ตอนที่ 18 — การหยั่งรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง
แสงแดดอบอุ่นยามบ่ายสาดส่องลงมาบนลานวัดอย่างนุ่มนวล พิมพ์พิกากำลังนั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา จิตของเธอสงบแน่วแน่ ดุจผืนน้ำในสระที่ไร้ระลอกคลื่น ลมพัดมาแผ่วเบา พาเอาใบไม้แห้งปลิวไสว แต่ก็มิอาจรบกวนความสงบในจิตใจของเธอได้
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา พิมพ์พิกาได้เรียนรู้ที่จะปล่อยวางความทุกข์ในอดีต และยอมรับความจริงของปัจจุบัน เธอได้ค้นพบความสุขที่แท้จริงจากภายใน ซึ่งเป็นความสุขที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งภายนอกใดๆ พลังงานแห่งความสุขสงบแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธออย่างอ่อนโยน ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
ในระหว่างที่กำลังเพ่งพิจารณาถึงอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จู่ๆ จิตของเธอก็พลันเกิดการหยั่งรู้บางอย่าง มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายได้ยาก เป็นเหมือนภาพนิมิตที่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดอย่างรวดเร็ว
เธอเห็นภาพตัวเอง กำลังก้าวออกจากวัดแห่งนี้ไป แต่ไม่ใช่ในลักษณะของการหนี หรือสิ้นหวัง ตรงกันข้าม ภาพนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ และความตั้งใจที่จะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้ในโลกภายนอก
"เหมือนว่า... พิมพ์พิกาจะต้องกลับไปสู่โลกภายนอกแล้ว" เธอคิดอย่างสงสัย
ความคิดนี้ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเสียใจ หรือกลัว แต่กลับรู้สึกตื่นเต้น และพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ
"แต่... จะกลับไปทำไม" เธอถามตัวเอง
ทันใดนั้นเอง ภาพของแม่ชีอรุณก็ปรากฏขึ้นในความคิดของเธอ แม่ชีอรุณกำลังยิ้มอย่างอบอุ่น และยื่นมือมาหาเธอ ราวกับจะเชื้อเชิญให้เธอลุกขึ้นยืน
"แม่ชีคงจะรู้แล้วสินะ" พิมพ์พิกาพึมพำ
เธอจึงลุกขึ้นยืน แล้วเดินตรงไปยังกุฏิของแม่ชีอรุณ
เมื่อไปถึง เธอเห็นแม่ชีอรุณกำลังนั่งพับผ้าจีวรอยู่ แม่ชีเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นพิมพ์พิกาเดินเข้ามา "มาแล้วหรือจ๊ะ"
"ค่ะแม่ชี" พิมพ์พิกาตอบ "พิมพ์พิกา... เหมือนจะมีความรู้สึกว่า... ถึงเวลาแล้ว"
แม่ชีอรุณพยักหน้าช้าๆ "แม่ชีก็รู้สึกเหมือนกัน"
"รู้สึกถึงอะไรคะ" พิมพ์พิกาถาม
"รู้สึกว่า... ถึงเวลาที่พิมพ์พิกาจะต้องออกไปทำหน้าที่ของตนเองแล้ว" แม่ชีอรุณกล่าว "สิ่งที่พิมพ์พิกาได้เรียนรู้ที่นี่ คือเครื่องมือที่จะช่วยให้พิมพ์พิกาได้ช่วยเหลือผู้อื่น"
"แต่... หนูจะช่วยได้อย่างไรคะ หนูเป็นเพียงแม่ชีที่เพิ่งบวช" พิมพ์พิกาถามอย่างไม่แน่ใจ
"การช่วยผู้อื่น ไม่จำเป็นต้องเป็นการบวช หรือการทำบุญใหญ่เสมอไปหรอกนะจ๊ะ" แม่ชีอรุณอธิบาย "บางครั้ง การเป็นผู้ที่สงบ มีสติ และเข้าใจชีวิต ก็สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่นได้แล้ว"
"เหมือนดอกบัวที่แย้มกลีบ บานสะพรั่ง แสดงความงามของตนเอง โดยไม่ต้องร้องขอให้ใครมาชม" พิมพ์พิกาต่อประโยคของแม่ชีอรุณ
"ถูกต้องเลยจ้ะ" แม่ชีอรุณยิ้ม "พิมพ์พิกาได้ค้นพบดอกบัวกลางใจของตนเองแล้ว ถึงเวลาแล้วที่จะแบ่งปันความงามนั้นออกสู่โลกภายนอก"
