ตอนที่ 2 — เสียงระฆังนำทาง สู่ใจกลางวิมุตติธารา
เสียงระฆังดังกังวานก้องไปทั่วโถงอาคารอันโอ่อ่าที่ทอดตัวยาวออกไป ภาคินก้าวลงจากรถแท็กซี่ ยืนนิ่งอยู่หน้าป้ายสำนักปฏิบัติธรรม “วิมุตติธารา” อากาศที่นี่บริสุทธิ์กว่าที่กรุงเทพฯ หลายเท่าตัว เขาสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ รู้สึกถึงความสดชื่นที่แทรกซึมเข้าไปในทุกเซลล์ของร่างกาย
“นี่แหละ… วิมุตติธารา” ภาคินพึมพำ ดวงตาสำรวจอาคารไม้สักทองเก่าแก่ที่ตั้งสง่าอยู่ท่ามกลางแมกไม้อันร่มรื่น สถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความงามแบบไทยโบราณเข้ากับความทันสมัยอย่างลงตัว สะท้อนถึงความพิถีพิถันในการก่อสร้าง และบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง
ภาพที่เขาจินตนาการไว้เกี่ยวกับสำนักปฏิบัติธรรม อาจจะเป็นสถานที่ที่ดูเงียบเหงา ซอมซ่อ หรือมีแต่ผู้สูงอายุ แต่ที่นี่กลับตรงกันข้าม มีผู้คนหลากหลายวัยเดินสวนกันไปมา ทั้งผู้ที่แต่งกายด้วยชุดสีขาวสะอาดตา และฆราวาสทั่วไปที่ดูมีความสุข สดใส
“สวัสดีค่ะ” เสียงหวานใสดังขึ้นจากด้านข้าง ภาคินหันไปมอง พบกับแม่ชีสาวร่างโปร่ง หน้าตาผ่องใส ใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“สวัสดีครับ” ภาคินทักทายกลับ
“คุณภาคินใช่ไหมคะ ยินดีต้อนรับสู่สำนักวิมุตติธาราค่ะ ดิฉันแม่ชีแก้วค่ะ ท่านเจ้าสำนักท่านฝากให้มารับค่ะ” แม่ชีแก้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณครับ” ภาคินรู้สึกโล่งใจที่มาถึงแล้วมีคนมารอต้อนรับ
“เชิญทางนี้ค่ะ” แม่ชีแก้วผายมือเชิญ ภาคินก้าวตามเข้าไปในโถงอาคารที่โอ่อ่า แสงแดดส่องลอดเข้ามาทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ทำให้บรรยากาศภายในดูสว่างไสว
“ท่านเจ้าสำนักท่านอยู่ที่ห้องรับรองค่ะ เดี๋ยวแก้วจะนำไปส่ง” แม่ชีแก้วเดินนำภาคินไปยังห้องที่อยู่ไม่ไกลจากโถงกลาง
เมื่อเปิดประตูเข้าไป ภาคินก็พบกับร่างของหญิงสูงวัยท่านหนึ่ง กำลังนั่งอยู่บนโซฟาสีอ่อน ใบหน้าของท่านดูสงบนิ่ง ดวงตาเป็นประกายทอประกายแห่งความเมตตา ท่านมีรอยยิ้มอ่อนโยนประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา
“กราบเรียนเชิญคุณภาคิน นั่งก่อนนะ” เสียงของท่านเจ้าสำนักนุ่มนวล กังวานราวกับเสียงสวดมนต์
ภาคินก้มกราบลงอย่างนอบน้อม “กราบสวัสดีครับท่านเจ้าสำนัก”
“ไม่ต้องมากพิธีหรอกนะ นั่งลงก่อน นั่งลงก่อน” ท่านเจ้าสำนักผายมือเชิญ ภาคินทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาตัวข้างๆ รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากท่าน
“คุณภาคิน คงเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมานะ” ท่านเจ้าสำนักกล่าว
“ครับผม” ภาคินตอบสั้นๆ
“คุณวิภาเล่าเรื่องของคุณภาคินให้ฟังแล้วนะ ฉันเข้าใจดีว่าศิลปินอย่างคุณคงต้องเผชิญกับแรงกดดันมากมายในชีวิต” ท่านเจ้าสำนักมองภาคินด้วยสายตาที่เข้าใจ “แต่ที่นี่… ที่วิมุตติธารา เราไม่ได้ต้องการให้คุณภาคินต้องแบกรับภาระอะไรอีกแล้วนะ เราต้องการให้คุณมาพักผ่อน หาความสงบให้จิตใจ”
“ผม… ผมจะช่วยงานตกแต่งบางส่วน ตามที่คุณวิภาได้บอกไว้ครับ” ภาคินรีบกล่าว
“เรื่องงานตกแต่งนั้น เป็นเรื่องรองนะคุณภาคิน สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่คุณได้มีโอกาสมาพักใจที่นี่” ท่านเจ้าสำนักยิ้ม “คุณภาคินมีปัญหาเรื่องการยอมรับในผลงานใช่ไหม”
คำถามตรงไปตรงมาของท่านเจ้าสำนัก ทำให้ภาคินรู้สึกประหลาดใจ เขาไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังอย่างละเอียด แต่ท่านกลับรับรู้ได้ “ผม… ผมก็พยายามเต็มที่แล้วครับ แต่บางครั้ง… ก็รู้สึกว่ามันยังไม่ดีพอ หรือไม่ก็ไม่มีใครสนใจ”
