ตอนที่ 31 — ความจริงที่เปิดเผยในยามวิกาล
พิมพ์พิกานั่งนิ่งอยู่บนพื้นเสื่อกก แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาดูราวกับจะปลอบประโลมจิตใจที่กำลังสับสนของเธอ คำสารภาพของแม่ชีนวลได้เปิดเผยความจริงอันน่าตกใจที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังความสัมพันธ์ของเธอกับนายบุญส่ง และที่สำคัญกว่านั้น คือการเปิดเผยถึงที่มาของเงาชายหนุ่มที่ตามหลอกหลอนเธอมาตลอด เขาคืออดีตคนรักที่เธอเคยพลั้งพลาดทำร้ายจิตใจอย่างแสนสาหัส จนนำมาซึ่งจุดจบอันน่าเศร้า การรับรู้ความจริงนี้ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกโล่งใจอย่างที่คาดหวัง ตรงกันข้าม ความรู้สึกผิดบาป ความเสียใจ และความละอายใจถาโถมเข้าใส่เธอจนแทบหายใจไม่ออก ร่างกายที่เคยแข็งแรงบัดนี้กลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ น้ำตาที่เคยแห้งเหือดไปจากการร้องไห้เสียใจเมื่อครู่ บัดนี้กลับไหลรินออกมาอีกครั้งเป็นสาย ภาพใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้น ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่เคยอ่อนโยน บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ชัดเจนขึ้นมาในมโนภาพของเธอ
"ทำไม... ทำไมแม่ชีถึงเพิ่งมาบอกฉันตอนนี้" พิมพ์พิกาสบถกับตัวเองเสียงแหบพร่า เธอยกมือขึ้นกุมศีรษะ ราวกับจะพยายามสลัดเอาความคิดฟุ้งซ่านออกไป แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่ ภาพเหล่านั้นก็ยิ่งตามหลอกหลอนเธอหนักขึ้นเท่านั้น ความเงียบสงัดของยามค่ำคืนกลับยิ่งทำให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างของเธอทวีคูณขึ้นไปอีก เธอรู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงแห่งความมืดมิดที่ไร้จุดสิ้นสุด
"แม่ชีนวลคะ" เธอเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบาขณะที่ลุกขึ้นยืนอย่างโซซัดโซเซ ก้าวเดินไปที่กุฏิของแม่ชีนวลด้วยความหวังว่าจะได้รับคำอธิบายเพิ่มเติม หรือบางทีอาจจะได้รับอภัยโทษจากใครสักคน แม้จะรู้ดีว่าอภัยโทษจากใครก็ไม่สามารถทดแทนความผิดที่เธอได้ก่อขึ้นได้
เมื่อไปถึงหน้ากุฏิของแม่ชีนวล เธอก็เห็นแสงไฟสลัวๆ ส่องลอดออกมาจากช่องหน้าต่าง พิมพ์พิกาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะก่อนจะเคาะประตูเบาๆ
"เข้ามาได้จ้ะพิมพ์" เสียงของแม่ชีนวลดังออกมาจากด้านใน ฟังดูอ่อนโยนแต่ก็แฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้า
พิมพ์พิกาผลักประตูเข้าไป พบแม่ชีนวลนั่งอยู่บนอาสนะภายในกุฏิ แสงเทียนเล่มเล็กส่องสว่างใบหน้าของท่าน เผยให้เห็นริ้วรอยแห่งกาลเวลาและความสงบที่ยากจะหาได้จากผู้คนทั่วไป
"แม่ชีคะ" พิมพ์พิกาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงสั่นเครือ "ลูก... ลูกไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมเรื่องนี้ถึงได้เกิดขึ้น"
แม่ชีนวลพยักหน้ารับช้าๆ "เจ้ากำลังเสียใจมากใช่ไหมลูก"
"ค่ะแม่ชี" พิมพ์พิกาตอบทันที "ลูกเสียใจจนแทบจะทนรับไม่ไหว มันเหมือนมีมีดกรีดหัวใจอยู่ตลอดเวลา"
