ดอกบัวบานในสมาธิ

ตอนที่ 3 / 47

ตอนที่ 3 — การเดินทางของจิตที่ไร้รูป

เสียงระฆังยามเช้าดังขึ้น ปลุกพิมพ์พิกาให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกสดใสและเบิกบานที่เธอเพิ่งค้นพบเมื่อวานนี้ ยังคงอบอวลอยู่ในจิตใจ การภาวนาเมื่อคืนนี้เหมือนเป็นการเปิดประตูบานใหม่ นำพาเธอไปสู่มิติที่ลึกซึ้งกว่าเดิม "อรุณสวัสดิ์ค่ะแม่ชี" พิมพ์พิกาทักทายแม่ชีแก้วด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุข "อรุณสวัสดิ์ลูก" แม่ชีแก้วยิ้มตอบ "วันนี้ดูอิ่มเอิบใจนะ" "ค่ะแม่ชี เมื่อคืนหนูนั่งสมาธิแล้วรู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ" พิมพ์พิกาเล่าด้วยความตื่นเต้น "หนูเหมือนได้เห็นอะไรบางอย่างที่ชัดเจนขึ้น" "สิ่งนั้นคืออะไรเล่า" แม่ชีแก้วถามอย่างสนใจ "หนู... หนูรู้สึกเหมือนได้เห็นจิตของตัวเองค่ะ" พิมพ์พิกาอธิบาย "มันไม่ใช่รูปร่าง ไม่ใช่ตัวตนที่จับต้องได้ แต่มันเหมือนพลังงานที่บริสุทธิ์" "ดีแล้วลูก" แม่ชีแก้วพยักหน้า "นี่แหละคือการค้นพบที่แท้จริง การได้เห็นธรรมชาติของจิต" หลังอาหารเพล พิมพ์พิกาก็ขออนุญาตแม่ชีแก้วออกไปเดินเล่นริมลำธารที่ไหลผ่านหลังวัด เธออยากจะใช้เวลาอยู่กับตัวเอง เพื่อพิจารณาความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ สายน้ำที่ไหลรินอย่างไม่หยุดนิ่ง สะท้อนภาพต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวสดราวกับกระจกเงา พิมพ์พิกาทิ้งตัวลงนั่งใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ สัมผัสได้ถึงความเย็นของพื้นดินที่ซึมผ่านอาภรณ์สีขาว "จิต... มันเป็นยังไงกันแน่นะ" เธอพึมพำกับตัวเอง "มันไม่ใช่ร่างกาย ไม่ใช่ความคิด แล้วมันคืออะไร" เธอหลับตาลงอีกครั้ง พยายามระลึกถึงภาพที่เห็นเมื่อคืนนี้ จิตของเธอเหมือนเป็นแสงสว่างที่สว่างไสวอยู่ภายใน แต่ก็ไร้รูปร่าง ไร้ที่สิ้นสุด "มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แล้วมันจะดับไปเมื่อไหร่" คำถามผุดขึ้นในใจ ทันใดนั้นเอง เสียงของแม่ชีแก้วก็ดังขึ้นจากด้านหลัง "กำลังคิดอะไรอยู่หรือโยม" พิมพ์พิกาลืมตาขึ้น เห็นแม่ชีแก้วเดินเข้ามาหาพร้อมกับตะกร้าผลไม้ "หนูกำลังพยายามทำความเข้าใจเรื่องจิตค่ะแม่ชี" เธอตอบ "หนูเหมือนได้เห็นมัน แต่ก็ยังไม่เข้าใจมันอย่างถ่องแท้" "การทำความเข้าใจเรื่องจิต ไม่ใช่การใช้สมองคิด แต่เป็นการใช้ใจรับรู้" แม่ชีแก้วกล่าวพลางยื่นมะม่วงสุกให้พิมพ์พิกาลูกหนึ่ง "ลองชิมดูสิ" พิมพ์พิกากัดมะม่วงเข้าไป คำหวาน หอม ชื่นใจ ละลายในปาก "อร่อยมากเลยค่ะแม่ชี" "รู้รสชาติของมะม่วงไหม" แม่ชีแก้วถาม "รู้ค่ะ" "แล้วรู้ไหมว่ารสชาติมันมาจากไหน" "ก็มาจากมะม่วงค่ะ" "แล้วรู้ไหมว่า 'รู้' ว่ามันอร่อย มาจากไหน" พิมพ์พิกานิ่งไป เธอเพิ่งตระหนักว่า การรับรู้รสชาติ การรับรู้ว่าสิ่งใดอร่อยหรือไม่ เป็นหน้าที่ของ "จิต" ไม่ใช่ของมะม่วง "มาจากจิตของหนูเองค่ะ" เธอตอบอย่างช้าๆ "ถูกต้อง" แม่ชีแก้วยิ้ม "จิตคือผู้รับรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ความคิด ความรู้สึก แต่ตัวจิตเองนั้น ไม่ได้เป็นสิ่งเหล่านั้น" "เหมือน... เหมือนหน้าจอโทรทัศน์ค่ะ" พิมพ์พิกาเปรียบเทียบ "หน้าจอแสดงภาพได้ แต่ตัวหน้าจอเอง ไม่ใช่ภาพเหล่านั้น" "ใช่แล้วลูก" แม่ชีแก้วเห็นด้วย "และยิ่งกว่านั้น จิตยังเป็นธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ไม่เกิด ไม่ดับ เป็นอมตะ" "อมตะ... หมายความว่ายังอยู่ตลอดไปหรือคะ" พิมพ์พิกาถามอย่างไม่แน่ใจ "ใช่ลูก" แม่ชีแก้วตอบ "ร่างกายของเรา เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป แต่จิตของเรานั้น คงอยู่ตลอดไป เพียงแต่มันถูกปรุงแต่งด้วยกิเลส ทำให้เราหลงลืมความเป็นจริงนั้นไป" "แล้วการภาวนา การเจริญวิปัสสนา คือการทำให้เรากลับมาเห็นจิตที่แท้จริงของเราใช่ไหมคะ" พิมพ์พิกาถามด้วยแววตาที่เปล่งประกาย "ใช่แล้วลูก" แม่ชีแก้วกล่าว "เหมือนการปัดฝุ่นออกจากกระจกเงา เมื่อฝุ่นหมดไป เราก็จะได้เห็นเงาสะท้อนที่แท้จริงของเรา" พิมพ์พิกานั่งลงข้างแม่ชีแก้ว จิบน้ำจากลำธารใสเย็น พลางมองดูสายน้ำที่ไหลไปเรื่อยๆ เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่า การเดินทางของเธอที่นี่ ไม่ใช่แค่การหนีความวุ่นวายในเมืองหลวง แต่เป็นการเดินทางกลับบ้าน สู่บ้านที่แท้จริงของจิตวิญญาณ "หนูรู้สึกดีขึ้นมากเลยค่ะแม่ชี" พิมพ์พิกาเอ่ยขึ้น "เหมือนได้ปลดปล่อยอะไรบางอย่างที่เคยแบกไว้" "นั่นแหละคือการเดินทางที่ถูกต้องแล้วลูก" แม่ชีแก้วตบบ่าเธอเบาๆ "จงตั้งมั่นในการภาวนาต่อไป แล้วโยมจะได้พบกับความสุขที่แท้จริง" พิมพ์พิกามองไปยังดอกบัวสีชมพูอ่อนที่ยังคงบานสะพรั่งอยู่ในสระ ภาพเหล่านั้นสะท้อนอยู่ในดวงตาของเธอ ราวกับเป็นเครื่องเตือนใจ ถึงการเดินทางที่เธอกำลังเริ่มต้น เป็นการเดินทางสู่ความว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยความสงบ และความสุขที่แท้จริง

3,474 ตัวอักษร