ตอนที่ 8 — การกลับคืนสู่โลกแห่งเสียง
อรวินเดินกลับมายังอาคารที่พักของนักบวชหญิง แสงแดดยามบ่ายเริ่มอ่อนลง แต่งานของเธอยังไม่เสร็จสิ้น เธอมีนัดกับคุณครูสอนดนตรีชาวต่างชาติคนหนึ่งที่สถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้ คุณครูท่านนี้เป็นอดีตนักไวโอลินระดับโลกที่ผันตัวมาบวชเป็นชี และเปิดสอนดนตรีคลาสสิกให้กับผู้ที่สนใจ
ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา อรวินหลีกเลี่ยงการสัมผัสเครื่องดนตรีทุกชนิด โดยเฉพาะเปียโน เพราะมันเป็นเหมือนดาบสองคมที่เคยพาเธอไปสู่ห้วงแห่งความสุข และดึงเธอลงสู่นรกแห่งความเจ็บปวดจากการสูญเสียกันต์ แต่การสนทนากับหลวงพ่อและการเจริญสติอย่างต่อเนื่อง ได้ทำให้มุมมองของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เธอไม่ได้มองว่าเปียโนเป็นสิ่งที่จะทำให้เธอเศร้าอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือที่จะช่วยขับขานบทเพลงแห่งการตื่นรู้ที่เธอค้นพบภายในใจออกมา
"สวัสดีค่ะคุณครู" อรวินเอ่ยทักทายเมื่อเดินเข้ามาในห้องเล็กๆ ที่จัดเตรียมไว้เป็นห้องสอนดนตรี คุณครูของเธอ ซึ่งมีนามว่า แม่ชีเอเลน่า กำลังนั่งรออยู่แล้ว บนโต๊ะมีเปียโนหลังเก่าตั้งตระหง่านอยู่
"อรวิน ยินดีที่ได้พบ" แม่ชีเอเลน่าทักทายด้วยน้ำเสียงที่ยังคงความอ่อนหวาน ดวงตาของเธอดูสงบและเปี่ยมด้วยความรู้ "ครูได้ยินมาว่าเธอเคยเป็นนักเปียโนที่มีฝีมือมาก"
"หนูเคยเป็นค่ะ แต่ตอนนี้...ไม่แน่ใจแล้ว" อรวินตอบพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้เปียโน
"ไม่ต้องห่วง" แม่ชีเอเลน่ากล่าว "ดนตรีคือภาษาของหัวใจ มันจะไหลออกมาเองเมื่อเธออนุญาตให้มันเป็นเช่นนั้น"
อรวินพยักหน้ารับ เธอค่อยๆ นั่งลงบนเก้าอี้หน้าเปียโน มือของเธอสัมผัสกับคีย์เปียโนเย็นเฉียบ เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เธอได้สัมผัสกับมัน
"ฉันจำเพลงที่เธอเคยเล่นได้ไหม?" แม่ชีเอเลน่าถาม
อรวินหลับตาลง ลมหายใจของเธอสงบนิ่ง เธอนึกถึงเพลงที่เธอเคยเล่นกับกันต์ เพลงที่เคยเป็นบทเพลงแห่งความรักของพวกเขา
"หนู...จำได้ค่ะ" เธอตอบเสียงเบา
"ลองเล่นดูสิ" แม่ชีเอเลน่าให้กำลังใจ
อรวินสูดลมหายใจลึกๆ แล้วค่อยๆ วางนิ้วลงบนคีย์ เสียงเปียโนดังขึ้นอย่างแผ่วเบา มันเป็นเสียงที่คุ้นเคย แต่ก็รู้สึกแปลกใหม่ในเวลาเดียวกัน
เธอเริ่มเล่นเพลง "Clair de Lune" ของ Debussy เพลงโปรดของกันต์ เสียงเปียโนที่เคยเต็มไปด้วยความปวดร้าว บัดนี้กลับแฝงไปด้วยความสงบและความเข้าใจ
ขณะที่เธอกำลังเล่น น้ำตาของเธอก็เริ่มไหลออกมา แต่ไม่ใช่หยาดน้ำตาแห่งความเสียใจ แต่มันคือหยาดน้ำตาแห่งการปลดปล่อย
"กันต์..." เธอเอ่ยชื่อเขาเบาๆ ในใจ "เพลงนี้...ฉันเล่นเพื่อเธอ...และเพื่อฉัน"
เสียงเปียโนยังคงบรรเลงต่อไป อรวินปล่อยให้ความรู้สึกทุกอย่างไหลไปกับเสียงเพลง เธอไม่ได้พยายามจะหยุดน้ำตา หรือพยายามจะควบคุมอารมณ์ เธอแค่ยอมรับมัน ปล่อยให้มันเป็นไป
แม่ชีเอเลน่ามองดูเธอด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเมตตา เธอไม่ได้พูดอะไร ปล่อยให้อรวินได้ปลดปล่อยอารมณ์และความรู้สึกของเธออย่างเต็มที่
เมื่อจบเพลง อรวินวางนิ้วลงอย่างแผ่วเบา เธอนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ น้ำตายังคงคลออยู่ที่ขอบตา แต่ความรู้สึกภายในกลับเบาสบายอย่างประหลาด
"ขอบคุณค่ะคุณครู" เธอเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย
"เธอทำได้ดีมาก อรวิน" แม่ชีเอเลน่ากล่าว "เธอได้ปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ในใจออกมาแล้ว"