พิมพ์พิกานิ่งคิด เธอเข้าใจในสิ่งที่แม่ชีอรุณกำลังจะสื่อสาร เธอได้เห็นแล้วว่า ความสุขที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกักเก็บไว้ แต่คือสิ่งที่ควรแบ่งปันออกไป
"แล้ว... หนูจะกลับไปทำอะไรคะ" พิมพ์พิกาถาม
"กลับไปใช้ชีวิตของตนเอง อย่างมีสติ" แม่ชีอรุณกล่าว "กลับไปทำงานที่รัก ด้วยจิตใจที่สงบ และเข้าใจในความหมายของการทำงาน"
"ทำงาน... ที่เคยทำให้หนูเหนื่อยหน่าย" พิมพ์พิกาพึมพำ
"ใช่จ้ะ" แม่ชีอรุณยืนยัน "โลกภายนอกนั้น มีทั้งความสุขและความทุกข์ปะปนกันไป แต่เมื่อเรามีสติ เราก็จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไม่ทุกข์ร้อน"
"พิมพ์พิกา... รู้สึกเหมือนมีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้งค่ะ" พิมพ์พิกากล่าว
"นั่นแหละคือสิ่งที่พิมพ์พิกาได้มาจากที่นี่" แม่ชีอรุณกล่าว "ความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับโลก ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง"
พิมพ์พิกาค้อมศีรษะด้วยความเคารพ "ขอบคุณค่ะแม่ชี สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง"
"ไม่ต้องขอบคุณหรอกจ้ะ" แม่ชีอรุณกล่าว "นี่คือสิ่งที่พิมพ์พิกาค้นพบด้วยตนเอง"
พิมพ์พิกาเดินออกจากกุฏิของแม่ชีอรุณด้วยความรู้สึกที่แตกต่างจากเดิม เธอไม่ได้รู้สึกเสียดายที่กำลังจะจากที่นี่ไป แต่กลับรู้สึกตื่นเต้นกับอนาคตที่รออยู่เบื้องหน้า
เธอมองไปรอบๆ วัดอีกครั้ง พลันก็เห็นภาพของดอกบัวที่กำลังเบ่งบานอยู่เต็มสระน้ำ มันสะท้อนภาพของท้องฟ้าที่สดใส และก้อนเมฆสีขาวที่ลอยเอื่อยๆ
"เหมือนกับจิตใจของหนูตอนนี้เลย" เธอคิด
เธอรู้ดีว่า ชีวิตในโลกภายนอกนั้น อาจจะไม่ได้สงบสุขตลอดเวลาเหมือนที่นี่ แต่เธอเชื่อมั่นในตัวเองแล้วว่า เธอสามารถที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งได้อย่างมีสติ และไม่หวั่นไหว
วันสุดท้ายที่วัดแห่งนี้ ผ่านไปอย่างรวดเร็ว พิมพ์พิกาได้กล่าวลาพระภิกษุสงฆ์ และแม่ชีทุกท่าน เธอรู้สึกซาบซึ้งในความเมตตา และความอบอุ่นที่ได้รับตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
เมื่อถึงเวลาที่ต้องจากไป เธอได้เก็บสัมภาระเพียงเล็กน้อยเท่าที่จำเป็น เธอสวมชุดสีขาวอันเรียบง่าย ที่แสดงถึงการกลับคืนสู่โลกภายนอก
ขณะที่กำลังจะก้าวเท้าออกจากประตูวัด เธอหันกลับไปมอง ภาพของวัดที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
"ขอบคุณนะ... ที่แห่งนี้" เธอพึมพำ
เธอรู้ดีว่า ถึงแม้เธอจะจากที่นี่ไป แต่สิ่งที่เธอได้เรียนรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับ จะยังคงอยู่กับเธอตลอดไป
การเดินทางของพิมพ์พิกา ยังคงดำเนินต่อไป แต่มันไม่ใช่การเดินทางเพื่อหนี หรือเพื่อค้นหาความสุขอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นการเดินทางเพื่อใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย และแบ่งปันความสุขที่แท้จริงจากภายในสู่โลกภายนอก
แสงตะวันยามเย็นสาดส่องเป็นเงายาว ทำให้เส้นทางข้างหน้าดูสว่างไสว และเต็มไปด้วยความหวัง พิมพ์พิกาก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง มุ่งหน้าสู่ชีวิตใหม่ ที่เธอได้สร้างขึ้นมาด้วยตนเอง.
4,403 ตัวอักษร