ตอนที่ 23 — การเจรจาที่ปลายธาร
ลมเย็นพัดมาต้องใบหน้าของภาคิน เขาเดินมายังริมลำธารที่ไหลเอื่อยๆ เป็นสถานที่ที่เขามักจะมาใช้เวลาไตร่ตรองความคิด เมื่อสองวันก่อน มีชายคนหนึ่งชื่อคุณสมชาย มาที่สำนัก เขาเป็นนักธุรกิจที่ภาคินเคยร่วมงานด้วย และมีเรื่องที่ภาคินติดค้างเขาอยู่ คุณสมชายมาด้วยท่าทีคุกคาม และข่มขู่ว่าจะทำให้สำนักแห่งนี้เดือดร้อนหากภาคินไม่ยอมออกมาพบ ภาคินรู้สึกสับสนและหวาดกลัว แต่จากการพูดคุยกับอาจารย์จันทร์ และน้ำหวาน เขาก็เริ่มมีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความจริง
"คุณภาคินคะ" เสียงของน้ำหวานดังมาจากด้านหลัง ภาคินหันไปมอง เธอเดินเข้ามาหาเขา ใบหน้ายังคงมีความกังวลเล็กน้อย "คุณภาคินจะไปพบคุณสมชายจริงๆ หรือคะ"
"ผมคิดว่าผมต้องไป" ภาคินตอบ "ผมไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะผม"
"แต่... คุณสมชายเป็นคนอันตรายนะคะ" น้ำหวานกล่าว "ฉันเองก็เคยมีปัญหากับเขามาก่อน"
"ผมรู้" ภาคินถอนหายใจ "แต่ผมไม่อยากให้เรื่องนี้มันบานปลายไปมากกว่านี้ ผมต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ผมทำ"
"ฉันเข้าใจค่ะ" น้ำหวานพยักหน้า "แต่ฉันอยากจะขอ... ขอไปด้วยนะคะ"
ภาคินมองน้ำหวานด้วยความแปลกใจ "คุณจะไปด้วยเหรอ"
"ค่ะ" น้ำหวานตอบอย่างมั่นใจ "ฉันก็มีเรื่องต้องสะสางกับคุณสมชายเหมือนกัน เราจะได้... ช่วยกัน"
ภาคินรู้สึกประทับใจในความกล้าหาญของน้ำหวาน เขาไม่คิดว่าเธอจะยอมเสี่ยงมากับเขา
"ขอบคุณนะ น้ำหวาน" ภาคินกล่าว "ผม... ผมไม่รู้จะขอบคุณคุณยังไงดี"
"คุณภาคินไม่ต้องคิดมากค่ะ" น้ำหวานยิ้มบางๆ "เราต่างก็เป็นเหยื่อของคุณสมชายเหมือนกัน"
ทั้งสองเดินกลับมายังกุฏิของอาจารย์จันทร์ เพื่อแจ้งความประสงค์ อาจารย์จันทร์รับฟังอย่างสงบ
"ถ้าภาคินตัดสินใจเช่นนั้นแล้ว อาจารย์ก็ขอเป็นกำลังใจให้" อาจารย์จันทร์กล่าว "จำไว้ว่า สติคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด"
"แล้วถ้าผมต้อง... ออกไปจากที่นี่ล่ะครับ" ภาคินถามด้วยน้ำเสียงกังวล
"ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป" อาจารย์จันทร์ตอบ "ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ภาคินก็ได้เรียนรู้อะไรมากมายจากที่นี่แล้ว"
ในวันรุ่งขึ้น ภาคินและน้ำหวานได้นัดพบคุณสมชายที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งริมแม่น้ำ บรรยากาศริมแม่น้ำค่อนข้างสงบ เงียบ และเป็นส่วนตัว ภาคินรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เขาพยายามตั้งสติให้มั่นคง
คุณสมชายมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย เขานั่งรออยู่ที่โต๊ะมุมสุดของร้าน ใบหน้าของเขาดูบึ้งตึง และแววตาฉายแววของความไม่พอใจ ภาคินและน้ำหวานเดินเข้าไปหาเขา
"สวัสดีครับคุณสมชาย" ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบ
คุณสมชายเงยหน้าขึ้นมองภาคิน ดวงตาของเขาส่อแววไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด "ในที่สุดแกก็มานะ ภาคิน"
"ผมมาตามที่คุณขอ" ภาคินตอบ
"แล้วนั่นใคร" คุณสมชายเหลือบตามองน้ำหวานที่ยืนอยู่ข้างๆ ภาคิน
"นี่คือน้ำหวานครับ" ภาคินแนะนำ "เธอ... เธอมีเรื่องที่ต้องคุยกับคุณเหมือนกัน"
คุณสมชายเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "น้ำหวาน... ผู้หญิงที่เคยมาหาฉันเมื่อหลายเดือนก่อน"
"ใช่ค่ะ" น้ำหวานตอบเสียงหนักแน่น "ฉันมีเรื่องที่ต้องคุยกับคุณให้ชัดเจน"
บริกรเดินเข้ามา เสิร์ฟเครื่องดื่มให้ทั้งสามคน บรรยากาศยิ่งทวีความอึดอัด ภาคินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
"เอาล่ะ" คุณสมชายกล่าว "ไหนลองว่ามาสิ ภาคินแกติดหนี้ฉันเท่าไหร่"
"ผม... ผมยอมรับว่าผมผิดสัญญา" ภาคินกล่าว "ผมผิดพลาดไปจริงๆ"
"ผิดพลาดเหรอ" คุณสมชายหัวเราะเยาะ "คำว่าผิดพลาดมันน้อยไป มันคือการหักหลัง! แกทิ้งโปรเจกต์ของฉันไปดื้อๆ โดยไม่บอกไม่กล่าว ทิ้งฉันให้รับหน้าคนอื่นไปหมด!"
"ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณครับ" ภาคินกล่าว "แต่ตอนนั้นผมมีปัญหาจริงๆ ผม... ผมไม่สามารถไปต่อได้"
"ปัญหาของแกก็คือปัญหาของฉัน!" คุณสมชายตะคอก "แกคิดว่าแกหนีได้ตลอดชีวิตเหรอ"
"ฉันก็มีปัญหาเหมือนกันค่ะคุณสมชาย" น้ำหวานแทรกขึ้น "คุณพยายามที่จะยึดบริษัทของครอบครัวฉันไป คุณใช้เล่ห์เหลี่ยมทุกอย่างเพื่อกดดันฉัน"
คุณสมชายหันไปมองน้ำหวาน ดวงตาของเขาส่อแววไม่พอใจ "เรื่องของแกมันคนละเรื่องกับภาคิน"
"มันไม่คนละเรื่องหรอกค่ะ" น้ำหวานตอบ "คุณใช้โอกาสที่ภาคินหายตัวไป และใช้โอกาสที่ฉันอ่อนแอที่สุด บีบบังคับเราทั้งคู่"
ภาคินมองน้ำหวานด้วยความทึ่งในความกล้าหาญของเธอ เขาไม่รู้มาก่อนว่าน้ำหวานต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง
"ผม... ผมพร้อมที่จะชดใช้" ภาคินกล่าว "ผมจะหาเงินมาคืนให้คุณทั้งหมด"
"หาเงินมาคืนฉันน่ะเหรอ" คุณสมชายหัวเราะ "แกจะหาเงินก้อนนั้นมาจากไหน ในเมื่อแกไม่มีอะไรเลย"
"ผมจะหาทาง" ภาคินยืนยัน "ผมจะทำงานหนัก เพื่อชดใช้ในสิ่งที่ผมทำ"
"แล้วแกจะทำยังไง" คุณสมชายถาม "แกจะกลับไปเป็นศิลปินที่ไม่มีใครยอมรับอีกครั้งเหรอ"
ภาคินชะงักไปเล็กน้อย คำพูดของสมชายแทงใจดำเขา แต่เขาก็ได้เรียนรู้ที่จะไม่ยอมแพ้
"ผม... ผมจะทำทุกอย่างที่ผมทำได้" ภาคินกล่าว "ผมจะพิสูจน์ตัวเอง"
