ตอนที่ 2 — เงาอดีตที่ทาบทับปัจจุบัน
ร่างของปิ่นทรุดลงบนเก้าอี้ทำงานราวกับไม่มีเรี่ยวแรงอีกต่อไป แฟ้มเอกสารที่เคยจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ บัดนี้กระจัดกระจายอยู่บนพื้น เสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินติ๊กต่อกๆ เป็นจังหวะที่น่าหงุดหงิด ราวกับกำลังเยาะเย้ยความทุกข์ระทมของเธอ
“เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้” เธอพึมพำกับตัวเองซ้ำๆ สมองยังคงพยายามประมวลผลสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ภาพของหัวหน้าสมชายและคุณนพที่เต็มไปด้วยความสงสัย ท่าทีที่ไร้อารมณ์ของอรุณี ทุกอย่างวนเวียนอยู่ในหัว
“คุณปิ่นคะ” เสียงของ “นก” เพื่อนร่วมงานที่ทำงานแผนกเดียวกับเธอ ดังขึ้นเบาๆ นกเป็นหญิงสาววัยไล่เลี่ยกันกับปิ่น มีนิสัยร่าเริง อัธยาศัยดี “เป็นอะไรรึเปล่าคะ เห็นเงียบไป”
ปิ่นเงยหน้าขึ้นมองนก ดวงตาแดงก่ำ “นก... ฉัน... ฉันโดนกล่าวหาว่าขโมยเงิน”
นกเบิกตากว้าง “อะไรนะคะ! ใครกล่าวหา”
“หัวหน้าสมชายกับคุณนพ... เรื่องเงินในลิ้นชักเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์” ปิ่นเล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงสั่นเครือ
นกฟังอย่างตั้งใจ สีหน้าเปลี่ยนเป็นกังวล “จริงเหรอคะ! แต่คุณปิ่นจะไปขโมยเงินทำไม”
“นั่นสิ ฉันก็ไม่เข้าใจ” ปิ่นถอนหายใจ “พวกเขาบอกว่ากล้องวงจรปิดจับภาพฉันได้ แล้วก็... อรุณีก็บอกว่าฉันเป็นคนสุดท้ายที่อยู่แถวนั้น”
“อรุณีเหรอคะ” นกขมวดคิ้ว “ฉันว่าอรุณีก็แปลกๆ อยู่เหมือนกันนะช่วงนี้ ดูเก็บตัว ไม่ค่อยพูดกับใคร”
“เธอเชื่อฉันใช่ไหมนก” ปิ่นถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวัง
“แน่นอนค่ะ! ฉันรู้จักคุณปิ่นดี คุณไม่ใช่คนแบบนั้น” นกยืนยัน “แต่... พวกเขาว่าไงต่อ”
“พวกเขาให้เวลาฉันหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ ถ้าไม่ได้... อาจจะต้องพักงาน หรือแจ้งความ” ปิ่นเล่า ตอนท้ายน้ำเสียงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
นกกำหมัดแน่น “นี่มันเกินไปแล้ว! พวกเขาจะปรักปรำคุณแบบนี้ไม่ได้นะ”
“ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง” ปิ่นก้มหน้าลงมองมือของตัวเอง “ฉันไม่รู้จะหาหลักฐานอะไรมาได้”
“ลองคิดดูดีๆ ค่ะ คุณปิ่นแน่ใจนะว่าไม่ได้ทำอะไรที่อาจจะถูกเข้าใจผิด” นกถามอย่างระมัดระวัง
ปิ่นนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอพยายามนึกย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่เกิดเหตุ “ก็... ฉันแค่เดินไปกดน้ำที่ตู้กดน้ำหลังเคาน์เตอร์น่ะค่ะ แล้วก็เดินกลับมา ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นเลย”
