กรงทองที่สร้างเอง

ตอนที่ 25 / 50

ตอนที่ 25 — ความจริงใหม่ที่ปรากฏแก่สายตา

ท่านหญิงดาราฉายยืนนิ่งอยู่กลางโถงต้อนรับของพิพิธภัณฑ์ “จิตวิญญาณแห่งบุปผา” แสงแดดยามบ่ายส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่ สะท้อนกับพื้นหินอ่อนขัดเงาจนเกิดเป็นประกายวูบวาบในสายตา ภาพวาดของรำเพยที่แขวนเรียงรายอยู่บนผนังดูมีชีวิตชีวา ราวกับจะกระซิบบอกเล่าเรื่องราวที่ถูกเก็บงำมานาน แต่ในใจของท่านหญิงฯ กลับไม่ได้รู้สึกถึงความปีติยินดีที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับความนิยมจนเกินคาด ห้วงความคิดของเธอถูกดึงกลับไปยังสมุดบันทึกสีน้ำเงินเข้มที่เธอเพิ่งจะหยิบมันออกมาจากลิ้นชักลับในโต๊ะทำงานอีกครั้ง “มันต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่ๆ” ท่านหญิงฯ รำพึงกับตัวเอง พลางลูบไล้ไปตามสันปกของสมุดบันทึกด้วยปลายนิ้วที่สั่นระริก หลังจากที่หนังสือพิมพ์และโซเชียลมีเดียต่างพร้อมใจกันยกย่องการกระทำของเธอในฐานะผู้ที่พยายามชดใช้ความผิดในอดีต เธอกลับรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจมากขึ้นกว่าเดิม รางวัลจากสังคมไม่ได้ช่วยลบล้างความรู้สึกผิดที่ฝังรากลึก การได้เห็นรอยยิ้มของผู้คนเมื่อได้ชมงานศิลปะของรำเพยก็ไม่ได้ทำให้ใจของเธอสงบลงเลยสักนิด เธอเปิดสมุดบันทึกไปหน้าที่เคยอ่านไปแล้วหลายครั้ง ในที่สุดสายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับข้อความที่ถูกเขียนด้วยลายมือที่แตกต่างออกไปจากส่วนอื่นๆ ของบันทึก เป็นลายมือที่เล็กกว่า บรรจงกว่า และดูเหมือนจะถูกเขียนขึ้นในช่วงเวลาที่รำเพยมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ข้อความนั้นถูกเขียนไว้ที่ขอบหน้ากระดาษด้านล่าง เป็นส่วนที่เธอเคยมองข้ามไปเพราะคิดว่าเป็นเพียงบันทึกส่วนตัวที่ไม่สำคัญ “‘…ความสุขที่ได้รับมานั้น แลกมาด้วยน้ำตาของใครบางคนเสมอ… บางครั้งสิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด… เงาที่ตามติดเรามา… คือผลแห่งกรรมที่รอวันทวงคืน…’” “เงาที่ตามติด… ผลแห่งกรรม…” ท่านหญิงฯ พึมพำ ข้อความนี้เหมือนกุญแจที่ไขประตูบานใหม่ในความทรงจำที่ถูกปิดผนึกไว้แน่น เธอจำได้ว่าในช่วงเวลาที่รำเพยเขียนบันทึกส่วนนี้ เธอได้พบเจอท่านหญิงฯ เพียงไม่กี่ครั้ง และส่วนใหญ่รำเพยจะอยู่ในสภาพที่อ่อนแอ ซึมเศร้า หรือไม่ก็มีอาการสับสน ท่านหญิงฯ จึงไม่เคยใส่ใจกับถ้อยคำที่ดูเหมือนจะประปรายเหล่านั้นมากนัก “แต่ถ้า… ถ้าสิ่งที่รำเพยพูดถึงไม่ใช่ความผิดของเธอคนเดียวล่ะ?” ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของท่านหญิงฯ อย่างไม่ทันตั้งตัว เธอเริ่มไล่เรียงเหตุการณ์ในอดีตอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้มองจากมุมของตัวเองเพียงฝ่ายเดียว แต่พยายามที่จะมองจากมุมของรำเพยบ้าง เธอจำได้ว่าก่อนที่เธอจะได้รับมรดกทั้งหมดจากท่านชาย ท่านชายเคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งท่านไม่เคยเล่ารายละเอียดมากนัก มีเพียงครั้งเดียวที่ท่านชายเคยเอ่ยถึง “ความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต” แต่ก็ไม่เคยลงรายละเอียดว่าเป็นเรื่องอะไร “หรือว่า… รำเพยจะรู้เรื่องบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนั้น?” ท่านหญิงฯ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวหรู เดินไปยังโต๊ะทำงานของเธออีกครั้ง เธอหยิบกล่องไม้แกะสลักที่ท่านชายเคยให้ไว้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อหลายปีก่อน เธอจำได้ว่ากล่องใบนี้มีลิ้นชักลับที่ซ่อนอยู่ด้านใน ซึ่งเธอไม่เคยค้นพบมาก่อนจนกระทั่งวันหนึ่งที่ทำของหล่นแล้วบังเอิญไปโดนส่วนที่ซ่อนไว้ ด้วยมือที่สั่นเทา เธอค่อยๆ รูดลิ้นชักลับนั้นออกมา สิ่งที่ปรากฏอยู่ข้างในคือซองจดหมายสีซีดจางหลายฉบับ และรูปถ่ายเก่าๆ ที่สีเริ่มเลือนราง “นี่มันอะไรกัน?” ท่านหญิงฯ หยิบซองจดหมายซองหนึ่งขึ้นมา เปิดอ่านอย่างรวดเร็ว “‘ถึงคุณชายที่รัก’… ลายมือของรำเพย?” ท่านหญิงฯ ขมวดคิ้ว นี่มันขัดแย้งกับที่เธอเคยเข้าใจมาตลอด รำเพยไม่เคยเขียนจดหมายหาท่านชายในลักษณะนี้ เพราะเธอเชื่อว่าท่านชายไม่เคยมีความรู้สึกพิเศษให้กับรำเพยเลย “‘…ฉันรู้ดีว่าคุณชายไม่เคยรักฉัน แต่ฉันก็ยังคงรักคุณชายอยู่เสมอ… ความสุขของคุณชายคือความสุขของฉัน… แม้ว่าความสุขนั้นจะต้องแลกมาด้วยการที่ฉันต้องทนเห็นคุณชายอยู่กับคนอื่น… ฉันยอมรับได้… แต่…’” ท่านหญิงฯ อ่านไปก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจมากขึ้นเรื่อยๆ จดหมายทุกฉบับในซองนั้นเขียนโดยรำเพยถึงท่านชาย ในเนื้อหาบ่งบอกถึงความรักและความภักดีที่รำเพยมีต่อท่านชายอย่างสุดซึ้ง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกของผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อ หรือผู้หญิงที่ถูกบังคับให้แต่งงาน “‘…แต่ฉันทนไม่ได้อีกต่อไป… เมื่อฉันได้รู้ความจริง… ความจริงที่ว่าผู้หญิงที่คุณชายรัก… คนที่ทำให้คุณชายเสียใจ… กลับเป็นคนที่…’” จดหมายฉบับสุดท้ายขาดหายไปที่ตรงนี้ ราวกับว่ารำเพยถูกขัดจังหวะขณะเขียน หรืออาจจะตั้งใจฉีกทิ้งไป ท่านหญิงฯ พลิกดูรูปถ่ายเก่าๆ ที่อยู่ในกล่องนั้น ภาพส่วนใหญ่เป็นภาพของท่านชายในวัยหนุ่ม ถ่ายคู่กับผู้หญิงคนหนึ่งที่ท่านหญิงฯ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่จากสภาพของรูปถ่ายและการแต่งกาย คาดว่าน่าจะเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ท่านชายยังหนุ่มแน่น “ใครกัน? ผู้หญิงคนนั้นคือใคร?” ทันใดนั้น ภาพใบหน้าของหญิงสาวที่เคยปรากฏอยู่ในความฝันของท่านหญิงฯ ก็ผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด และแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “มันเป็นไปไม่ได้…” ท่านหญิงฯ พึมพำ เธอรีบคว้าสมุดบันทึกของรำเพยขึ้นมาอีกครั้ง เปิดไปหน้าที่มีข้อความที่เธอเพิ่งค้นพบ “‘…ความสุขที่ได้รับมานั้น แลกมาด้วยน้ำตาของใครบางคนเสมอ…’” “‘…เงาที่ตามติดเรามา… คือผลแห่งกรรมที่รอวันทวงคืน…’” “นี่มัน… นี่มันเรื่องเดียวกัน!” ท่านหญิงฯ รู้สึกราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังก่อตัวขึ้นในใจของเธอ เป็นความรู้สึกที่ประหลาด ผสมปนเปไปด้วยความหวาดหวั่น ความสงสัย และความรู้สึกผิดที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม เธอจำได้ว่าวันหนึ่ง ได้ยินเสียงคนใช้กระซิบกระซาบกันถึงเรื่องของ “คุณหนูใหญ่” ที่เคยอาศัยอยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้ก่อนที่ท่านชายจะแต่งงานกับเธอเสียอีก แต่เรื่องราวก็เลือนหายไปตามกาลเวลา ท่านหญิงฯ คิดว่าคงเป็นเรื่องของญาติห่างๆ ของท่านชาย หรือไม่ก็เป็นคนรักเก่าที่ถูกเก็บงำไว้ “แต่ถ้า… ถ้าคุณหนูใหญ่คนนั้น… คือผู้หญิงในรูปถ่าย… และเป็นคนที่รำเพยพยายามจะบอก…” ท่านหญิงฯ รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า เธอเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปนอกพิพิธภัณฑ์ ผู้คนภายนอกยังคงใช้ชีวิตตามปกติ แต่สำหรับเธอ โลกทั้งใบกลับกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล “ฉัน… ฉันอาจจะเข้าใจผิดมาตลอด…” เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรหาทนายความส่วนตัวทันที “คุณสมศักดิ์คะ ดิฉันต้องการให้คุณช่วยค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ… คุณหนูใหญ่… ของท่านชาย… ที่เคยอยู่ที่นี่เมื่อนานมาแล้วค่ะ… ฉันต้องการทราบทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ… ชื่อจริง… ครอบครัว… และ… สาเหตุที่เธอหายไปจากที่นี่…” เสียงของท่านหญิงฯ สั่นเครือ ดวงตาแดงก่ำไปด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการค้นหาความจริงที่อาจจะซับซ้อนและเจ็บปวดกว่าที่เธอเคยคาดคิดไว้

5,289 ตัวอักษร