ตอนที่ 15 — ปลดเปลื้องพันธนาการแห่งกิเลส
ท่านหญิงดาราฉายทรงใช้เวลาตลอดทั้งคืนอ่านเอกสารทั้งหมดที่ได้มาจากคุณประจักษ์ แสงไฟในห้องทำงานยังคงสว่างไสว แต่ดูเหมือนจะไม่มีพลังจะสู้กับความมืดมิดที่ปกคลุมจิตใจของพระองค์ได้อีกต่อไป เมื่อแสงแรกของวันใหม่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง พระองค์ก็ทรงพบว่าพระองค์เองยังคงนั่งอยู่ที่เดิม มือของพระองค์ยังคงกำเอกสารเหล่านั้นไว้อย่างแน่น
ใบหน้าของพระองค์ซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำ บ่งบอกถึงการอดนอนและความเหนื่อยล้า แต่แววตาของพระองค์กลับมีความสงบนิ่งอย่างประหลาด ราวกับว่าได้ผ่านพ้นพายุแห่งอารมณ์อันรุนแรงมาแล้ว
“ท่านหญิงครับ” เสียงของทนายสมศักดิ์ดังขึ้นเบาๆ เมื่อเขาเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงาน “ท่านหญิง… ทรงอ่านเอกสารทั้งหมดแล้วหรือครับ”
ท่านหญิงดาราฉายทรงเงยพระพักตร์ขึ้นมองทนายสมศักดิ์ พระองค์ทรงพยักหน้ารับช้าๆ
“ข้า… ข้าเข้าใจทุกอย่างแล้ว” พระองค์ตรัส เสียงของพระองค์แหบพร่า “ทุกอย่างที่เกิดขึ้น… มันไม่ใช่ความผิดของคุณประจักษ์… และ… และมันก็ไม่ใช่ความผิดของข้าแต่เพียงผู้เดียว…”
“คุณประจักษ์ได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขาแล้วนะครับท่านหญิง” ทนายสมศักดิ์กล่าว “และผมเชื่อว่าท่านหญิงก็จะได้พบหนทางในการชดใช้ความผิดที่ได้เคยทำไว้เช่นกัน”
“ชดใช้… แต่ข้าจะชดใช้ได้อย่างไร ในเมื่อสิ่งที่ข้าได้ทำลงไป… มันสร้างความทุกข์ให้กับผู้อื่นมากมายขนาดนี้” ท่านหญิงทรงกล่าว น้ำเสียงของพระองค์เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“การยอมรับความผิดที่แท้จริง คือจุดเริ่มต้นของการชดใช้ครับท่านหญิง” สมชายกล่าวเสริม “การที่ท่านหญิงได้ตระหนักรู้ถึงบาปกรรมที่ได้กระทำ… และการที่ท่านหญิงพร้อมที่จะแก้ไข… นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด”
ท่านหญิงดาราฉายทรงหลับพระเนตรลงอีกครั้ง พระองค์ทรงระลึกถึงทุกสิ่งที่พระองค์ได้อ่านมาตลอดทั้งคืน บันทึกของ คุณประจักษ์ ที่สะท้อนถึงความรักอันยิ่งใหญ่ที่เขามีต่อพระองค์ จดหมายที่เขาเขียนถึงพระองค์ด้วยความหวัง และหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเขาบริสุทธิ์
“ข้า… ข้าเคยคิดมาตลอดว่า… ข้าได้ทำบุญทำกุศลมากมาย… ข้าได้สร้างวัด สร้างโรงเรียน… ข้าได้ช่วยเหลือผู้คน… แต่ไฉน… ไฉนความทุกข์ระทมมันถึงไม่เคยจางหายไปจากชีวิตของข้าเลย…”
“นั่นอาจเป็นเพราะ… บุญที่ท่านหญิงได้กระทำไป… อาจจะยังไม่ได้ถูกปรุงแต่งด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริงครับท่านหญิง” ทนายสมศักดิ์กล่าวอย่างนุ่มนวล “บางครั้ง… การทำบุญของเรา… อาจจะยังแฝงไปด้วยความต้องการที่จะลบล้างความผิด… หรือต้องการได้รับการยกย่อง… ซึ่งนั่นก็ยังถือเป็นกิเลสอย่างหนึ่ง”
“กิเลส…” ท่านหญิงทรงพึมพำ คำนี้ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของพระองค์
“กิเลสเป็นเหมือนโซ่ตรวน ที่พันธนาการเราไว้กับความทุกข์ครับท่านหญิง” สมชายกล่าว “ไม่ว่าเราจะรวยล้นฟ้า มีอำนาจล้นแผ่นดิน… หากยังมีกิเลสอยู่… เราก็ยังคงต้องเผชิญกับความทุกข์อยู่ร่ำไป”
ท่านหญิงดาราฉายทรงมองไปยังเอกสารในมืออีกครั้ง คราวนี้พระองค์ทรงรู้สึกถึงน้ำหนักที่กดทับอยู่บนบ่าของพระองค์ มันไม่ใช่แค่น้ำหนักของเอกสาร แต่เป็นน้ำหนักของความทุกข์ ความผิด และกิเลส ที่พระองค์ได้แบกรับมาตลอดชีวิต
“ข้า… ข้าปรารถนาที่จะหลุดพ้นจากสิ่งเหล่านี้…”
“ท่านหญิงครับ” ทนายสมศักดิ์กล่าว “คุณประจักษ์ได้มอบโอกาสให้ท่านหญิงแล้ว โอกาสที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่… โอกาสที่จะได้ปลดเปลื้องพันธนาการแห่งกิเลส”
“ท่านหญิงครับ” สมชายกล่าวเสริม “หลังจากนี้… ท่านหญิงจะต้องใช้ชีวิตต่อไป… ด้วยความเข้าใจในความจริง… และด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์… ในการทำความดี”
ท่านหญิงดาราฉายทรงพยักหน้ารับช้าๆ พระองค์ทรงลุกขึ้นยืน และเดินไปยังหน้าต่าง ทอดพระเนตรออกไปยังท้องฟ้าที่เริ่มสว่างไสวขึ้น แสงแดดอ่อนๆ ที่สาดส่องลงมา… ไม่ได้ทำให้พระองค์รู้สึกแสบตาเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป
“ข้า… ข้าจะ… ข้าจะตามหาคุณประจักษ์” พระองค์ทรงตัดสินใจ “ข้าจะขอโทษเขา… และข้าจะทำทุกอย่าง… เพื่อชดใช้ในสิ่งที่ข้าได้เคยทำลงไป”
“นั่นเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากครับท่านหญิง” ทนายสมศักดิ์กล่าวด้วยรอยยิ้ม “และหากท่านหญิงต้องการความช่วยเหลือใดๆ… ผมพร้อมเสมอที่จะอำนวยความสะดวก”
“ผมก็จะช่วยท่านหญิงอีกแรงครับ” สมชายกล่าวเสริม
ท่านหญิงดาราฉายทรงหันกลับมามองเอกสารในมืออีกครั้ง พระองค์ทรงค่อยๆ วางมันลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ราวกับว่ากำลังวางภาระอันหนักอึ้งลง
“ข้า… ข้าจะเริ่มต้นใหม่… จากวันนี้” พระองค์ทรงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น “ข้าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่… เพื่อชดใช้กรรม… และเพื่อหาความสงบสุขที่แท้จริง… ให้กับตัวเอง”
พระองค์ทรงมองไปยังทนายสมศักดิ์และสมชาย ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง และความตั้งใจอันแน่วแน่ พระองค์ทรงรู้ว่า หนทางข้างหน้าอาจจะยังคงยากลำบาก แต่พระองค์ทรงพร้อมแล้วที่จะก้าวเดินต่อไป… ปลดเปลื้องโซ่ตรวนแห่งกิเลส และค้นพบความหมายที่แท้จริงของชีวิต.
3,791 ตัวอักษร