“แล้วตอนนั้นมีใครอยู่แถวนั้นบ้างไหมคะ”
“ฉันไม่เห็นใครนะตอนนั้น” ปิ่นตอบ “เห็นแค่อรุณียืนอยู่ที่เคาน์เตอร์บัญชี”
“อืม...” นกครุ่นคิด “แล้วเรื่องเงิน... คุณปิ่นเคยเห็นลิ้นชักนั้นเปิดอยู่ไหม”
“ไม่เคยเห็นค่ะ ปกติมันจะปิดอยู่ตลอด”
“แล้วทำไมพวกเขาถึงมั่นใจว่าเงินหายไปจากลิ้นชักนั้น” นกถามต่อ
“ก็... เขาบอกว่าตรวจพบตอนที่พนักงานเคาน์เตอร์ออกไปพัก” ปิ่นอธิบาย “พอเช็คดูก็พบว่าเงินหายไป”
“แปลกจริงๆ” นกพึมพำ “ดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างที่เราไม่รู้”
“ฉันรู้สึกเหมือนกำลังถูกกลั่นแกล้ง” ปิ่นพูดอย่างรู้สึกผิด “แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าใครจะทำแบบนี้กับฉัน”
“ใจเย็นๆ นะคะคุณปิ่น” นกวางมือบนไหล่ปิ่น “เรามาช่วยกันคิด คุณปิ่นลองนึกดูสิว่ามีใครเคยมีปัญหากับคุณบ้างไหม หรือใครที่อาจจะไม่ชอบหน้าคุณ”
ปิ่นหลับตาลง เธอพยายามนึกถึงเรื่องราวในอดีต ภาพความทรงจำมากมายผุดขึ้นมา บางเรื่องก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ผ่านไป แต่บางเรื่องก็ดูเหมือนจะมีเงื่อนงำบางอย่าง
“ก็... เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง” ปิ่นเริ่มเล่า “เมื่อประมาณสองปีก่อน ฉันเคยไปช่วยหัวหน้าสมชายดูเรื่องเอกสารบางอย่าง แล้วฉันไปเจอเอกสารที่ดูเหมือนจะมีการยักยอกเงินกันอยู่ แต่ตอนนั้นฉันไม่แน่ใจ เลยไม่ได้แจ้งอะไร แค่เก็บเรื่องไว้เงียบๆ”
“แล้วไงต่อคะ” นกตาเป็นประกาย
“หลังจากนั้นไม่นาน หัวหน้าสมชายก็เข้ามาคุยกับฉัน เขาบอกว่าฉันอาจจะเข้าใจผิดเรื่องเอกสารพวกนั้น แล้วก็... ขอให้ฉันอย่าไปพูดเรื่องนี้กับใคร” ปิ่นเล่า “ฉันรู้สึกได้ว่าเขาไม่สบายใจ แต่ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ณ ตอนนั้น”
“คุณปิ่นแน่ใจนะว่าเอกสารนั้นมันเกี่ยวกับการยักยอกเงิน” นกถามอย่างจริงจัง
“ฉันค่อนข้างแน่ใจนะ” ปิ่นตอบ “เพราะมันมีลายเซ็นของคนหลายคน แล้วก็มีตัวเลขที่ดูไม่สมเหตุสมผล”
“แล้วหลังจากนั้น... หัวหน้าสมชายมีท่าทีกับคุณเปลี่ยนไปไหม”
“ก็... เหมือนจะระวังตัวมากขึ้นนะ” ปิ่นครุ่นคิด “แล้วก็ดูเหมือนเขาจะพยายามตีสนิทกับฉันมากขึ้นกว่าเดิมด้วย”
“แล้วอรุณีล่ะคะ มีความเกี่ยวข้องกันไหม”
ปิ่นส่ายหน้า “ฉันไม่รู้เรื่องของอรุณีเท่าไหร่ เราไม่ค่อยได้คุยกันส่วนตัวเท่าไหร่”
“แต่ถ้าอรุณีไปเป็นพยานให้หัวหน้าสมชาย... อาจจะเป็นไปได้ว่าเธอถูกสั่งให้ทำ” นกวิเคราะห์ “หรือเธออาจจะมีส่วนรู้เห็นด้วย”
“คุณนพเป็นคนจัดการเรื่องนี้เหมือนกัน” ปิ่นพูดเสริม “ฉันเคยเห็นเขาคุยกับหัวหน้าสมชายเรื่องเอกสารพวกนั้นบ่อยๆ”
“แสดงว่าเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องในอดีตของคุณปิ่นจริงๆ” นกสรุป “เหมือนกับว่า... สิ่งที่คุณปิ่นเคยเจอ มันกำลังย้อนกลับมาหาคุณ”
“แต่ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะ” ปิ่นทวนคำ “ฉันแค่บังเอิญไปเห็น”
“ใช่ค่ะ แต่บางครั้ง... การบังเอิญไปเห็นเรื่องของคนอื่น โดยเฉพาะเรื่องที่เขาพยายามปกปิด อาจจะทำให้เรากลายเป็นเป้าหมายได้” นกพูด “เหมือนกับว่า... การกระทำของเราในอดีต กำลังส่งผลในปัจจุบัน”
ปิ่นหลับตาลงอีกครั้ง ภาพในอดีตที่เคยถูกลืมเลือน บัดนี้กลับปรากฏชัดเจนขึ้นมา ราวกับว่ามันกำลังตามหลอกหลอนเธออยู่ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เธอเคยยึดมั่น กำลังถูกทดสอบอย่างแสนสาหัส
“แล้วเราจะทำยังไงดี” ปิ่นถามอย่างสิ้นหวัง
“เราต้องหาหลักฐานมาหักล้างค่ะ” นกตัดสินใจ “เราต้องพิสูจน์ว่าคุณไม่ได้ขโมยเงิน”
“แต่หลักฐานคือกล้องวงจรปิด...” ปิ่นเริ่มถอนใจ
“กล้องวงจรปิดอาจจะจับภาพได้แค่บางส่วน” นกโต้แย้ง “เราต้องหาหลักฐานอื่นมาสนับสนุน”
“อย่างเช่น?”
“ลองนึกดูค่ะ ช่วงเวลาที่คุณเดินผ่านเคาน์เตอร์นั้น คุณได้เจอกับใครอีกบ้างไหม หรือมีอะไรที่ผิดปกติไปจากเดิม” นกพยายามคะยั้นคะยอ
ปิ่นคิดอย่างหนัก เธอพยายามนึกถึงทุกรายละเอียด แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยที่สุด “ก็... ตอนที่ฉันเดินไปกดน้ำ ฉันเห็น... เห็นเงาคนแวบหนึ่งที่ปลายทางเดิน”
“เงาคน?” นกถาม “เห็นเป็นใครไหม”
“ไม่ชัดเลยค่ะ เป็นแค่เงาแวบเดียว แล้วก็หายไป” ปิ่นตอบ “ฉันคิดว่าคงเป็นพนักงานคนอื่นที่เดินสวนทางมา”
“แล้วคุณแน่ใจนะว่าไม่ได้แวะไปที่ลิ้นชักเลย”
“แน่ใจค่ะ!” ปิ่นย้ำ “ฉันแค่เดินไปกดน้ำ แล้วก็เดินกลับมาเลย”
“โอเคค่ะ” นกพยักหน้า “อย่างน้อยก็มีเงาคนแวบหนึ่ง มันอาจจะเป็นเบาะแสก็ได้”
“แต่มันน้อยไปไหม” ปิ่นกังวล
“ไม่น้อยไปหรอกค่ะ” นกพยายามให้กำลังใจ “อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่คุณคนเดียวที่อยู่ในบริเวณนั้น”
ปิ่นมองนกด้วยความซาบซึ้ง แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย เธอก็ยังมีเพื่อนที่คอยช่วยเหลือ “ขอบคุณนะนก”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณปิ่น เราต้องผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน” นกยิ้มให้ “ตอนนี้เราลองมาดูกันที่เอกสารที่คุณเคยเจอดีกว่า อาจจะมีอะไรที่เชื่อมโยงกัน”
ปิ่นพยักหน้า เธอรู้สึกว่ากำลังจะได้ก้าวเดินต่อไป แม้จะยังคงหวาดกลัว แต่ก็มีความหวังเล็กๆ ที่จะสู้ต่อไป
5,427 ตัวอักษร