กรงทองที่สร้างเอง

ตอนที่ 2 / 50

ตอนที่ 2 — พลังแห่งการให้อภัย

ไม่นานนัก รถยนต์สีดำสนิทคันหนึ่งก็แล่นมาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์ที่ดูโอ่อ่า เสียงประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของชายชราในชุดกาสาวพัสตร์สีแก่นขนุนที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความสง่างาม ท่านนั่งอยู่บนรถเข็นที่ถูกเข็นโดยชายหนุ่มร่างท้วมในชุดฆราวาส ผู้ซึ่งดูท่าทางใจดีและสงบ ท่านคือหลวงพ่อกิตติคุณ พระป่าชื่อดังที่ผู้คนกล่าวขานถึง เมื่ออุษาเดินไปรับ ท่านหลวงพ่อกิตติคุณเพียงยิ้มบางๆ ดวงตาที่เปี่ยมด้วยเมตตาของท่านมองไปรอบๆ บริเวณคฤหาสน์อย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "โยม วันนี้อาตมากมีนัดกับโยม ดาราฉาย ใช่หรือไม่" "เพคะหลวงพ่อ เชิญทางนี้เลยเพคะ ท่านหญิงรอท่านอยู่ในห้องรับแขกค่ะ" อุษาตอบรับ ก่อนจะค่อยๆ เข็นรถเข็นของหลวงพ่อเข้าไปภายในคฤหาสน์ ทันทีที่ก้าวเข้ามาในคฤหาสน์ ท่านหลวงพ่อกิตติคุณก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความหรูหรา แต่กลับมีความรู้สึกหนักอึ้งบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมา ราวกับเป็นกลิ่นอายของความทุกข์ที่ไม่สามารถปกปิดไว้ได้ด้วยวัตถุใดๆ ท่านหญิงดาราฉายยืนรออยู่แล้วที่โถงทางเดิน ใบหน้าของเธอปรากฏรอยยิ้มที่ดูเกร็งๆ เล็กน้อย "สวัสดีเพคะหลวงพ่อ ยินดีต้อนรับค่ะ" "สาธุ โยม" หลวงพ่อกิตติคุณกล่าวรับ พลางยกมือขึ้นประนม "อาตมาได้รับนิมนต์มาด้วยความยินดี" อุษาเข็นรถเข็นของหลวงพ่อเข้าไปในห้องรับแขกที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ท่านหญิงดาราฉายเชิญให้หลวงพ่อนั่งบนเก้าอี้ที่เตรียมไว้ ก่อนที่เธอจะทรุดตัวลงนั่งอีกฝั่งด้วยท่าทีประหม่า "ท่านหลวงพ่อคะ ดิฉัน... ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี" ท่านหญิงเอ่ยขึ้น เสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ชีวิตของดิฉัน... มันไม่เคยมีความสุขเลย" หลวงพ่อกิตติคุณมองท่านหญิงด้วยสายตาที่อ่อนโยน "ความสุขนั้นหาได้จากที่ใดเล่าโยม" "ดิฉันไม่รู้เพคะ" ท่านหญิงตอบอย่างสิ้นหวัง "ดิฉันมีทุกอย่าง มีเงินทอง มีบ้านหลังใหญ่ มีทุกสิ่งที่ผู้คนใฝ่ฝัน แต่ข้างในใจกลับว่างเปล่าเหลือเกิน มันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่คอยกัดกินใจอยู่ตลอดเวลา" "เป็นความรู้สึกผิดใช่หรือไม่" หลวงพ่อถามตรงๆ แต่ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ตำหนิ ท่านหญิงดาราฉายถึงกับสะอื้นไห้ เธอพยักหน้าอย่างแรง "ใช่เพคะหลวงพ่อ ดิฉันรู้สึกผิดเหลือเกิน ดิฉันทำในสิ่งที่ผิดมหันต์ ดิฉัน... ดิฉันทำให้ลูกของดิฉันต้องตาย" เธอเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้หลวงพ่อฟัง ตั้งแต่ความทะเยอทะยานของเธอ ความเห็นแก่ตัวที่ผลักดันให้สามีต้องไปทำงานในสภาพที่ไม่พร้อม ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และการจากไปของลูกชายอันเป็นที่รัก ความผิดพลาดที่เธอเป็นต้นเหตุ หลวงพ่อกิตติคุณรับฟังอย่างใจเย็น เมื่อท่านหญิงเล่าจบ เขาก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "กรรมนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อทำสิ่งใดไป ย่อมได้รับผลของสิ่งนั้น แต่ผลของกรรมก็มิใช่สิ่งที่จะจองจำเราไปตลอดกาล" "แต่ดิฉัน... ดิฉันไม่รู้จะชดใช้อย่างไร" ท่านหญิงกล่าว "ดิฉันบริจาคเงิน ทำบุญมากมายเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย" "การชดใช้ที่แท้จริงนั้น มิใช่การตอบแทนด้วยวัตถุสิ่งของ" หลวงพ่ออธิบาย "แต่คือการยอมรับความผิดของตนเอง การให้อภัยตนเอง และการไม่กระทำผิดซ้ำรอยอีก" "ให้อภัยตนเองหรือเพคะ" ท่านหญิงทวนคำ "ดิฉันทำไม่ได้เลยเพคะ ดิฉันเกลียดตัวเองเหลือเกิน" "การเกลียดตัวเองนั้น ก็เปรียบเสมือนการจมอยู่ในหล่มโคลนที่ลึกขึ้นทุกที" หลวงพ่อกล่าว "โยมลองนึกดูว่า หากมีใครสักคนกระทำผิดต่อโยมอย่างร้ายแรง โยมจะให้อภัยเขาได้หรือไม่" ท่านหญิงดาราฉายคิดตาม เธอหลับตาลง นึกถึงใบหน้าของวิน ลูกชายของเธอ "ถ้าเป็นลูก... ดิฉันคงให้อภัย" "แล้วทำไมโยมถึงไม่ให้อภัยตนเองเล่า" หลวงพ่อถาม "ลูกของโยมก็คงไม่ต้องการให้แม่ของเขาทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิตเช่นกัน" คำพูดของหลวงพ่อเหมือนมีพลังบางอย่างที่ทะลุทะลวงเข้ามาในใจของท่านหญิง เธอไม่เคยคิดในมุมนี้มาก่อนเลย เธอจมอยู่กับความผิดของตัวเอง จนลืมไปว่าลูกชายที่เธอรัก อาจกำลังเฝ้ามองเธออยู่และต้องการให้เธอมีความสุข "มันยากเหลือเกินเพคะหลวงพ่อ" ท่านหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "ทุกสิ่งล้วนยากในตอนเริ่มต้น" หลวงพ่อกิตติคุณยิ้ม "แต่หากเราตั้งมั่นในความเพียร และมีสติอยู่เสมอ สิ่งยากนั้นก็จะกลายเป็นสิ่งง่ายไปเอง" "โยมลองเริ่มจากการทำความเข้าใจในเหตุปัจจัย" หลวงพ่อแนะนำ "วันนั้นโยมอาจจะยังไม่เข้าใจในผลของการกระทำ โยมอาจจะยังถูกกิเลสตัณหาครอบงำ แต่เมื่อโยมได้เรียนรู้ ได้เห็นผลของมันแล้ว โยมก็ได้เติบโตขึ้น ได้ปัญญามากขึ้น" "จงใช้ปัญญานั้น เป็นแสงนำทางให้โยมก้าวเดินต่อไป" ท่านหญิงดาราฉายฟังคำสอนของหลวงพ่ออย่างตั้งใจ เธอรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ถูกปลดล็อกภายในใจ ความเจ็บปวดที่เคยถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วง เริ่มเบาบางลงไปบ้าง "การให้อภัยไม่ใช่การลบล้างความผิด" หลวงพ่อกล่าวต่อ "แต่คือการปลดปล่อยตนเองให้เป็นอิสระจากโซ่ตรวนแห่งอดีต เมื่อโยมให้อภัยตนเองได้ โยมก็จะสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง" "และเมื่อใจของโยมเป็นอิสระ โยมก็จะสามารถทำสิ่งดีๆ ได้อีกมากมาย ช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างเต็มที่ ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง" ท่านหญิงดาราฉายเงยหน้าขึ้นมองหลวงพ่อ ดวงตาของเธอฉายแววความหวังอีกครั้ง "ดิฉันจะพยายามเพคะหลวงพ่อ จะพยายามให้อภัยตนเอง" "ดีมากโยม" หลวงพ่อกล่าว "จำไว้ว่า ทุกย่างก้าวของชีวิต ล้วนมีความหมายเสมอ แม้แต่ก้าวที่ผิดพลาด ก็สอนบทเรียนอันล้ำค่าให้แก่เราได้" บรรยากาศภายในห้องรับแขกที่เคยอึมครึม เริ่มดูสดใสขึ้น ราวกับมีแสงสว่างส่องเข้ามา ท่านหญิงดาราฉายรู้สึกถึงความโล่งเบาในหัวใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

4,375 ตัวอักษร