ตอนที่ 22 — การตัดสินใจครั้งสำคัญของพิมพ์พิกา
พิมพ์พิกานั่งนิ่งอยู่หน้าพระพุทธรูปองค์ใหญ่ภายในโบสถ์น้อย แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างบานสูง กระทบกับเศียรขององค์พระพุทธรูปจนเกิดเป็นประกายเรืองรอง จิตใจของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจที่แน่วแน่ การพูดคุยกับพระอาจารย์ได้คลี่คลายความสับสนในใจของเธอออกไปมาก เธอเข้าใจแล้วว่า การเผชิญหน้ากับความจริงที่ปรากฏขึ้นในสมาธิ คือหนทางเดียวที่จะปลดเปลื้องพันธนาการแห่งอดีตที่กำลังรัดรึงเธอไว้
“ท่านพระอาจารย์เจ้าขา” พิมพ์พิกาเอ่ยเสียงแผ่วเบาขณะประนมมือไหว้พระอาจารย์ที่นั่งสงบอยู่เบื้องหน้า “ลูกได้ไตร่ตรองแล้ว สิ่งที่ลูกเห็นในสมาธิ…มันคือความจริงที่ลูกต้องเผชิญใช่ไหมเจ้าคะ”
พระอาจารย์ยิ้มอย่างอ่อนโยน สายตาเปี่ยมด้วยความเมตตา “การเห็นในสมาธิ ไม่ใช่สิ่งที่เราปรุงแต่งขึ้น หากแต่เป็นภาพสะท้อนของจิตที่แท้จริง เป็นบทเรียนที่กรรมนำพามาให้เราได้เห็น เพื่อให้เราได้เรียนรู้และปล่อยวาง”
“แต่…มันช่างเจ็บปวดเหลือเกินเจ้าค่ะ” น้ำตาคลอหน่วย พิมพ์พิกาหลับตาลงอีกครั้ง ภาพของจุฑามาศหญิงสาวในอดีตที่เธอได้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลอยวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด “ลูกไม่เข้าใจว่าทำไมลูกถึงต้องเจอเรื่องแบบนี้ ลูกทำอะไรผิดไป”
“ความเจ็บปวดนั้น คือกุญแจดอกสำคัญที่จะไขไปสู่ความเข้าใจ” พระอาจารย์กล่าวอย่างนุ่มนวล “อย่าเพิ่งตัดสินว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด เพียงแค่สังเกตมัน ดุจเช่นเราสังเกตลมหายใจที่เราเข้าออก การสังเกตอย่างเป็นกลาง จะทำให้เราเห็นแก่นแท้ของมัน”
พิมพ์พิกาพยักหน้าช้าๆ พยายามทำความเข้าใจในคำสอนของพระอาจารย์ นึกถึงคำพูดของจุฑามาศที่ปรากฏในสมาธิ “ถ้าเธอไม่ทำอะไรสักอย่าง…เธอจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต”
“ลูก…ลูกอยากจะ…อยากจะรู้ความจริงทั้งหมดเจ้าค่ะ” พิมพ์พิกาตัดสินใจ “ลูกอยากจะพบกับเขาคนนั้น…คนที่…คนที่ลูกเคยรักในอดีตชาติ”
พระอาจารย์มองพิมพ์พิกาด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง “การที่จะพบกับบุคคลในอดีตชาติ ต้องอาศัยแรงอธิษฐานและเจตนาอันแน่วแน่ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือการเตรียมจิตใจให้พร้อมที่จะยอมรับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น”
“ลูกพร้อมแล้วเจ้าค่ะ” พิมพ์พิกาตอบเสียงหนักแน่น “ลูกเบื่อหน่ายกับความกลัวและความสับสนที่เกาะกินใจมานานแล้ว ลูกอยากจะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ”
“ดีแล้ว” พระอาจารย์พยักหน้า “หากเจ้าแน่วแน่เช่นนี้ จงกลับไปนั่งสมาธิ เจริญวิปัสสนาต่อไป ตั้งจิตอธิษฐานขอให้จิตของเจ้าเชื่อมโยงกับบุคคลนั้น ขอให้ภาพแห่งอดีตปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนอีกครั้ง แต่จงจำไว้ว่า…ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกรรม”
พิมพ์พิกาลุกขึ้นกราบพระอาจารย์ด้วยความเคารพอย่างสูง เธอรู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างขับเคลื่อนเธอให้ก้าวไปข้างหน้า เธอเดินออกจากโบสถ์น้อย สูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าเข้าไปเต็มปอด ลานวัดยังคงความสงบเงียบ แต่ในใจของเธอ บัดนี้ได้เกิดพายุแห่งการตัดสินใจครั้งสำคัญขึ้นแล้ว