"ความเสียใจนั้นเป็นสิ่งที่ดีลูก" แม่ชีนวลกล่าว "มันแสดงว่าเจ้ายังมีจิตสำนึกที่ดีงามอยู่ แม้ในอดีตเจ้าอาจจะพลั้งพลาดไป แต่การได้รู้ถึงผลของการกระทำนั้น และการได้สำนึกผิด มันคือจุดเริ่มต้นของการชดใช้"
"แต่ลูกไม่รู้จะชดใช้อย่างไรดีคะ" พิมพ์พิกาเอ่ยอย่างสิ้นหวัง "ความผิดที่ลูกก่อมันใหญ่หลวงนัก ลูกทำลายชีวิตคนๆ หนึ่งไป ลูกทำร้ายจิตใจเขาจนเขาต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า"
"การชดใช้ไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียวเสมอไปลูก" แม่ชีนวลกล่าวพลางกุมมือของพิมพ์พิกาไว้ "การใช้ชีวิตอย่างมีสติ การเจริญภาวนา การทำความดี และการยอมรับความจริง คือหนทางแห่งการชดใช้ที่แท้จริง"
"แต่เงาของเขายังตามหลอกหลอนลูกอยู่ทุกวันทุกคืน" พิมพ์พิกาบอก "ลูกรู้สึกเหมือนกำลังจะบ้าตาย"
"เงาที่เจ้าเห็นนั้น คือภาพสะท้อนของความรู้สึกผิดในใจของเจ้าเองลูก" แม่ชีนวลอธิบาย "ตราบใดที่เจ้ายังยึดติดอยู่กับมัน เจ้าก็จะไม่มีวันหลุดพ้น พลังของมันจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ"
"แล้วลูกจะทำอย่างไรดีคะแม่ชี" พิมพ์พิกาถามอย่างหมดหนทาง
"จงเผชิญหน้ากับมันอย่างมีสติ" แม่ชีนวลตอบ "ใช้การภาวนาช่วยนำทางเจ้า เมื่อใดที่เจ้าเห็นเงาของเขา จงรับรู้ถึงมัน จงยอมรับว่ามันคือส่วนหนึ่งของอดีตที่ผ่านไปแล้ว แต่จงอย่าปล่อยให้มันครอบงำจิตใจของเจ้า จงระลึกถึงคำสอนของครูบา ที่ว่าทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป"
"แต่ลูกกลัวเหลือเกินค่ะแม่ชี" พิมพ์พิกาเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา "ลูกกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดนั้นอีกครั้ง"
"ความกลัวเป็นเพียงอุปสรรคหนึ่งในเส้นทางแห่งการหลุดพ้นลูก" แม่ชีนวลปลอบโยน "เมื่อเจ้าก้าวข้ามความกลัวไปได้ เจ้าจะพบกับความสงบที่แท้จริง เชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อมั่นในเส้นทางที่เจ้าเลือกเดิน"
พิมพ์พิกานั่งนิ่งฟังคำสอนของแม่ชีนวล หัวใจของเธอค่อยๆ สงบลงทีละน้อย แม้ความเจ็บปวดจะยังคงอยู่ แต่คำพูดของแม่ชีนวลก็เหมือนเป็นแสงสว่างเล็กๆ ที่ส่องประกายในความมืดมิด เธอรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้จะไม่ง่าย แต่เธอจะไม่ยอมแพ้ เธอจะเผชิญหน้ากับมัน และเธอจะหาทางหลุดพ้นจากเงาแห่งอดีตนี้ให้ได้
"ขอบคุณค่ะแม่ชี" พิมพ์พิกากล่าว "ลูกจะพยายามอย่างเต็มที่"
"ดีมากจ้ะ" แม่ชีนวลยิ้มบางๆ "ตอนนี้กลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ยังมีสิ่งใหม่ๆ รอเจ้าอยู่"
พิมพ์พิกาลุกขึ้นโค้งคำนับแม่ชีนวล แล้วเดินออกจากกุฏิมาด้วยหัวใจที่หนักอึ้งกว่าเดิม แต่ในความหนักอึ้งนั้น ก็มีความหวังและความตั้งใจที่จะก้าวต่อไป เธอเดินกลับมายังกุฏิของตนเอง แสงจันทร์ยังคงสาดส่องเช่นเดิม แต่บัดนี้ ภาพของเงาชายหนุ่มไม่ได้ดูน่ากลัวเท่าเดิมอีกแล้ว มันยังคงอยู่ แต่ดูเหมือนจะจางลงไปบ้าง ราวกับว่าการรับรู้ความจริงและการยอมรับความผิดบาปได้เริ่มส่งผลแล้ว
4,164 ตัวอักษร