"หนูรู้สึกเหมือนได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างในใจค่ะ" อรวินกล่าว "หนูเคยคิดว่าการรักใครสักคนมากๆ และสูญเสียเขาไป จะทำให้เราไม่สามารถรักสิ่งอื่นได้อีก แต่ที่แท้จริงแล้ว...ความรักมันไม่มีที่สิ้นสุด มันแค่เปลี่ยนรูปแบบไป"
"ถูกต้อง" แม่ชีเอเลน่าพยักหน้า "ความรักที่แท้จริงคือการให้ ไม่ใช่การครอบครอง เมื่อเรารักใคร เราก็ปรารถนาให้เขาได้ดี ไม่ว่าเขาจะอยู่หรือจากไปก็ตาม"
"หนูเข้าใจแล้วค่ะ" อรวินกล่าว "หนูจะกลับไปแต่งเพลงค่ะ เพลงที่มาจากหัวใจที่ได้รับการเยียวยาแล้ว"
"นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด" แม่ชีเอเลน่ากล่าว "ดนตรีของเธอจะสามารถสื่อสารความรู้สึกที่แท้จริงออกไปได้"
อรวินมองดูเปียโนอีกครั้ง มันไม่ได้ดูน่ากลัวอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นเพื่อนที่แสนดี เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกภายในของเธอ กับโลกภายนอก
"หนูขอถามคุณครูได้ไหมคะ" อรวินเอ่ยถาม
"ถามมาได้เลย"
"คุณครู...เคยผ่านความเจ็บปวดจากการสูญเสียมาบ้างไหมคะ"
แม่ชีเอเลน่าเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเธอเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างราวกับกำลังนึกถึงอดีต "เคยสิ" เธอตอบเสียงเบา "ฉันเคยสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่รัก"
"แล้วคุณครูผ่านมันมาได้อย่างไรคะ" อรวินถามด้วยความสนใจ
"ฉันก็เหมือนเธอ" แม่ชีเอเลน่ากล่าว "ฉันได้มาที่นี่ ได้เรียนรู้การปล่อยวาง การยอมรับความจริง และการมองเห็นสิ่งต่างๆ ตามที่มันเป็น"
"ตอนนี้...คุณครูมีความสุขดีใช่ไหมคะ"
"ความสุขที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่การไม่มีความทุกข์ แต่อยู่ที่การรู้เท่าทันความทุกข์ และไม่ปล่อยให้มันครอบงำจิตใจต่างหาก" แม่ชีเอเลน่าตอบ "ฉันมีความสุขกับการได้อยู่ที่นี่ ได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง ได้ช่วยเหลือผู้อื่น และได้ใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือในการเยียวยา"
อรวินรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในใจ เธอได้เจอเพื่อนร่วมทางที่มีประสบการณ์คล้ายกัน ได้รับกำลังใจ และได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
"หนูจะตั้งใจปฏิบัติธรรมต่อไปค่ะ" อรวินกล่าว "หนูอยากจะเป็นเหมือนคุณครู"
"เธอเป็นเธอได้ดีที่สุดแล้ว" แม่ชีเอเลน่ากล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม "จงเชื่อมั่นในเส้นทางของตัวเอง"
อรวินรู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เธอได้ใช้เวลาพูดคุยและเล่นเปียโนกับแม่ชีเอเลน่าจนกระทั่งตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง
"ขอบคุณมากค่ะคุณครู" อรวินกล่าวขณะลุกขึ้นยืน
"แล้วพบกันใหม่นะ อรวิน" แม่ชีเอเลน่าตอบ
อรวินเดินออกจากห้องสอนดนตรีด้วยหัวใจที่เบิกบาน เธอรู้สึกเหมือนได้กลับมาเป็น "อรวิน" คนเดิมอีกครั้ง แต่เป็นอรวินในเวอร์ชั่นที่เข้มแข็งขึ้น เข้าใจชีวิตมากขึ้น และพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่
เมื่อเดินกลับไปยังกุฏิของเธอ อรวินก็พลันนึกถึงท่วงทำนองที่แว่วเข้ามาในหัว เธอรีบหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กขึ้นมา เปิดไปยังหน้าว่างๆ แล้วเริ่มเขียน
"บทเพลงแห่งการเยียวยา...เริ่มต้นขึ้นแล้ว...จากเสียงเปียโนที่กลับมามีชีวิต...และหัวใจที่พร้อมจะโบยบิน"
เธอรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นภายใน เสียงดนตรีที่เคยเงียบงันในใจ กำลังจะกลับมาดังกึกก้องอีกครั้ง
4,914 ตัวอักษร