"ฉันเองก็เช่นกันค่ะคุณสมชาย" น้ำหวานกล่าว "ฉันจะปกป้องบริษัทของครอบครัวฉันให้ถึงที่สุด"
คุณสมชายเงียบไปครู่หนึ่ง เขาจ้องมองภาคินและน้ำหวานอย่างพิจารณา "แกสองคน... ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปนะ"
"เราเปลี่ยนไปจริงๆ ค่ะ" น้ำหวานตอบ "เราได้เรียนรู้ที่จะไม่ยอมแพ้"
"และฉันก็พร้อมที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ผมทำ" ภาคินกล่าวเสริม "ผมจะชดใช้หนี้สินที่คุณสมชาย"
คุณสมชายยกมือขึ้นลูบคาง "เอาล่ะ... ไหนๆ แกสองคนก็มาเจอกันแล้ว ฉันก็มีข้อเสนอให้"
ภาคินและน้ำหวานมองหน้ากันอย่างสงสัย
"ฉันรู้ว่าแกสองคนคงไม่สามารถหาเงินก้อนโตมาให้ฉันได้ในทันที" คุณสมชายกล่าว "แต่ฉันก็ไม่อยากให้เรื่องมันยุ่งยากไปกว่านี้"
"คุณสมชายต้องการอะไรคะ" ภาคินถาม
"ฉันต้องการให้ภาคินกลับมาทำงานกับฉัน" คุณสมชายกล่าว "และฉันก็อยากให้ครอบครัวของน้ำหวาน... ยอมรับข้อเสนอในการร่วมทุนของฉัน"
ภาคินและน้ำหวานตกใจกับข้อเสนอของคุณสมชาย
"คุณสมชายคะ" น้ำหวานกล่าว "นี่มัน... นี่มันเหมือนคุณกำลังจะผูกมัดเราไว้กับคุณอีกครั้ง"
"มันไม่ใช่การผูกมัด" คุณสมชายตอบ "มันคือการยุติปัญหาทุกอย่าง"
"แต่ผม... ผมไม่อยากกลับไปทำงานกับคุณสมชายอีกแล้ว" ภาคินกล่าว "ผมอยากจะใช้ชีวิตในแบบของผม"
"แล้วแกจะใช้ชีวิตแบบไหน" คุณสมชายเยาะเย้ย "เป็นศิลปินไส้แห้งต่อไปเหรอ"
"ผม... ผมจะหาทางของผมเอง" ภาคินตอบอย่างหนักแน่น
"แล้วครอบครัวของฉัน... ไม่จำเป็นต้องร่วมทุนกับคุณ" น้ำหวานกล่าว "เราสามารถจัดการบริษัทของเราเองได้"
คุณสมชายยิ้มเยาะ "แกสองคน... ยังเด็กเกินไป"
ภาคินและน้ำหวานมองหน้ากัน พวกเขารู้สึกว่าคุณสมชายกำลังพยายามบีบคั้นพวกเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเหมือนที่ผ่านมา
"เรา... เราขอคิดดูก่อน" ภาคินกล่าว
"ไม่มีเวลาให้คิดมากนัก" คุณสมชายกล่าว "ฉันจะให้เวลาแกสองวัน ถ้าแกไม่ตอบตกลง ฉันจะ... ทำให้เรื่องมันยุ่งยากกว่านี้"
คุณสมชายลุกขึ้นยืน "เจอกันอีกนะ" เขาเดินจากไป ปล่อยให้ภาคินและน้ำหวานนั่งอยู่เพียงลำพัง
ภาคินและน้ำหวานมองหน้ากัน ต่างก็รู้สึกได้ถึงความหนักอึ้งในสถานการณ์นี้
"เราจะทำยังไงกันดีคะคุณภาคิน" น้ำหวานถามเสียงสั่น
"ผม... ผมไม่แน่ใจ" ภาคินถอนหายใจ "แต่ผมไม่ยอมให้เขากดขี่เราอีกแล้ว"
"ฉันก็เหมือนกันค่ะ" น้ำหวานกล่าว "เราต้องหาทางออกที่ดีที่สุด"
ทั้งสองนั่งเงียบๆ ริมแม่น้ำ ปล่อยให้สายน้ำพัดพาความกังวลของพวกเขาไปช้าๆ พวกเขารู้ว่าการเผชิญหน้ากับอดีตที่ถูกลืมนั้น ยังคงมีบททดสอบอีกมากมายรออยู่
5,713 ตัวอักษร