“ความคาดหวัง… มันเป็นเหมือนโซ่ตรวนนะคุณภาคิน” ท่านเจ้าสำนักกล่าวอย่างอ่อนโยน “เราคาดหวังให้คนอื่นเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ เราคาดหวังให้ผลงานของเราเป็นที่ยอมรับ สิ่งเหล่านี้มันทำให้เราทุกข์ เมื่อสิ่งที่เราคาดหวังไม่เป็นไปตามนั้น”
ภาคินเงียบไป เขารู้สึกว่าคำพูดของท่านเจ้าสำนัก กำลังตรงเข้าสู่แก่นกลางของปัญหาที่เขากำลังเผชิญอยู่
“ที่นี่… เราจะสอนให้คุณภาคินเรียนรู้การปล่อยวาง” ท่านเจ้าสำนักกล่าวต่อ “ปล่อยวางความคาดหวัง ปล่อยวางการยึดติดกับชื่อเสียง เงินทอง หรือแม้กระทั่งการยอมรับจากผู้อื่น เมื่อคุณปลดเปลื้องสิ่งเหล่านี้ออกไปได้ จิตใจของคุณก็จะเบา สบาย และคุณจะพบว่า… ความสุขที่แท้จริง มันอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด”
“แต่… ผมก็ต้องทำมาหากินนี่ครับท่านเจ้าสำนัก” ภาคินเอ่ยถามด้วยความกังวล
“แน่นอน การทำมาหากินเป็นเรื่องปกติของชีวิต แต่การทำมาหากินโดยไม่ทุกข์ร้อน การทำด้วยใจที่เป็นสุข มันเป็นอีกระดับหนึ่งนะคุณภาคิน” ท่านเจ้าสำนักกล่าว “ที่นี่เราไม่ได้สอนให้คุณละทิ้งโลกภายนอกเสียทีเดียว เราเพียงแต่สอนให้คุณอยู่กับมันอย่างมีสติ อยู่กับมันอย่างมีความสุข โดยไม่ให้สิ่งเหล่านั้น มาบั่นทอนจิตใจของคุณ”
ภาคินพยักหน้าช้าๆ เขารู้สึกว่าเขากำลังจะได้รับคำตอบ หรืออย่างน้อยก็กำลังจะได้รับแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เขากำลังเผชิญ
“เอาล่ะ… ถึงเวลาที่คุณภาคินจะต้องเข้าที่พักแล้วนะ แม่ชีแก้วจะพาไปส่ง” ท่านเจ้าสำนักกล่าว “พรุ่งนี้เช้า… เรามีกิจกรรมให้คุณภาคินเข้าร่วมนะ”
“กิจกรรมอะไรครับ” ภาคินถาม
“กิจกรรมที่จะช่วยให้คุณภาคินได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง” ท่านเจ้าสำนักกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ลองไปสัมผัสด้วยตัวเองนะ แล้วคุณจะเข้าใจ”
ภาคินลุกขึ้นยืน “กราบขอบพระคุณครับท่านเจ้าสำนัก”
“ไปเถอะนะ… ขอให้คุณภาคินมีความสุขกับการพำนักที่นี่”
แม่ชีแก้วนำภาคินไปยังห้องพักที่จัดเตรียมไว้ให้ เป็นห้องที่เรียบง่าย สะอาดสะอ้าน มองออกไปนอกหน้าต่างก็จะเห็นวิวทิวทัศน์ของสวนอันร่มรื่น
“ที่นี่เป็นห้องพักของคุณภาคินนะคะ มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบถ้วนค่ะ ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติม บอกแม่ชีแก้วได้ตลอดเลยนะคะ” แม่ชีแก้วกล่าว
“ขอบคุณมากครับแม่ชีแก้ว” ภาคินกล่าว
เมื่อแม่ชีแก้วออกไป ภาคินก็เดินสำรวจห้องพัก เขาวางกระเป๋าลง แล้วทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนุ่มๆ เขามองไปรอบๆ ห้อง ไม่มีภาพวาด ไม่มีพู่กัน ไม่มีสี แต่กลับมีบรรยากาศที่สงบ อบอุ่น และเป็นมิตร
“การปล่อยวาง… การยอมรับ… การมีความสุขกับสิ่งที่มี” ภาคินทวนคำพูดของท่านเจ้าสำนัก เขารู้สึกว่าการตัดสินใจมาที่นี่ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของเขา ณ เวลานี้
เสียงระฆังดังขึ้นอีกครั้ง เป็นสัญญาณบอกว่าถึงเวลาทำวัตรเย็นแล้ว ภาคินรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังดึงดูดเขาออกไปนอกห้อง เขาตัดสินใจที่จะลองทำตามคำเชิญชวนของท่านเจ้าสำนัก ลองก้าวออกไปสัมผัสกับ “วิมุตติธารา” ที่แท้จริง
ภาคินเดินตามเสียงระฆังไปยังศาลาปฏิบัติธรรมอันสง่างาม เขารู้สึกถึงความสงบที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ แม้จะมีผู้คนมากมาย แต่ทุกคนก็ต่างอยู่ในความสงบของตนเอง
“นี่คงเป็นจุดเริ่มต้น… ของการเดินทางครั้งใหม่” ภาคินคิดในใจ ขณะที่แสงสุดท้ายของวันกำลังจะลับขอบฟ้า ทิ้งไว้เพียงความหวังอันงดงาม.
5,088 ตัวอักษร