ตลอดทั้งวัน พิมพ์พิกาหมั่นเจริญวิปัสสนาอย่างต่อเนื่อง เธอพยายามระลึกถึงคำสอนของพระอาจารย์ ไม่ปรุงแต่ง ไม่ตัดสิน เพียงแค่สังเกตสิ่งที่ปรากฏในจิตใจ เมื่อใดที่ภาพของจุฑามาศหรือเหตุการณ์ในอดีตฉายซ้ำ เธอจะเฝ้ามองมันอย่างไม่หลีกหนี พยายามทำความเข้าใจในอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้น
“ฉันต้องทำเพื่อตัวเอง…เพื่อความหลุดพ้นของฉัน” เธอพึมพำกับตัวเองขณะเดินจงกรมอย่างสงบ
เย็นวันนั้น ขณะที่แสงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ พิมพ์พิกากลับมานั่งสมาธิในห้องพักของเธอ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงแมลงเรไรที่ดังระงมเบาๆ เธอหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และเริ่มเพ่งจิต
ภาพของจุฑามาศปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ดูชัดเจนกว่าเดิม หญิงสาวคนนั้นยืนอยู่ริมทะเลสาบแห่งหนึ่ง ใบหน้าเศร้าสร้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความหวังที่กำลังจะดับสูญ
“ถ้าเธอไม่ทำ…เขาจะต้องตาย” เสียงของจุฑามาศดังก้องอยู่ในโสตประสาทของพิมพ์พิกา
ทันใดนั้น ภาพก็เปลี่ยนไป พิมพ์พิกาเห็นตัวเองในอีกภพชาติหนึ่ง เธอกำลังยืนอยู่หน้าห้องขัง มือสั่นเทา เธอกำลังจะเซ็นเอกสารบางอย่าง แต่ดูเหมือนเธอจะลังเล
“คุณพิมพ์พิกาครับ เซ็นเถอะครับ” เสียงชายผู้หนึ่งดังขึ้น “ถ้าคุณไม่เซ็น…เขาจะถูกประหาร”
พิมพ์พิกาในภพชาตินั้นเงยหน้าขึ้นมองชายคนนั้น ใบหน้าของเขาดูร้อนรน “แต่…นี่มันผิดกฎหมาย…มันจะทำให้คุณเดือดร้อนนะ”
“ผมไม่สนเรื่องนั้นแล้วครับ” ชายคนนั้นตอบ “ผมสนแค่ว่า…คุณต้องช่วยเขา”
พิมพ์พิกาในสมาธิตระหนักได้ทันทีว่า ชายคนนั้นคือใคร เขาคือคนที่เธอเคยรักในอดีตชาติ ผู้ที่กำลังจะถูกประหารชีวิต และการที่เธอไม่ยอมเซ็นเอกสารบางอย่าง ทำให้เขาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้ายนั้น
“แล้ว…แล้วเอกสารนั่นคืออะไรเจ้าคะ” พิมพ์พิกาในสมาธิเอ่ยถาม
“เป็นคำให้การเท็จ” เสียงของจุฑามาศดังขึ้นอีกครั้ง “เธอต้องยอมเซ็น เพื่อช่วยชีวิตเขา”
พิมพ์พิกาในปัจจุบัน หลับตาแน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม ภาพในอดีตชาติช่างหนักหน่วงและเจ็บปวดเกินกว่าจะรับไหว เธอเห็นความขัดแย้งในใจของตัวเองในภพชาตินั้น ความกลัวต่อกฎหมาย ความหวังดีที่มีต่อคนที่เธอรัก และความบีบคั้นจากจุฑามาศ
“ฉัน…ฉันทำไม่ได้” พิมพ์พิกาในภพชาตินั้นพูดเสียงสั่น “ฉันกลัว…ฉันกลัวทุกอย่าง”
“ถ้าอย่างนั้น…จงยอมรับผลที่จะตามมา” เสียงของจุฑามาศแผ่วเบาลง จนแทบจะไม่ได้ยิน
ทันใดนั้น ภาพทุกอย่างก็ดับวูบลง เหลือเพียงความมืดมิด พิมพ์พิกาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอหอบหายใจอย่างหนัก เหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก
“นี่คือ…สิ่งที่ลูกทำพลาดไปใช่ไหมเจ้าคะ” พิมพ์พิกาพึมพำกับตัวเอง “นี่คือเหตุผลที่ลูกต้องกลับมาเกิด…เพื่อชดใช้ความผิดพลาดครั้งนี้”
เธอรู้แล้วว่า อะไรคือความลับที่ซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจของเธอมาตลอด มันคือความผิดพลาดที่เกิดจากความกลัว ความลังเล และการไม่กล้าตัดสินใจ เธอต้องเผชิญหน้ากับมัน และเธอต้องหาทางแก้ไข
4,532 ตัวอักษร