แผนร้ายของสายเลือด
ภาพของธนพลน้องชายแท้ๆ ที่กำลังฉุดกระชากนภัสสรไปต่อหน้าต่อตา ทำให้ภาคินแทบจะยืนไม่ติด เขาตะโกนเรียกชื่อน้องชายเสียงดังลั่น แต่ธนพลกลับไม่สนใจ กลับยิ่งเร่งฝีเท้าพาตัวนภัสสรหายไปในฝูงชนที่แตกตื่น ภาคินพยายามจะตามไป แต่ก็ถูกวิชัยสกัดไว้เสียก่อน “ช้าก่อนน้องชาย! ดูเหมือนว่าแกจะมีปัญหาส่วนตัวที่น่าสนใจกว่าเรื่องของฉันนะ” วิชัยหัวเราะอย่างสะใจ
“แก! ปล่อยฉันนะ!” ภาคินตะโกน พยายามปัดป้องวิชัยที่เข้ามาขวาง “ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้! นี่มันเรื่องของครอบครัวฉัน!”
“ครอบครัวที่กำลังจะแตกสลายไปต่อหน้าต่อตาเนี่ยนะ?” วิชัยยิ้มเยาะ “ฉันว่ามันน่าสนใจกว่าเรื่องเอกสารพวกนั้นอีกนะ ภาคิน”
ภาคินรู้ดีว่าเขาไม่สามารถต่อสู้กับวิชัยและลูกน้องของเขาได้ในสภาพที่กำลังสติแตกเช่นนี้ เขาเหลือบมองไปยังทิศทางที่ธนพลหายไป หัวใจของเขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและความสิ้นหวัง เขาเห็นผู้คนกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลและความหวาดกลัว
“แก!” ภาคินกัดฟัน “ถ้าฉันรู้ว่าแกทำอะไรกับนภัสสร ฉันจะไม่มีวันให้อภัยแกเด็ดขาด!”
วิชัยหัวเราะ “ใจเย็นน้องชาย… ฉันแค่อยากจะดูละครฉากใหญ่ก็เท่านั้นแหละ” วิชัยผายมือไปทางตู้เซฟที่ตอนนี้เปิดอ้าออก “เก็บของของแกให้เรียบร้อยแล้วค่อยตามมาก็แล้วกัน”
ภาคินไม่สนใจคำพูดของวิชัย เขาวิ่งตามหาธนพลอย่างไม่คิดชีวิต เขาต้องหานภัสสรให้เจอ! ตลอดทาง เขาได้ยินเสียงพูดคุยของผู้คนด้วยความตื่นตระหนก “ใครกันนะที่กล้าทำแบบนี้!” “เห็นหน้ามันแวบๆ เหมือนจะเป็น….” “ทำไมต้องเป็นวันแบบนี้ด้วย!”
ภาคินพยายามกวาดสายตามองหาธนพลไปทั่ว แต่ก็ไร้เงาของน้องชาย เขาหันไปเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่กำลังพยายามควบคุมสถานการณ์ เขาตัดสินใจเดินเข้าไปหา “ขอโทษนะครับ คุณเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ใส่ชุดสูทสีเข้ม กำลังพาผู้หญิงคนหนึ่งออกไปไหมครับ?”
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งพยักหน้า “เห็นครับ เขาพาเธอไปทางปีกตะวันออกของคฤหาสน์ครับ ตอนแรกผมคิดว่าเขาเป็นเจ้าบ่าวที่อยากจะเซอร์ไพรส์เจ้าสาว แต่พอเห็นหน้าเขาชัดๆ… ผมจำได้ว่าเป็นคุณธนพลครับ”
“ธนพล!” ภาคินอุทาน “แล้วเขาไปกับใคร? เขาเป็นคนร้ายหรือเปล่า?”
“ผมไม่แน่ใจครับคุณภาคิน แต่ท่าทางของเขามันดูไม่ปกติเลยครับ เหมือนเขาจะ… บังคับให้เธอไปกับเขา” เจ้าหน้าที่คนนั้นตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ภาคินได้ยินดังนั้น ก็รีบมุ่งหน้าไปยังปีกตะวันออกของคฤหาสน์ทันที หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความกังวลและความโกรธ ความสัมพันธ์ของเขากับธนพลนั้นไม่ค่อยราบรื่นนักในช่วงหลังๆ ธนพลมักจะแสดงความไม่พอใจต่อการกระทำหลายๆ อย่างของภาคิน โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจและครอบครัว แต่ภาคินไม่เคยคิดเลยว่าน้องชายของเขาจะกล้าทำเรื่องที่เลวร้ายถึงเพียงนี้
เมื่อมาถึงปีกตะวันออก ภาคินก็เห็นร่องรอยการต่อสู้เล็กๆ น้อยๆ และรอยเท้าจำนวนหนึ่งที่วิ่งไปตามทางเดิน เขาเดินตามไปอย่างระมัดระวัง หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นทุกขณะ เขาภาวนาขอให้นภัสสรปลอดภัย เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปอีกคน
ในที่สุด ภาคินก็มาถึงห้องทำงานเก่าของบิดาที่อยู่ลึกเข้าไปในปีกตะวันออก เขาได้ยินเสียงพูดคุยดังลอดออกมาจากในห้องนั้น “ปลดปล่อยฉันนะธนพล! ปล่อยฉันไป!” เป็นเสียงของนภัสสรที่กำลังต่อสู้ขัดขืน
“ไม่! พี่สาว! ผมจะปล่อยคุณไปไม่ได้เด็ดขาด!” เสียงของธนพลดังตอบกลับมา “คุณต้องอยู่ที่นี่กับผม!”
ภาคินผลักประตูห้องเข้าไปอย่างแรง ภาพที่เห็นทำให้เขาถึงกับตะลึง ธนพลยืนประจันหน้ากับนภัสสร โดยมีเงาของใครอีกคนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหลังธนพล เงาที่คุ้นเคย… เป็นเงาของ **‘ดนัย’** อดีตพนักงานที่เคยถูกภาคินไล่ออกข้อหาทุจริต! ดนัยยิ้มอย่างมีเลศนัย
“เป็นไงล่ะ ภาคิน? แผนของฉันมันยอดเยี่ยมใช่ไหม?” ดนัยเอ่ยขึ้น “น้องชายแกน่ะ… ฉลาดกว่าที่แกคิดเยอะเลย”
ภาคินยืนแข็งทื่อ เขาไม่เข้าใจ ธนพลกำลังร่วมมือกับดนัยงั้นหรือ? ความขัดแย้งในอดีต ความแค้นในใจที่ดนัยมีต่อเขา กลับถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง โดยมีธนพลเป็นเครื่องมือ! แล้วแผนการร้ายที่แท้จริงของพวกเขาทั้งสองคืออะไรกันแน่? ภาคินมองไปที่นภัสสรที่กำลังถูกธนพลกุมแขนไว้แน่น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง…
(จบตอนที่ 32)
120 ตัวอักษร