร้อม แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังติดอยู่ในเขาวงกตที่ไม่มีทางออก
"ผม... ผมขอซื้อขนมทองเอกของคุณป้าอีกสิบชิ้นนะครับ" แทนพูดขึ้นมาอีกครั้ง "แล้วก็ขอส้มอีกห้าลูก"
คุณป้าแอนนาประหลาดใจมาก "คุณหนุ่มจะซื้ออีกเหรอคะ? เมื่อกี้ก็ซื้อไปหมดแล้วนะคะ"
"ครับ" แทนตอบ "ผมอยากจะลองทานดูครับ แล้วก็... พรุ่งนี้ผมจะแวะมาอีกครับ"
เขาจ่ายเงินให้คุณป้าแอนนาอีกครั้ง ก่อนจะรีบเดินขึ้นตึกไป ทิ้งคุณป้าแอนนาให้มองตามหลังเขาไปด้วยความสงสัย แต่ก็ยังคงมีรอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏอยู่บนใบหน้า
ขณะที่แทนเดินเข้าไปในลิฟต์ เขาหันกลับไปมองแผงขายของของคุณป้าแอนนาอีกครั้ง แสงไฟนีออนที่เคยสว่างไสวเมื่อครู่ ดูเหมือนจะหรี่ลงไปถนัดตา แต่แทนกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างที่สว่างไสวและอบอุ่นกำลังก่อตัวขึ้นในใจของเขา
การพบเจอคุณป้าแอนนาในค่ำคืนนี้ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญกว่าการประชุมอันยิ่งใหญ่ที่เขากำลังจะไป
4,826 ตัวอักษร